เครือข่ายอุดมศึกษาหนุนประชาชนแก้ปัญหาความยากจน จะเป็นโครงสร้างการทำงานของระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย ในการทำให้อุดมศึกษาไทยพ้นจากสภาพลอยตัว ไม่รู้ร้อนรู้หนาว จากปัญหาบ้านเมือง ไปสู่อุดมศึกษาเพื่อสังคมไทย (engaged higher education)

ช่วยกันกอบกู้สังคมไทย : บทบาทของอุดมศึกษา

           สภาพสังคมไทยในเวลานี้ วิกฤตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน   เพราะศัตรูคือความแตกแยกกันเองภายในชาติ   ผมได้ความคิดจากการดู ดีวีดี เรื่อง “ทางออกประเทศไทย” ในรายการ 9 ทันสถานการณ์ ของทีวีช่อง ๙  วันที่ ๑๑ พ.ค. ๕๓ เวลา ๒๐.๐๐ – ๒๑.๓๐ น.  ที่ท่านอดีตนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน สนทนากับผู้ดำเนินรายการคือคุณสุวิช สุทธิประภา   จึงเกิดความคิดว่าฝ่ายต่างๆ ที่เป็นห่วงบ้านเมืองควรมาร่วมกันลงมือทำอย่างมีสติ   ในเรื่องที่ทุกฝ่ายเห็นพ้อง

           โดยควรเลือกเรื่องแก้ปัญหาความยากจน เป็นตัวเดินเครือข่ายความร่วมมือ   ยุทธศาสตร์คือ

  •    หาทางเชื่อมโยงกิจกรรมที่มีอยู่แล้ว ให้เกิดเครือข่ายกว้างขวางยิ่งขึ้น จริงจังยิ่งขึ้น มีการดำเนินการหลากหลายยิ่งขึ้น   โดยที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารถึงกัน
  •    เน้นยุทธศาสตร์ให้ภาคประชาชน คนในพื้นที่ รวมตัวกันเป็นผู้ลงมือทำ คิดเองทำเอง และวางแผนดำเนินการต่อเนื่องยาวนาน   ภาครัฐ ภาคอุดมศึกษา  ภาคเอ็นจีโอ  ฯลฯ เข้าไปหนุน และเชื่อมโยงเครือข่าย   ไม่เข้าไปนำ  ระมัดระวังไม่เข้าไปครอบงำ   ไม่เข้าไปฉกฉวยผลประโยชน์ทางการเมือง หรือการสร้างชื่อเสียง
  •    กิจกรรมที่มีการทำอยู่แล้วอย่างกว้างขวางคือโครงการปิดทองหลังพระ ที่มีมูลนิธิชัยพัฒนา และมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงเป็นแกนนำ    ท่านองคมนตรี ศ. นพ. เกษม วัฒนชัย เป็นประธาน   และ มรว. ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นผู้จัดการหลัก   น่าจะใช้โครงการนี้เป็นแกนหนึ่งของเครือข่ายกอบกู้สังคมไทยให้พ้นจากความยากจน

            ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา ขอย้ำว่า มีหลายสถาบันดำเนินการอยู่แล้ว   จึงน่าจะหาทางต่อยอด ขยายผล ขยายเครือข่าย   และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จที่เกิดขึ้น   โดยย้ำว่า เราต้องการให้ชาวบ้านรวมตัวคิดเองทำเอง   ฝ่ายมหาวิทยาลัยเข้าไปร่วมเรียนรู้และเอื้ออำนวยกิจกรรม   หรือเอาความรู้หรือเทคนิคบางอย่างไปช่วยเสริม   หรือช่วยจัดกระบวนการให้ชาวบ้านสรุปบทเรียน ที่เรียกว่าใช้กระบวนการจัดการความรู้  

            สิ่งที่วงการอุดมศึกษาควรลงมือทำคือ การจัดการเครือข่าย ที่มีวิธีจัดการอย่างได้ผล   เกิดการลงมือทำมากขึ้น ทำอย่างมีสติ อย่างมีความเข้าใจหลักการ    และเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นๆ โดยเฉพาะเครือข่ายปิดทองหลังพระ

            ในวันที่ ๑๑ – ๑๓ มิ.ย. ๕๓ คุณชายดิศนัดดา ดิศกุล จะเชิญผู้ใหญ่ในวงราชการ และวงมหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่ง ไปเยี่ยมชมกิจกรรมแก้ปัญหาความยากจนในโครงการปิดทองหลังพระที่ จ. เชียงรายและน่าน   ท่านต้องการชวนมหาวิทยาลัย ๓ แห่งเข้าร่วมมือ   ท่านชวนผมไปด้วยในฐานะรองประธานมูลนิธิสยามกัมมาจล   ผมจึงได้แนวความคิดว่าน่าจะหาทางเอาอุดมศึกษาทั้งระบบเข้าร่วมมือ    จึงขอเสนอให้คุณปิยาภรณ์ ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ช่วยประสานงานกับคุณชาย ขอเชิญอีก ๒ ท่านร่วมขบวนไปด้วย   คือท่านเลขาธิการ สกอ. ดร. สุเมธ แย้มนุ่น (ถ้า ดร. สุเมธ ไม่ว่าง ก็ขอให้รองเลขาธิการท่านใดท่านหนึ่งไปแทน) กับ ศ. ดร. ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ. สถาบันคลังสมอง    ผมเล็งว่า เรื่องเครือข่ายอุดมศึกษาหนุนประชาชนแก้ปัญหาความยากจน นี้ น่าจะมอบให้สถาบันคลังสมองเป็นผู้จัดการเครือข่าย เพราะ ศ. ดร. ปิยะวัติมีประสบการณ์การทำงานแนวนี้   และจะเชื่อมโยงเอา สกว. เข้ามาร่วมทำงานได้อีก   สกว. ก็มีงานด้านนี้อยู่มาก

            ผมหวังว่า เครือข่ายอุดมศึกษาหนุนประชาชนแก้ปัญหาความยากจน จะเป็นโครงสร้างการทำงานของระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย    ในการทำให้อุดมศึกษาไทยพ้นจากสภาพลอยตัว ไม่รู้ร้อนรู้หนาว จากปัญหาบ้านเมือง    ไปสู่อุดมศึกษาเพื่อสังคมไทย (engaged higher education)    ทำงานด้านการผลิตบัณฑิต การวิจัย บริการสังคม ลงทุน สืบสานคุณความดีและศิลปะและวัฒนธรรม โดยเชื่อมโยงกับสังคมไทยอย่างแน่นแฟ้น   ... เพื่อกอบกู้สังคมไทยจากความแตกแยก   ผ่านการทำงานที่ไม่มีฝ่ายใดปฏิเสธ คืองานแก้ปัญหาความยากจน    

            จะเป็นการแก้ปัญหาความยากจนที่ประชาชนเป็นแกนนำและแกนทำ    อุดมศึกษาเป็นแกนหนุน ทำงานวิชาการหนุน   เอาความรู้เข้าไปหนุน   โดยที่เป็นความรู้ที่เหมาะมือเหมาะใจชาวบ้าน   ยกระดับความรู้จากจุดลงมือทำของชาวบ้าน   เอาเรื่องราวกิจกรรมของชาวบ้านเป็นข้อมูลสำหรับให้นักศึกษาปริญญาเอกเข้าไปทำวิจัยด้านต่างๆ รวมทั้งด้านกระบวนการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย เป็นวิทยานิพนธ์

            ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาระบบผลงานวิชาการแนวใหม่ ที่เรียกว่าผลงานวิชาการรับใช้สังคมไทย   หวังว่าจะเกิดระบบวารสารวิชาการไทยรับใช้สังคมไทย   และเกิดการสร้างสรรค์ความรู้เชิงวิชาการขึ้นจากการทำงานร่วมกับชาวบ้าน เพื่อลดช่องว่างในสังคม ลดปัญหาความยากจน

            ทั้งหมดนี้ เป้าหมายใหญ่คือการกอบกู้สังคมไทย จากความแตกแยก

วิจารณ์ พานิช

๒๑ พ.ค. ๕๓