ปู่มาหยุดที่ต้นไม้ต้นนึงพร้อมกับรำพึงว่างามจริง ๆ แล้วก็ยื่นมือไปเก็บยอดผักนั้นอย่างตั้งใจ ยอดแล้วยอดเล่า

มดแดงแฝงกินนิน

     เสียงไก่ขัน..จากบ้านนั้น..ไปบ้านโน้น..จากบ้านโน้น..ไปอีกบ้าน.. ขานรับต่อกันเป็นทอด ๆ ผู้เขียนกำลังนอนหลับพอที่จะเคลิ้ม ๆ ขณะนอนฟังเสียงไก่ขันเพลินอยู่นั้น ยังไม่ทันไร..ผั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ เอ้กอี้เอ้ก..เอ้กกก....ไก่โต้งใต้ถุนบ้านของเราก็ตีปีกอย่างตั้งใจ..ก่อนที่จะโก่งคอขัน..ขานรับต่อจากบ้านข้าง ๆ ดูประหนึ่งว่า..ทำหน้าที่ปลุกเจ้าของบ้านให้ตื่น..แถมยังตรงเวลาทุกวันเสียด้วย.... 

        ตะเกียงลานถูกจุดขึ้น ปู่ลุกขึ้นนั่งขางไฟอยู่บนที่นอน ฝนที่ตกมาทั้งคืนตอนนี้ก็หยุดแล้ว แต่ก็ยังได้ยินเสียงน้ำหยดจากชายคาลงก้นกระแป๋ง ดังเป็นจังหวะ เปาะ..แปะ..ป๊ง..แล้วแต่ว่ากระแป๋งใบไหนน้ำน้อยน้ำมาก..ผู้เขียนหรี่ตาดูเตาขางไฟของปู่ก็เห็นถ่านแดงเริ่มครุเป็นขี้เถ้าแล้ว..ปู่ตักน้ำฝนที่รองได้ใส่กาน้ำวางลงบนกองถ่านอย่างชำนาญ มวนยาใบตองมวนโตจ่อไปที่ก้อนถ่าน..หอมจัง..พร้อมกับละลายยาหอมใส่แก้ว..หอมจัง..ปู่จิบยาหอมร้อน ๆ พร้อมสูบมวนยาใบตอง..ค่อย ๆ พ่นควันออกมาอย่างแผ่วเบา

    สักครู่..แต๋วเดินเอาตะเกียงมาต่อที่ตะเกียงของปู่ ย่ากับหลานคนโปรดพากันเดินไปล้างหน้าสีฟัน..แล้วพากันเดินหายเข้าไปในครัวเช่นทุกวัน วันนี้เด็ก ๆ ไม่ต้องไปโรงเรียนเพราะเป็นวันหยุด ไชโย!..(ในใจ) แฮ่ะ แฮ่ะ..ผู้เขียนซุกตัวนอนอยู่ใต้ผ้าผวยลายสีหม่น คงไม่ต้องบอกหรอกว่ามันเก่าพอดู มีกลิ่นหอมของแดดติดผืนผ้าละมุน "ไปล้างหน้าล้างตาหลุก เดี๋ยวไปกัน" ปู่บอกพร้อมใช้มือตีก้นหลานเบา ๆ เป็นการกระตุ้นให้รีบลุกขึ้น

 

     พระอาทิตย์ส่องแสงผ่านช่องว่างของใบไม้พุ่งเป็นสาย ฝูงไก่พากันออกหากินหมดแล้ว ผู้เขียนเดินลงจากเรือนตามปู่เข้าไปในสวน ปู่มาหยุดที่ต้นไม้ต้นนึงพร้อมกับรำพึงว่างามจริง ๆ แล้วก็ยื่นมือไปเก็บยอดผักชนิดหนึ่งอย่างตั้งใจ ยอดแล้วยอดเล่า สังเกตุเห็นปู่ถูกมดแดงตัวใหญ่รุมกัดที่มือและแขน "มันหวงบ้านของมัน รังใหญ่ซะด้วย" ปู่พูดพรางพร้อมเก็บกับยอดผักพื้นบ้านไปพราง ผู้เขียนจะช่วยปู่ตีมดแต่ปู่บอกว่าไม่เจ็บ "ปู่มีคาถาให้มดเมา เมื่อมดกัดก็จะไม่เจ็บ" ปู่หัวเราะเสียงดัง ผู้เขียนเชื่อสนิทใจเรื่องคาถาของปู่ "พอแล้วได้พอกินกับน้ำพริกแล้ว" และทันใดนั้น โอ๊ย!..ปู่ร้องพร้อมใช้มือตีไปที่แก้มตัวเอง หยิบเอามดออกมาแล้วใส่เข้าไปในปาก.."กินซะเลยให้กัดมือไม่กัดมากัดแก้ม เอาซักตัวมั้ยหลุกเปรี้ยวดี"..นึกในใจว่าคาถาของปู่ใช้ได้แค่มือกับแขนเท่านั้น..ผู้เขียนวิ่งกลับขึ้นบ้านเพราะ..ไม่อยากกินมด และเมื่อช่วยปู่ล้างผักเสร็จแล้วก็เอาไปให้ย่าในครัว 

 

     สำรับข้าวมื้อนี้มียอดผักกินนินลวกกินกับน้ำพริกกะปิเป็นเมนูเด็ด.. หลังอาหารมื้อเช้าหลานสองคนคุยกัน..เรื่องบ้านของมดแดงที่อยู่ในใบของกินนิน เรื่องคาถากันมดกัดของปู่ ดูแล้วจะเป็นการคุยอวดพี่สาวของผู้เขียนมากกว่า ว่าตนเองรู้เรื่องบ้านของมดแดงที่สร้างอยู่ในใบกินนินเป็นอย่างดี กัดก็ไม่เจ็บเพราะปู่ท่องคาถาให้มดเมา แต๋วหัวเราะเสียงดัง..ต้อยเอ๊ย!..ไม่ต้องเรียกกินนินตามปู่ก็ได้ ผักกินนินก็คือผักตำลึงนั่นหล่ะ..แต่ผู้เขียนก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี..เพราะกินนินใบใหญ่ ตำลึงใบเล็ก..จริง จริ๊ง..ไม่ได้โม้....

     ในสายตาของผู้เขียนแล้วปู่เป็นผู้ชายที่น่ารัก..แข็งแรง..เก่ง..ใจดีมีเมตตา..หนูรักปู่เน้อ!....

 

    ขอขอบพระคุณสมาชิกโกทูโนที่แวะมารับรู้เรื่องราวความทรงจำของหลานคนนึงที่ยังจะคงมีเรื่องราวที่อยากบอกเล่า..ให้ใคร ๆ ได้รับฟัง ร่วมรับรู้ว่าหนูรักปู่มากแค่ไหน..ขอบพระคุณค่ะ

..สวัสดีค่ะ..