ขับรถกลับลงมาจาก de'musoi: สองวันนี้ได้พบมิตรเก่า มิตรใหม่-ได้เห็นพิธีกรรมที่ไม่รู้ว่าวันหน้าจะมีโอกาสได้เห็นอีกไหม?
ระหว่างที่ อ.เกียรติ กำลังเล่าให้พวกเรา (พี่คิม ครูเธียร พี่เบิ้ม คุณเปิ้ล คุณปู คุณเต่า และข้าพเจ้า) ฟังถึงพิธีการเลี้ยงผีน้ำอย่างคร่าว ๆ คณะของพ่อเฒ่าจะทอ-ผู้ที่จะมาทำพิธีไหว้ผีน้ำให้ และจำปาสหายของ อ.เกียรติก็มาถึง..พวกเราทั้งหมดจึงหยุดการพูดคุย..เคลื่อนพลลงไปยังเรือนลาหู่..ที่ใช้เป็นที่เตรียมการ
เริ่มจากการสังหารหมูน้อย-ดิ้นอยู่ในกระสอบที่จำปาแบกมา แต่ขั้นตอนนี้ข้าพเจ้าใจไม่ถึงพอที่จะดู..รอจนเสียงร้องของหมูเงียบไป จึงค่อยลงไปที่เรือนลาหู่ (รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย-ตอนที่ อ.เกียรติเล่า..ข้าพเจ้านึกว่าจะใช้หมูตัวใหญ่ ๆ)
ไปนั่งดูจำปาที่เริ่มทำการชำแหละหมูที่ผ่านการเผา/ ขูดขนเรียบร้อยแล้ว (แบบติดขอบสนาม) จากการพูดคุยกับจำปาทำให้รู้ว่าพวกเค้าจะใช้หมูน้อยเท่านั้นในการเซ่นไหว้ทุกอย่าง
อุปกรณ์ที่ใช้ เช่น เขียง-พ่อเฒ่าจะทอทำขึ้นจากไม้ท่อนที่วางไว้ข้าง ๆ เรือน, ครก-ทำจากไม้ไผ่..ทำกันสด ๆ เดี๋ยวนั้น-ข้าพเจ้ารู้สึกทึ่งในภูมิปัญญาของพ่อเฒ่าจะทอมากๆ ไม่ใช่แค่ข้าพเจ้าคนเดียว มีคุณเต่าที่นั่งสังเกตการณ์อยู่ข้าง ๆ บ่นพึมพำถึงภูมิปัญญาของพ่อเฒ่าจะทอด้วยความชื่นชม "สุดยอดหมอ..สุดยอด" 555+
จำปาอธิบายให้ฟังว่า-หมูหนึ่งตัว เราจะใช้หัว เท้า ๔ ข้าง หาง (๓ อย่างนี้ใช้วิธีการต้ม) ตับ ไต ปอด เนื้อบางส่วน (๔ อย่างนี้ใช้วิธีย่าง) กระเพาะ และลำไส้ (๒ อย่างนี้ว่ากันแบบดิบ ๆ )-เราจะใช้หมูที่เราฆ่าเอง ไม่ใช่หมูที่ซื้อจากตลาด
ระหว่างที่จำปา ภรรยา และลูก ๆ ช่วยกันเตรียมหมู พ่อเฒ่าจะทอก็ใช้เวลาในการเตรียมสิ่งของอื่นที่จะใช้ในพิธี เช่น ธง ๘ ธง, ห่วง ๔ ห่วงที่ร้อยติดกัน ๔ ชุด, แท่นที่ใช้วางของเซ่นไหว้, จอกสุรา
ครู่ใหญ่การเตรียมการสำหรับการเซ่นไหว้ก็เสร็จสิ้นลง-พ่อเฒ่าจะทอส่งเสียงบอกให้เตรียมขนสิ่งของที่จะเซ่นไหว้ไปที่ต้นน้ำ-บริเวณที่จะทำพิธี
ข้าพเจ้ากับคุณเต่าได้รับการขอให้ช่วยถือเป๊ปซี่ น้ำส้มมิรินด้า แครกเกอร์ และหมูปิ้ง ๑ ไม้-มีคำถามจากคุณเต่า "หมอ ๆ ผีน้ำรู้จักเป๊ปซี่ด้วยหรือ??? ยังอีกนะหมอ..มีน้ำส้ม มีแครกเกอร์ด้วย" 555+ (ข้าพเจ้าอดหัวเราะไม่ได้กับคำถามของคุณเต่า-แต่ก็คิดไปเองว่าเค้าคงใช้แทนขนมที่เมื่อก่อนต้องทำเอง)
แต่เมื่อสบโอกาสก็ถามจำปา (อีกแล้ว) ว่า ทำไมต้องเป๊ปซี่ น้ำส้ม และแครกเกอร์ ได้รับคำตอบว่าเป็นการประยุกต์ให้ทันสมัย "คือเมื่อก่อนพวกเราก็จะใช้ขนมที่ทำกันเองแต่เดี๋ยวนี้ใช้แบบนี้กัน เพราะมันง่ายและสะดวกกว่า" (ถึงบางอ้อไหมครับพี่น้อง)
ระหว่างทางเดินลงไปต้นน้ำ-คุณเต่ามีวาทะที่เรียกเสียงฮาจากพี่คิมและข้าพเจ้าได้ตลอดเวลา-เดินไปหัวเราะไป
ตอนที่ข้าพเจ้าไปถึงบริเวณที่จะทำพิธี พ่อเฒ่าจะทอกับจำปาช่วยกันทำแท่น และวางเครื่องเซ่นไหว้บางส่วนไว้แล้ว เมื่อไปถึงข้าพเจ้าก็ส่งขวดน้ำส้มมิรินด้ากับแครกเกอร์ให้พ่อเฒ่าจะทอ คุณเต่าก็ส่งเป๊ปซี่ กับหมู่ปิ้งให้เช่นกัน
เมื่อทุกคนมาพร้อม ก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น จำปาอธิบายให้ฟัง การไหว้หรือเลี้ยงผีน้ำมี ๒ กรณี กรณีแรกจะทำปีละครั้ง เพื่อเป็นการขอบคุณที่ให้มีน้ำใช้ตลอดปี (คงเหมือนกับคนไทยที่ลอยกระทงเพื่อขอบคุณแม่น้ำ) เครื่องเซ่นไหว้ก็จะเป็นชุดใหญ่ ประกอบด้วย หัวหมู ๑ หัว, เท้าหมู ๔ ข้าง, หางหมู ๑ หาง, เครื่องในสด และเครื่องในย่าง, สุรา, ขนมแครกเกอร์, ข้าวสุก และข้าวไม่สุก (อึ้งไปพักหนึ่ง-ข้าวสาร 55+), น้ำเป๊ปซี่-น้ำส้ม, ธง ๘ ธง, ห่วง ๔ ห่วงที่ร้อยติดกัน คล้องทั้ง ๔ ด้านของแท่นพิธี
อีกกรณีที่จะไหว้ผีน้ำ คือ เมื่อคนในบ้านไม่สบายจากการกระทำของตนเองที่ทำให้ผีน้ำไม่พอใจ ก็จะมีการเซ่นไหว้ปีหนึ่งอาจจะหลายครั้งหรือไม่มีเลยก็ได้ เครื่องเซ่นไหว้จะเป็นชุดเล็กใช้ไก่แทนหมู อย่างอื่นเหมือนกัน
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ หมอเอ
ความทรงจำในช่วงเวลาสั้นๆ
แต่ก็รู้สึกดีมากครับ
ผมชอบภาพสุดท้าย ครับ น่ารักดี
เป็นพิธีกรรมที่น่าสืบสานไว้ตลอดไป
อ่านไป เห็นภาพบรรยากาศ และคิดตามทำให้อยากมาสัมผัสด้วยตนเอง
สำหรับน้ำพริกสูตรพี่คิมได้ทานแล้ว แซบอีหลี คอนเฟิร์ม
แต่กาแฟยังไม่ได้ชิมเลยค่ะ
สวัสดีครับคุณ หมออนามัย
เล่าได้เนียนมาก มิเสียที่เกาะติดขอบสนาม
ปีหน้าจะตามมาแม้นไม่กินหมูขอมาดูเป็นประสบการณ์
สวัสดีครับ
ขอบคุณครูจ่อยมากสำหรับกำลังใจ
โชคดีมีสุขเช่นกันค่ะ
อ้าว....
ตกข่าว...
อ่านเพลินดีครับ...
สวัสดีค่ะคุณหมออนามัย
ใจแข็งมากนะคะ ที่กล้าติดขอบสนาม นับถือจริงๆ ขนาดยายอยากกินต้มปลายังบอกเค๊าว่าเอาตัวที่ตายใหม่ๆก็ได้ค่ะ
คุณยายค่ะ
ตอนที่สังหารนั้นไม่กล้าอยู่ใกล้หรอกค่ะ
ไปเกาะติดตอนที่ชำแหละค่ะ
โหย..อ.ขจิต..ใจร้าย..ให้เป็นนักข่าวอาชญากรรม
หน้าตาดี ๆ แบบนี้ต้องนักข่าวบันเทิงค่ะ 555+
อาจารย์เกียรติ
..เจ็บไหม?
...ตกข่าว 55+