การเกิดสนิมแดงที่ถ้าเป็นชั้นในสุดจะเป็นเม็ดไขปลาเรียงเป็นแถวๆ เต็มไปหมด แต่ถ้าเป็นชั้นสองจะเป็นจุดๆ ชั้นสามจะไม่เหลือลักษณะไข่ปลาให้เห็น ต้องดูสีของสนิมแดงแทน ที่จะมีสีเข้มตามอายุ ตามลำดับ ห้ามย้อนศร หรือปะปนกัน

หลังจากผมบรรยายไปในภาคแรก เกี่ยวกับการดูพระสนิมแดง ก็มีเสียงตอบรับจากผู้สนใจมากมายเกินความคาดหมาย ทำให้ผมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกระดับ จึงคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้สนใจพระสนิมแดงโดยทั่วไป ดังนี้

ลักษณะที่ควรให้ความสำคัญของพระสนิมแดงแท้ ก็คือ

  1. ใยแมลงมุมที่เป็นรอยปริตามธรรมชาติของพระได้อายุ แต่บางครั้งก็จะมีคราบกรุ หรือดินบดบังอยู่ ทำให้ดูได้ยาก ต้องเล็งดูดีๆ ว่ามีการแตกหรือไม่ ถ้าไม่แตก น่าจะเป็นพระที่อายุไม่ถึงยุคลพบุรี อาจอยู่ในยุคสุโขทัยลงมา
  2. การเกิดสนิมแดงที่ถ้าเป็นชั้นในสุดจะเป็นเม็ดไขปลาเรียงเป็นแถวๆ เต็มไปหมด แต่ถ้าเป็นชั้นสองจะเป็นจุดๆ ชั้นสามจะไม่เหลือลักษณะไข่ปลาให้เห็น ต้องดูสีของสนิมแดงแทน ที่จะมีสีเข้มตามอายุ ตามลำดับ ห้ามย้อนศร หรือปะปนกัน
  3. ถ้าสนิมแดงกร่อนไปบ้าง จะต้องมีสนิมเกิดใหม่บนเนื้อไขชุ่มๆแบบเดิมๆ เป็นจุดๆ หรือลายๆ อย่างเป็นลำดับความเข้มของสี

ดังนั้น

ถ้าสนิมเป็นสีเดียว หรือไม่เป็นลำดับ หรือด้านๆ แห้งๆ

ให้รีบวางพระเก๊ทันที

ตัวอย่างพระสนิมแดงเนื้อครู

พระร่วงหลังรางปืน กรุวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ศรีสัชนาลัย
สนิมผดชัดเจน ที่เป็นเนื้อครูที่ดีมากๆ องค์หนึ่ง
 
เมื่อสังเกตด้านหลังจะยิ่งเห็นความหลากหลายมาก
ทั้งสนิมไข่ปลา ไขชุ่ม และสนิมสีแดงใหม่ ที่เกิดใหม่บนไขเป็นจุดๆ

สิ่งที่พระโรงงานทำพระปลอม ก็คือ

ใช้สีน้ำตาลแดง ทาแทนสนิม พอสีแห้งก็อาจบิดองค์พระให้สนิมร้าวเลียนแบบใยแมลงมุม

แต่ยังน่าจะทำไม่ได้ หรือไม่ดีพอ ก็คือ

  1. การทำให้เกิดไขชุ่มใต้สนิม หรือบนสนิมแบบหลากสี แบบเป็นระบบ และตามลำดับ ทั้งแนวราบและแนวดิ่ง
  2. การเกิดลายใยแมลงมุมที่ละเอียดยิบ ไขว้กันหลายทิศทาง
  3. การทำสนิมแดงให้เป็นเม็ดไข่ปลาเรียงเป็นแถวทั้งองค์ และ
  4. ความนุ่มนวลของผิวสนิมแดง ทั้งผิวและความแวววาวอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อท่านได้พิจารณาอย่างนี้แล้วไซร้ ท่านจะมีโอกาสหยิบได้แต่พระแท้ ปลอดภัยจากพระโรงงาน และนักหลอกขายพระเก๊ในตลาดพระเครื่องครับ

ขอให้โชคดีทุกท่านครับ