นักประพันธ์เพลงคลาสสิค โดยมากมักเซททำนองตามจังหวะของคำร้อง..เช่นมาจากโคลงกลอน ที่ประทับใจแล้วจึงใส่ท่วงทำนองตามลงไป ดังนั้นผู้ร้องจำเป็นต้องเข้าใจความหมายของเนื้อร้อง และจังหวะหนักเบาของ คำ ในเนื้อร้องหรือ โคลงกลอนนั้นๆ
เพลงคลาสสิค ที่ว่านี้หมายรวมทั้งเพลง ลีดเดอร์ ชองซอง อาร์ทซอง
โอราโทริโอ และโอเปร่า ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากภาษา อิตาเลียน ฝรั่งเศส เยอรมันและอังกฤษ
นอกจากนี้อาจเป็นในภาษา เช็ค สเปนิช รัสเซีย สวีดิช บ้าง
วิธีการฝึกทำตามลำดับดังนี้
1 อ่านออกเสียงคำร้องให้คล่อง
2 ลองเล่นส่วนเปียโน accompaniment เพื่อทราบทิศทางเพลง
3 เขียนเนื้อร้องลงกระดาษแล้วแบ่งจังหวะการหายใจ
4 ทำเครื่องหมายประโยคบนแผ่นโน้ตเพลง
5 ประโยคเพลง (pharsing) อาจยาวต้องใช้ลมหายใจที่ยาวกว่าการร้องเพลง
ทั่วไป
6 ทำนองและโน้ตบางตัวอาจจำยาก ต้องย้ำ หรือซ้อมกับเปียโน หรือ ฟังจากต้นฉบับบ่อยๆ
7 ซ้อมร้องกับนักเปียโนคุณภาพที่เก่ง และสามารถตามนักร้องได้ดี
8 ควรศึกษาประวัติเพลงนั้นๆ เช่น เป็นส่วนหนึ่งขององก์ประพันธ์รวม หรือ จากโอเปร่าใดฉากใด ผู้ร้องคือบทบาทอะไร อารมณ์ ณ ขณะร้องดำเนินไปอย่างไร
9 ควรศึกษาประวัติผู้แต่ง เช่นได้แรงบันดาลใจจากอะไร แต่งเพื่อใคร แต่งที่ไหน อย่างไร
10 ควรบันทึกเสียง หรือ ถ่าย วีดีโอเพื่อตรวจสอบคุณภาพหรือให้ผู้รู้ เม้นท์ อย่างตรงไปตรงมาเพื่อคุณภาพที่ดี
โปรดอย่าลืมว่า เพลงคลาสสิคนั้นเป็นผลวัฒนธรรมของชนชาติยุโรป การที่จะร้องเพลงคลาสสิคให้ได้คุณภาพจะต้องเอาใจใส่ทั้งคำร้องและมีเนิคและการตีความหมายที่ถูกต้องตามแบบฉบับที่ถูกกำหนด อย่างไรก็ดี ไม่มีอะไรยากกว่าคนไทยจะทำด้ใช่ไหมครับ
โอ้โห...ไวนะค๊ะเนี๊ยะ ดีจังเลย ทำให้ได้ความรู้ไปด้วย