เรียนศิลปะที่เยอรมนี

เรียนศิลปะในเยอรมัน...ทำไมต้องเป็นเยอรมัน...มันเจ๋งยังไงหรือ...อันนี้มันก็แล้วแต่เหตุผลของแต่ละคน แต่ที่แน่ๆ เยอรมันเป็นต้นกำเนิดของ Bauhaus หนึ่งในโรงเรียนดีไซน์ชื่อดังของโลก กับสไตล์ล้ำสมัย (สมัยนั้นจนกระทั่งสมัยนี้เลยก็ว่าได้) Sigma Polke, Jil Sander, Farbe-Castell, Staedtler, Leica, ฯลฯ ทำไมมีแต่เครื่องมือศิลปะที่เกิดจากประเทศนี้ล่ะ..
โรงเรียนศิลปะในเยอรมันจะมีหลักๆ อยู่ 3 แบบ
Universitaet (มหาวิทยาลัย)
ส่วนใหญ่จะเรียนเน้นด้านทฤษฎีมากกว่าปฎิบัติ และส่วนใหญ่จบแล้วจะได้ Diplom ที่สำคัญต้องเรียน 5 ปี
Hochschule
ไม่รู้จะแปลว่ายังไงดี แต่มันไม่ใช่มหาวิทยาลัย เป็นเหมือนสถาบันสอนศิลปะโดยเฉพาะ ไม่มีคณะอื่นปน และก็ต้องเรียนส่วนใหญ่ 5 ปีเช่นกัน
Fachhochschule (มหาวิทยาลัย)
อีกแนวที่เน้นปฎิบัติมากกว่าทฤษฎี จบแล้วได้ Diplom เหมือนกัน แต่อันนี้เรียน 4 ปี แต่ช่วงประมาณ 2 ปีมานี่ หลายที่เริ่มเปิด Bachelor แล้ว และจะเรียน 3 ปีเท่านั้น
แทบทุกเมืองในเยอรมันจะมีโรงเรียนศิลปะประจำตำแหน่งอยู่ เมืองใหญ่หน่อยก็มี 3-4 โรงเรียน เช่น ในเบอร์ลิน, มิวนิค เป็นต้น ที่เยอรมันเท่าที่รู้จักจะมีโรงเรียนศิลปะมีหลายแนว แต่ส่วนใหญ่จะมีคณะบังคับๆ ใหญ่ๆ อยู่สัก 3-4 แนว
Bildende Kunst
เกี่ยวกับพวก fine art หรือเทียบกับคณะวิจิตรศิลป์ หรือจิตรกรรมก็ว่าได้ บางโรงเรียนก็จะมีเฉพาะแนวไปเลย อย่าง Skulptur ที่ Halle (อันนี้เพื่อนเกาหลีแนะนำมา)
Gestaltung
เกี่ยวกับการออกแบบ Design ต่างๆ: Kommunikation Design, Product Design, Media Design, Schmuckdesign, Textile design
Darstellende Kunst
เกี่ยวกับพวกการออกแบบละครเวที Buehne ต่่างๆ
Film
เกี่ยวกับพวกทำหนัง, ละคร, ตัดต่อหนัง..ไปจนถึงจัดการทุกอย่างที่เกี่ยวกับหนัง
และจากประสบการณ์อันน้อยนิดของผู้เขียน คงขออนุญาตอธิบายอยู่เฉพาะโรงเรียนออกแบบละกัน เพราะไม่เคยมีความรู้เกี่ยวละครเวที หรือ fine art อยู่ในหัวเท่าไรเลย
โรงเรียนออกแบบที่เยอรมัน ส่วนใหญ่ก็จะมีอยู่ 2 แนวหลักๆ คือ
Kommunikation Design หรือ Visualkommunikation: เรียนเกี่ยวกับออกแบบ Grafik Design, Typography, Layout บางที่ก็จะพ่วง Media เข้าไปด้วย แต่บางที่ก็จะแยกออกมาเป็นแผนกใหม่ไปเลย
Produkt Design, Industrial Design: เรียนเกี่ยวกับการออกแบบผลิตภัณฑ์
ถ้าถามว่าโรงเรียนไหน ดังกว่าโรงเรียนไหน คงตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่ละโรงเรียนจะมีแนวทางในการสอนและแนวทางการออกแบบไม่เหมือนกัน บางโรงเรียนเน้น process เน้นเหตุผลในการคิด ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวนั้นทั้งนั้น หรือว่าเน้นสอนด้าน Media มากกว่า Grafikdesign หรือว่าเรียน Kommunikationdesign กับ Produkt design รวมกัน
ถ้าให้ดี ควรจะดูผลงานและอ่านรายละเอียดการสอนให้ชัดเจน ก่อนจะตัดสินใจเลือกโรงเรียน (ปัจจุบันหลายโรงเรียนเริ่มมีรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษให้อ่านด้วย)
คราวนี้มาพูดถึงเรื่องวิธีการสมัครดีกว่า แน่นอนโรงเรียนศิลปะส่วนใหญ่ทั่วโลกระบบเดียวกันหมด ต้องมีส่ง portfolio ส่งการบ้าน และมีสัมภาษณ์ ที่เยอรมันก็เช่นกัน ถ้าให้แยกเป็นประเภทชัดเจนก็น่าจะเป็น
ส่ง portfolio ก่อน ถ้าผ่านแล้วจะเรียกเข้าไปสอบอีกที ที่เรียกว่า Aufnahmepruefung
ส่งใบสมัคร > ได้การบ้านมา (ส่วนใหญ่จะให้เวลา 1 เดือน) > ส่งการบ้านและส่ง portfolio
ส่งใบสมัคร > ได้การบ้านมา > ส่งเฉพาะการบ้าน (ไม่ต้องมี portfolio)
ส่งใบสมัคร > เรียกเข้าไปสอบเลย และส่ง portfolio พร้อมกัน
ดังนั้นผู้สมัครต้องอ่านรายละเอียดให้ดีว่าวันไหน ต้องทำอะไร ไปสอบวันไหน อย่างไร ส่วนใหญ่โรงเรียนจะเชิญไปสอบ 1 ครั้ง แล้วก็จะรู้ผลเลย แต่ถ้าโรงเรียนไหนคนสมัครเยอะ ก็จะมีเรียกเข้าไปสอบ 2 ครั้ง เช่น UDK Berlin
Portfolio ที่จะต้องส่ง ส่วนใหญ่ทางโรงเรียนจะกำหนดมาว่า 20-30 ผลงาน และขนาดไม่เกิน A2 หรือบางทีก็ต้องขนาดใหญ่กว่า A4 น้ำหนักไม่เกิน 15 kg แต่บางโรงเรียนก็จะมียืดหยุ่นแตกต่างกันไป และส่วนใหญ่ต้องส่งผลงานจริงให้ดูด้วย ถ้าเป็นงาน 3d มักจะให้ถ่ายเป็น Slide ส่งไป หรือว่างาน media ก็จะให้ write เป็น cd หรือ vdo ส่งไปให้ดู หรือภาพถ่ายก็จะต้องส่งภาพที่อัดหรือว่าเป็นสไลด์ให้ดู
ในการสอบ ทางโรงเรียนส่วนใหญ่จะกำหนดหัวข้อมาให้คิด เช่น reisen (การเดินทาง) บางที่ก็จะให้เวลา 1 ชั่วโมง บางที่ก็จะให้เวลาเกือบทั้งวัน ในการคิดและออกแบบส่งไป แต่บางที่จะต้องมีเขียนบทความส่งไปด้วย
ส่วนในการสอบสัมภาษณ์ก็จะถามทั่วไปๆ อธิบายงาน การบ้าน หรือว่า portfolio ของเรา แต่ที่แน่นอนจะต้องถามว่า ทำไมถึงอยากเรียนที่นี่??
สำหรับนักเรียนต่างชาติหัวดำอย่างเรานั้น เรื่องภาษาก็เป็นข้อจำกัดที่สำคัญ ถึงแม้ว่าจะสอบทั้งหมดผ่าน แต่ถ้าสอบภาษาไม่ผ่านก็อาจจะอดเรียนได้ โรงเรียนศิลปะส่วนใหญ่มักจะยืดหยุัุ้ัั่่่น ให้ว่าต้องสอบให้ผ่านได้ภายใน 1 เทอมหรือ 1 ปี ก็แล้วแต่ หรือถ้าผลงานของเราดีมากๆ จนเข้าตา professor ก็อาจจะเจรจาขอเข้าไปเรียนโดยที่ภาษายังไม่ผ่านก็ได้ แต่คงต้องเป็นคนที่พิเศษจริงๆ
คราวนี้ก็ขออนุญาตมาแนะนำโรงเรียนนี้บ้าง (คือกำลังเรียนอยู่น่ะ)
Koeln International School of Design (http://www.kisd.de)
โรงเรียนนี้เป็นสถาบันหนึ่งที่แยกออกมาจากคณะ Kulturwissenschaft ของ FH-Koeln เมื่อปีที่แล้วได้ครบรอบ 11 ปีของโรงเรียนนี้ไปเรียบร้อย
ระยะเวลาเรียน 4 ปี
วุฒิที่จบ Diplom Designer หรือ Designerin
สอน 2 ภาษา: ภาษาเยอรมันและอังกฤษ (ดังนั้นข้อกำหนดเรื่องภาษาเยอรมันจะต่ำกว่าที่อื่น คือไม่ผ่าน DSH ก็ Testdaf 3)
โรงเรียนนี้เน้นสอนแบบกว้างๆ คล้ายๆ จะเป็น generalist มากกว่า ไม่มีการแบ่งแยกคณะชัดเจนระหว่าง design แต่ละแขนง เน้นสอนภาคปฎิบัติมากกว่าและเน้นการทำงานเป็น Projekt รวมไปถึงการทำงานเป็นกลุ่ม (จะมีวิชาหนึ่งที่เรียกว่า Arbeitgemeinschaft หรือ AG ที่นักเรียนทุกคนต้องลง เพื่อจะได้ทำงานร่วมกัน)
ที่นี่มีแนวทางการสอนแยกเป็นทั้งหมด 12 แนว โดยนักเรียนทุกคนจะต้องเลือกเรียนทั้งหมดให้ได้ 10 แนวก่อนที่จะจบ diplom
Audiovisuelle Medien
Corporate Identity
Design for Manufacturing
Design Konzepte
Design Management
Designtheorie und Geschichte
Gender und Design
Interface Design
Oekologie und Design
Produktionstechnologie
Service Design
Typographie und Layout
สรุปคือ นักเรียนสามารถเลือกลงวิชาได้ตามชอบใจ แต่สุดท้ายจะต้องมี projekt ที่ลงอยู่ใน 10 แนวทางการสอนนี้ และเมื่อเรียนไปแล้ว 3 เทอม ก็จะต้องทำเหมือน pre-thesis หรือเรียกว่า Vordiplom ส่ง
นักเรียนส่วนใหญ่ที่นี่เป็นเยอรมันสัก 60-70% และที่เหลือเป็นนักศึกษาต่างชาติรวมกับนักเรียนแลกเปลี่ยน (ที่นี่จะมีนักเรียนแลกเปลี่ยนมาจากโรงเรียน partner เยอะทีเดียว)
นอกจาก Diplom แล้ว โรงเรียนนี้ยังมีอีกแบบ เป็น Bachelor+Master ด้าน European Design โดยตรงหรือเรียกว่า MEDes เรียน 5 ปี และได้ไปเรียนกับอีก 5 โรงเรียน partner ใน Helsinki, Paris, Glasgow, Stockholm, Milan
การสมัครเข้าเรียน : ที่นี่ปิดรับสมัครวันที่ 1 เม.ย. โดยเอกสารสมัครก็จะมี
ใบสมัคร (สามารถ download ได้ที่ http://kisd.de/application.html)
เขียนจดหมายบอกเหตุว่าอยากเรียน design เพราะอะไร (1200-1600 ตัวอักษร)
(ยังไม่ต้องส่งใบเกรดหรือเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น)
หลังจากนั้นผู้สมัครทุกคนจะได้รับจดหมายบอกหัวข้อการบ้านที่จะต้องส่ง โดยจะให้ระยะเวลาประมาณ 1 เดือน ทำส่งกลับไปพร้อมกับอีกจดหมายบอกเหตุผลว่าทำไมถึงอยากเรียนที่โรงเรียนน ี้และเหตุผลในการเรียนคณะนี้ (อีกครั้ง โดยห้ามซ้ำกับของเดิม) และหากเป็นผู้โชคดี การบ้านผ่านก็จะได้เรียกเข้าไปสอบอีกครั้ง โดยจะให้หัวข้อมาอีกเช่นกัน และให้ระยะเวลา 1 ชั่วโมงในการออกแบบงาน แล้วจึงมาเป็นขั้นตอนสุดท้าย สอบสัมภาษณ์กับ Professor อีก 3 คน พร้อมกับคำถามยอดฮิต "ทำไมถึงอยากเรียนที่โรงเรียนนี้" และศิลปินในดวงใจ
รอผลอยู่ประมาณ 2 เดือนก็จะได้รับจดหมายบอกข่าว (ดีรึเปล่า) ว่าให้ทำอย่างไรต่อไป หลังจากลงทะเบียน จ่ายค่าเรียนทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนเปิดเทอมประมาณ 2 สัปดาห์ นักเรียนทุกคนจะต้องเลือกลงวิชาเรียนเองทาง internet โดยจะมี guideline ให้นิดหน่อย จากทางโรงเรียนว่าควรจะลงแบบไหน
การเรียนการสอนที่นี่ เน้นบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นกันเองระหว่าง professor กับผู้สอน บางทีก็เหมือนเป็น design management ไปในตัวด้วย แต่ละ projekt มักจะมีนักเรียนประมาณ 10 คน โดยการสอนจะเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนักเรียนในห้องและผู้สอนด้วย ในการเรียน projekt ที่นี่ ทุกครั้งจะต้องมีการรายงานให้กับนักเรียนทุกคนฟัง หรือ Freitagpresentation และส่งรายงาน หรือ Documentation ทุกครั้ง หลังจากจบ projekt