สวัสดีลูกศิษย์และชาว blog ทุกท่าน
วันที่ 26 พฤษภาคม 2553 ผมได้รับเกียรติจาก สำนัก ก.พ. ให้มาบรรยายให้กับผู้เข้าอบรมในหลักสูตรนักบริหารระดับสูง : ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และคุณธรรม สำหรับนักบริหารระดับสูงจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอิสระต่าง ๆ จำนวน 139 คน
ในหัวข้อ ทุนมนุษย์ในระบบราชการ (Human Capital in Public Service)
- คุณภาพของทุนมนุษย์ในระบบราชการ
- การพัฒนาทุนมนุษย์
- การเรียนรู้ยุคใหม่ของทุนมนุษย์ในระบบราชการ
ผมขอฝากผู้สนใจทุกท่านเข้ามาและขอใช้ Blog นี้ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ครับ
จีระ หงส์ลดารมภ์
ภาพบรรยากาศ



















ทุนมนุษย์ในระบบราชการ
(Human Capital in Public Service)
โดย.. ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
ณ หอประชุมสุขุมนัยประดิษฐ์ สำนักงาน ก.พ. นนทบุรี
26 พฤษภาคม 2553
1) Quotations
“Comparative advantage of countries or economies depend on the quality of human resources.”
Michael Porter
“The next revolution in technology is going to be much more about focusing on human dimension making technology easy for people to use.”
John Honor
“I set a goal the maximum capacity that people have, no less. I make myself a relentless architect of the possibilities of human being.”
Benjamin Zander
“คนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร”
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา
“ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เงิน สิ่งของหรือเครื่องจักร แต่เป็นคน เช่น สิงคโปร์ หรืออิสราเอล”
จีระ หงส์ลดารมภ์
“การมองภาพทรัพยากรมนุษย์จาก Macro สู่ Micro”
จีระ หงส์ลดารมภ์
“การบริหารความเป็นเลิศของคนในองค์กรไม่ใช่แต่ปลูกข้าว แต่ต้องดูว่าเก็บเกี่ยวได้ผลหรือเปล่า
Cultivation is necessary but harvesting is more important”
จีระ หงส์ลดารมภ์
Facts
“The net worth of Microsoft is 5% physical assets, 95% human imagination”
Facts
ข้าราชการ มีศักยภาพ 100 ใช้ 30
รัฐวิสาหกิจ มีศักยภาพ 100 ใช้ 40
เอกชน มีศักยภาพ 100 ใช้ 60
2) วัตถุประสงค์
3) ปัจจัยที่ท้าทายใน Public Sector ของไทย
4) ข้อแตกต่างระหว่าง “ทรัพยากรมนุษย์” กับ “ทุนมนุษย์”
“ทรัพยากรมนุษย์” คือ มนุษย์มีคุณค่าในมุมกว้างโดยไม่ได้เน้นว่าจะต้องมีการลงทุน
“ทุนมนุษย์” คือ การลงทุน
ทุนคืออะไร? ทุนก็คือสิ่งที่ต้องเสียแล้วถึงได้ คือ จะไม่ได้มาง่าย ๆ หรือที่เราเรียกว่า Investment คือ ต้องลงทุนก่อน และหวังว่าผลตอบแทนจะคุ้มกับที่ลงทุนไป
ในโลกปัจจุบันมีทุนทางเศรษฐกิจและธุรกิจหลาย ๆ ตัว เช่น
- ทุนที่มาจากธรรมชาติ – ที่ดิน
- ทุนที่มาจากการเงิน
- ทุนที่มาจากโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งอาจจะหมายถึงเทคโนโลยีหรือเครื่องจักร
- และสุดท้ายก็คือ ทุนมนุษย์ ก็คือ คุณภาพของคนนั่นเอง
เพียงแต่คนนั้นจะแตกต่างจากทุนในด้านอื่น เพราะ
Adam Smith ซึ่งเป็นนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเก่ามาก ๆ สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบันอาจจะพูดได้ว่าเป็นผู้ริเริ่ม คำว่า “ทุนมนุษย์” แต่ในช่วงแรกไม่ได้เรียกว่าทุนมนุษย์โดยตรง Adam Smith ยกตัวอย่างว่า.. ค่าจ้างของแรงงาน 2 คน ไม่เท่ากัน และก็ถามว่าทำไม? ส่วนหนึ่งก็มาจากบุคคลหนึ่งอาจจะมีความรู้ ทักษะมากกว่าอีกคนหนึ่ง
ต่อมาอีกคนหนึ่งที่ University of Chicago คือ Prof. Gary Becker ก็ได้วิเคราะห์ว่า ถ้าแรงงานมีการลงทุนด้านการศึกษาไม่เท่ากัน แค่วัดจากปีที่เรียนก็พอว่ารายได้ก็ไม่เท่ากัน จึงเป็นการค้นพบว่า การศึกษา คือ การลงทุนที่สำคัญของทุนมนุษย์ ใครมีการศึกษามากกว่าคนนั้นก็จะมีรายได้มากกว่า หรือมีทุนมนุษย์มากกว่า
E = α0 + α1Y1 + α2Y2 + x
E= รายได้, Y= Education
α1คือ ถ้า Y เพิ่ม E เพิ่มเท่าไหร่? ซึ่งได้มีการวิจัยว่า α1มีนัยยะสำคัญทางสถิติและเป็น+
ซึ่งการวิเคราะห์ของ Becker ก็เป็นที่มาของรางวัล Nobel ทางเศรษฐศาสตร์
ส่วนอีกท่านหนึ่ง คือ P. Schultz จาก University of Chicago ก็ทำวิจัยใช้หลักของ Becker พบว่า ชาวนาในสหรัฐ ถ้าคนไหนมีความรู้หรือปัญญามาก.. ผลผลิตของสินค้าเกษตรหรือ Labor Productivity ของเขาก็เพิ่มขึ้น
ปัจจุบันปี 2553 การวิเคราะห์ทุนมนุษย์ก็ได้เปลี่ยนไปมาก ซึ่งก็คือประเด็นที่เราจะพูดกันในวันนี้
Hypothesis แรกก็คือ ปริมาณหรือการมองการศึกษาแบบเป็นทางการว่าจบอะไร ปริญญาตรีต้องดีกว่า ม.6 ก็ยังสำคัญอยู่ แต่จะสำคัญน้อยลง เพราะพบว่าคนเรียนน้อยก็อาจจะมีคุณภาพดีเท่ากับคนเรียนมากหรือที่มีคำว่า “ปัญญาอาจจะไม่ใช่ปริญญา”
5) ดังนั้น ตัวผมเองก็เลยได้วิเคราะห์ตัวเองซึ่งถือว่าได้ลงทุนในด้านทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์มามากพอควร แต่จบปริญญาเอกก็คงไม่ได้ดีกว่าคนจบปริญญาตรีอีกต่อไป อยู่ที่ว่าจบมาแล้วมีคุณสมบัติอย่างไร? จึงเป็นที่มาของทฤษฎี 8 K’s และ 5 K’s (สนใจ Click ที่ http://www.chiraacademy.com/concept.html)
ใน 8 K’s ผมเริ่มด้วย Human Capital แต่ Human Capital ไม่ใช่วัดจากปริมาณมากแต่ต้อง
เน้นคุณภาพจึงเป็นที่มาของทุนที่สำคัญอีก 7ทุน
และสุดท้ายก็คือ 5 K’s ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทุนมนุษย์ โดยสรุปที่สำคัญก็คือคุณภาพของมนุษย์จะเกิดขึ้นอย่างไร
โดยสรุป ผมคิดว่าการศึกษาของเราไม่ได้สอนให้คนคิดเป็น ลองดูทฤษฎี HR Architecture ของผม (สนใจ Click ที่ http://www.chiraacademy.com/concept.html)
หากพิจารณาด้าน Demand Side ในช่วงอายุ 25 – 60 เมื่อทำงานในระบบราชการ เราจะต้องสร้างให้เกิดการพัฒนาทุนมนุษย์อย่างต่อเนื่อง
6) ปัญหาทุนมนุษย์ในระบบราชการ จึงขาดคุณภาพที่พึงประสงค์ ทำอย่างไรจึงจะมีระบบที่สร้างให้ทุนมนุษย์ในระบบราชการมีคุณภาพอย่างแท้จริง และเป็นรูปธรรม
7) ปัจจัยที่สำคัญของทุนมนุษย์ในระบบราชการ
1) ต้องให้ระบบราชการเป็นทางเลือกของคนที่มีศักยภาพ เรื่อง Recruitment คงจะต้องคิดกันใหม่
2) เมื่อเข้ามาในระบบราชการแล้วก็ต้องสร้างทุนมนุษย์ให้มี Experience มี Skills มี Attitude หรือ มี Core Value มี Competencies และคิดเป็นวิเคราะห์เป็นเพิ่มขึ้นกว่าเดิม
อย่างทฤษฎี 3 ต. ของผม คือ ต่อเนื่อง ต่อเนื่อง และต่อเนื่อง นั่นคือ ต้องลงทุนอย่างต่อเนื่อง
8) จะเห็นได้ว่า ถ้าเรามี Human Capital ที่มีคุณภาพ ข้าราชการที่ดีขึ้น ก็จะสามารถจัดการกับปัจจัยท้าทาย เพราะในปัจจุบันทุนมนุษย์จะมีบทบาทสำคัญมากที่จะทำให้การทำงานของข้าราชการประสบความสำเร็จ จัดการกับปัจจัยภายใน-ภายนอก และความไม่แน่นอน ได้ ดึงเอาความคิดใหม่ ๆ และนวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาแก้ปัญหาได้
วิธีการเรียน สำคัญที่สุดผมเน้นทฤษฎี 4 L’s 2R’s 2I’s และ Peter Senge (http://www.chiraacademy.com/concept.html)
สรุป ผมมาที่นี่เพื่อมาเรียนรู้จากพวกท่าน และหวังว่าจะเป็นกลุ่มที่ปลูกฝังค่านิยมเรื่องคนที่ถูกต้อง
และเราจะได้เป็นแนวร่วมกันต่อไป
สรุป Workshop
กลุ่มที่ 1
2 เรื่องที่น่าจะนำไปคิดและทำต่อคือ
กลุ่มที่ 2
เรื่องที่น่าจะนำไปคิดและทำต่อคือ
กลุ่มที่ 3
กลุ่มที่ 4
เรื่องที่น่าจะนำไปคิดและทำต่อคือ
กลุ่มที่ 5
เรื่องที่ควรจะนำไปทำต่อ
ท่านทูตฯ วิบูลย์ ได้สรุปสุดท้ายว่า.. วันผู้นำของเรานั้น ส่วนใหญ่รู้ถึงความสำคัญของการพัฒนาทุนมนุษย์ แต่สิ่งที่สำคัญคือ มีเจตนารมณ์ที่จะทำหรือไม่ทำ เพราะฉะนั้น ดีใจที่วันนี้อาจารย์จีระได้มาพูดเรื่องนี้ให้พวกเราฟัง และก็จุดประกาย
***************************************
บทความแนวหน้า ฉบับวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม 2553 หน้า 5
ทุนมนุษย์ในระบบราชการ
เหตุการณ์ ดี ๆ ที่เกิดขึ้นหลังการสลายหรือยึดพื้นที่ราชประสงค์คืนมาหลายเรื่องด้วยกัน
เรื่องแรกคือ การทำบุญใส่บาตรที่บริเวณสวนลุมพินี ซึ่งผมได้รับเกียรติจากคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย ไปร่วมด้วย
ส่วนทาง กทม.รวมจัดงานพิธีตักบาตรได้ดี ทำได้รวดเร็วและดึงพลังภาคประชาชนหลายฝ่ายมาร่วมด้วยซึ่งก็ต้องยอมรับว่า บทบาทของ กทม.ในการช่วยรัฐบาลแก้ปัญหาวิกฤติครั้งนี้มีความสำคัญ การปราบจลาจลต้องมีส่วนร่วมของชุมชนและบทบาท กทม.เข้ามามากขึ้นในอนาคตต่อไป
ผู้ว่าสุขมพันธ์ ก็แสดงความเป็นผู้นำได้ดีช่วยคุณอภิสิทธ์มาก การรวมพลังด้วยการ 5 ศาสนา ที่สำคัญหล่อหลอมความสามัคคี ทำให้ขวัญกำลังใจของคนไทยกลับสู่สภาพปกติได้เร็วที่สุดและไปสู่ความปรองดองแห่งชาติ
วิธีที่ควร ก็คือให้คนกรุงเทพฯออกไปต่างจังหวัด เปิดเวที สานเสวนา กับชาวบ้านโดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ กลุ่มที่เคยมาร่วมชุมนุมในราชประสงค์ไปถามความรู้สึก.. เขามีความเห็นอย่างไร? และทางออกโดยสันติวิธีคืออะไร? ฟังความทั้ง 2 ด้าน
ส่วนอีกแนวคิดหนึ่งที่คาดกันว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้นอีกและคนเสื้อแดงคงยังไม่ยอมแพ้และอาจมีความโกรธแค้นมากขึ้น และคุณทักษิณเองก็คงจะสู้แบบไม่ถอย และลงใต้ดินด้วย ทฤษฎีนี้ก็อาจจะจริงได้ แต่ถ้าคนไทยทุกคนหันมาแก้ปัญหาช่วยกันสร้างความปรองดอง มีสื่อที่ช่วยให้เกิดปัญญาและสาระมากกว่าบันเทิงละครน้ำเน่าลูกเดียว
สำหรับรายการโทรทัศน์ของผมในวันเสาร์นี้ ที่ TNN2 เวลา 23.00 – 23.30 น. ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุณยเกียรติ จะร่วมกันหาทางออกให้ประเทศไทย ซึ่งเป็นการมองความปรองดองหรือการปฎิวัติแบบนิ่มนวลกลับสู่ภูมิปัญญาของคนไทย แบบ Mild Revolution แบบสันติวิธี
โครงการทางวิชาการของผมที่ สำนักงาน ก.พ. เมื่อวันพุธที่ 26 ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปร่วมบรรยายเรื่อง ทุนมนุษย์ในภาคราชการ ซึ่งเป็นหลักสูตร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อเตรียมตัวเป็นระดับรองอธิบดีหรืออธิบดี
ผมโชคดีได้พบกับท่านทูตฯหลายคน ซึ่งเป็น C 10 แล้ว แต่ช่วงเป็น C9 ไม่ได้เรียน โดยเฉพาะท่านทูตวิบูลย์ คูสกุลโดยเฉพาะเป็นบุคคลที่ร่วมงานกับผมในการพัฒนาทุนมนุษย์ที่ลาวเมื่อปีที่แล้วก็มาร่วมฟังการบรรยายด้วย
ได้เน้นการบรรยายแบบทุกคนมีส่วนร่วม ที่เน้นประโยชน์ที่ผู้ฟังได้รับ และนำไปปรับตัวเอง ผมพูดถึงปัจจัยการท้าทายของภาคราชการ
การที่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์อย่างเต็มตัว ประเทศไทยจะปรับตัวอย่างไร?
การขัดแย้งทางความคิดของคนในสังคมรากหญ้า VS. คนชั้นกลาง
ค่านิยมที่เน้นความเห็นแก่ตัวและวัตถุนิยม
คนไทยขาดจิตสาธารณะ
คนเก่งไม่เข้าสู่ระบบราชการ
ข้าราชการเริ่มมีอายุ (Aging Population)
ทุนมนุษย์กับ Gender (บทบาทของสตรีในระบบราชการ)
การอยู่ร่วมกันระหว่างกลุ่มอายุต่าง ๆ เช่น Gen X, Y
ผู้นำภาคราชการส่วนมากไม่สนใจเรื่องคนแต่สนใจเรื่องอื่น ๆ
การพัฒนาทุนมนุษย์ในระบบราชการไม่ได้ผลเพราะวิธีการเรียนเป็นลอกมากไป และขาดการสร้างขวัญ กำลังใจ สร้างอุดมการณ์และแรงบันดาลใจ
การทำงานร่วมกันระหว่างข้าราชการส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค
ทุนมนุษย์ในระบบราชการกับความหลากหลาย (Diversity)
ประเด็นที่สองให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องทุนมนุษย์ ลงทุนต้องคุ้มค่า โดยเน้นที่ คุณภาพ และเมื่อทุนมนุษย์มีคุณภาพแล้ว ก็ต้องกระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ สร้างคุณค่าหรือมูลค่าโดยมีบรรยากาศให้ทุกๆคนได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพื่อประชาชน ไม่ใช่ เพื่อนักการเมือง
จากการเข้ากลุ่มย่อย พบว่าทุกกลุ่มจะเข้าใจตรงกันว่า..
ผมได้สร้างบรรยากาศการเรียนที่ไม่น่าเบื่อ หลายคนเห็นความสำคัญของวิธีการเรียนที่เน้น 2R’s คือ
ในระบบราชการต้องพูดความจริงและถกประเด็นที่สำคัญ คือ Why มากหน่อย How พอควร และ Execution คือ ทำจริง เอาชนะอุปสรรคให้ได้
อุปสรรคในการสร้างทุนมนุษย์ของระบบราชการคือ การสร้างองค์กรและการเรียนรู้ ยังทำไม่ได้ผล มีการพัฒนาคนไม่ได้เน้น คุณภาพ เน้นแต่ปริมาณและไม่ตรงกับสิ่งผู้เรียนต้องการ
และข้อเสียและจุดอ่อน ก็คือ การเมืองไทยทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ต้องการให้ข้าราชการเป็นเครื่องมือและถ้าข้าราชการขาดทุนมนุษย์ ขาดความรู้ ขาดคุณธรรม การเมืองครอบงำได้ง่าย
ผมก็เลยเข้าใจว่า บางทีผมอาจจะต้องบรรยายเรื่อง ทุนมนุษย์ในภาคนักการเมืองด้วย
แต่คำถามก็คือ จะมีนักการเมืองฟังและสนใจหรือเปล่า? แต่ผมก็จะมีความพยายามต่อไป