การใช้วินัยเชิงบวกที่ถูกทาง ครูต้องอยู้ข้างเดียวกับเด็ก
จากประสบการณ์การสัมผัสกับคุณครูที่ใช้วินัยเชิงบวก เปรียบเทียบกับ คุณครูที่ไม่ใช้วินัยเชิงบวก ผมว่าความแตกต่างอยู่ที่การเลือกข้างของครูครับ
คุณครูที่ใช้วินัยเชิงบวก จะอยู่ข้างเดียวกับเด็ก เด็กทำอะไรผิด ทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ ก็จะอยู่ข้างเด็ก คอยช่วยเหลือเด็ก และ รักเด็กอย่างไม่มีเงื่อนไข
ในขณะที่คุณครูที่ไม่ใช้วินัยเชิงบวก จะเป็นครูที่อยู่คนละข้างกับเด็ก เด็กทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่ถูกใจ ก็จะ มองว่าเด็กเป็นคนไม่น่ารัก ไม่รับผิดชอบ นิสัยไม่ดี มีอคติกับเด็ก
คุณครูที่อยู่ข้างเดียวกับเด็ก ก็จะรักและเข้าใจเด็กครับ ให้ความรัก ให้เวลา ให้อภัย ให้โอกาส ช่วยเหลือเด็กทุกอย่าง เพื่อให้เด็กผ่าน ด้วยความใจเย็น และ อดทน
ขณะที่คุณครูที่อยู่คนละข้างกับเด็ก ก็จะไม่เข้าใจเด็ก ต้องการให้เด็กทำตามที่ครูสั่งให้เห็นผลโดยเร็ว ถ้าไม่ทำตามที่ครูสั่ง แสดงว่าเป็นคนไม่รับผิดชอบ เป็นเด็กไม่ดี
เรื่องการอยู่ข้างเดียวกับเด็กนี่ มีเรื่องเล่ามาว่า คุณครูท่านหนึ่งสอนวาดรูป เด็กชาย ก ไม่ส่งงานวาดรูป เพราะเด็กคนนี้วาดไม่เป็น คุณครูก็เลยกระซิบเด็กอีกคนว่า ช่วยวาดรูปให้ เด็กชาย ก ที แล้วให้เด็กชาย ก เอามาส่ง เพราะถ้าไม่ส่งงานวาดรูป ก็จะไม่จบ
หรือเด็กที่จะจบมอหก ตกหลายวิชาแล้วไม่ยอมมาซ่อม
คุณครูที่อยู่ข้างเดียวกับเด็กต้องลงทุนไปตามถึงบ้านหลายครั้งให้มาซ่อม หรือ ให้โอกาสหลายครั้งจนกว่าจะซ่อมผ่าน
ขณะที่คุณครูที่อยู่คนละข้างกับเด็ก เมื่อให้ซ่อมแล้วไม่ยอมมาซ่อม ก็ต้องตกไป เพราะทำตัวเอง
ครับ วินัยเชิงบวก คือ ครูอยู่ข้างเดียวกับเด็ก แต่ไม่ใช่อยู่ข้างเดียวแบบ Spoil นะครับ
ครูที่อยู่คนละข้างกับเด็ก ก็ยากที่จะเข้าใจวินัยเชิงบวกครับ
เรียน ท่านอาจารย์ small man จะอยู่ข้างไหนไม่เกี่ยง แต่ ขอให้ มีคุณธรรม จริยธรรม วิชาชีพ ครับ
เลือกอยู่ข้างคุณธรรม จริยธรรม และ วิชาชีพ ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข เหมือนพ่อแม่ที่รักลูกแบบไม่มีเงื่อนไข เป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ
ครูรักเด็กแบบไม่มีเงื่อนไข เด็กจะเป็นอย่างไรก็รักเด็ก คอยช่วยเหลือเด็ก
ครูอยู่ข้างเดียวกับเด็ก ทำให้เปิดใจรับฟังเด็กมากขึ้น ไม่มีกำแพงขวาง ผลดีก็อยู่ที่เด็ก
ชื่นชมค่ะ
ก็อย่างข้างๆเด็กตลอดนะคะ
แต่ก็มีตีกันบ้าง..ช่วยเหลือทุกอย่าง
ถ้าทำผิด ก็ลงโทษเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าบวก หรือไม่บวก
แต่ก็ทุ่มเททั้งใจ..ให้เขามากที่สุดแล้ว
* ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข เหมือนพ่อแม่ที่รักลูกแบบไม่มีเงื่อนไข เป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ
(เด็กเขาต้องการมากๆเลยนะครับ ความรักแบบไม่มีเงื่อนไข ต้องการทั้งจากคุณครูและจากพ่อแม่ เป็นภูมิคุ้มกันทางจิตใจอย่างดีครับ)
* ครูรักเด็กแบบไม่มีเงื่อนไข เด็กจะเป็นอย่างไรก็รักเด็ก คอยช่วยเหลือเด็ก
(ครับ ไม่มีเงื่อนไข คือ เด็กเป็นอย่างไร ครูก็รักเสมอ)
* ครูอยู่ข้างเดียวกับเด็ก ทำให้เปิดใจรับฟังเด็กมากขึ้น ไม่มีกำแพงขวาง ผลดีก็อยู่ที่เด็ก
(ครับอยู่ข้างเดียวกับเด็ก ทำให้เปิดใจรับฟังเด็กมากขึ้น ผลดีอยู่กับเด็กแน่นอนครับ)
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเสริมเติมเต็ม
ก็อย่างข้างๆเด็กตลอดนะคะ
(ดีมากเลยครับ)
แต่ก็มีตีกันบ้าง..ช่วยเหลือทุกอย่าง
(ช่วยเหลือเด็กทุกอย่าง ดีมากเลยนะครับ)
ถ้าทำผิด ก็ลงโทษเหมือนกันไม่รู้ว่าบวก หรือไม่บวก
(ตามหลักของวินัยเชิงบวก จะไม่มีการลงโทษครับ)
แต่ก็ทุ่มเททั้งใจ..ให้เขามากที่สุดแล้ว
(มีหลุดลงโทษไปบ้าง ก็โอเคครับ เพราะบางทีมันก็ไม่ทันใจ)
วินัยเชิงบวก ต้องอดทน ใจเย็น และ ใช้เวลาครับ
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะ
พี่คิมเยี่ยมไปเลยครับ ปรับวิกฤติให้เป็นโอกาส แทนที่จะต้องลงโทษเพราะแหย่กัน ปรับมาเป็นการชมที่แต่งตัวเรียบร้อย
ขอคารวะครับ
(ขอยืมเรื่องไปเล่าต่อนะครับ)
สวัสดีค่ะ
เห็นผลเร็วชัดเจนเลยนะครับ
(ใครว่าใช้วินัยเชิงบวกไม่ได้ผล)
ขอบคุณมากครับประสบการณ์ดีๆที่นำมาฝาก เพื่อยืนยันเป็นรูปธรรมว่า วินัยเชิงบวกใช้ได้ผลจริงๆ
สวัสดีคะ ท่าน small man : เหมือนอ่านทฤษฎีเสร็จ แล้วมีเคสตัวอย่างให้เราได้เข้าใจง่ายขึ้นคะ ขอบคุณพี่ครูคิมด้วยนะคะ สุดยอดคุณครูจริงๆ คะ ..
สวัสดีค่ะ
มาอ่านเรื่องราวท่านรองฯ ต่อด้วยเพลินกับกรณีศึกษาครูพี่คิม สุขสันต์วันศุกร์ค่ะ
ขอบคุณมากครับ สำหรับกรณีตัวอย่างวินัยเชิงบวก เห็นผลจริงเชิงรูปธรรมเลยนะครับ ผมว่าเด็กทุคนเขาอยากเป็นคนดีนะครับ ถ้าให้โอกาสเขา
ข้อเสนอแนะที่ให้มาดีมากเลยครับ
เมื่อได้โจทย์แล้วควรดำเนินการติดตามไปเรื่อย ๆ ไม่ยุติแค่นี้นะคะ หากยุติไปเฉย ๆ เด็กก็จะกลับไปมีพฤติกรรมเดิมได้รวดเร็ว
ขอบคุณอีกครั้งครับ สำหรับการเสริมเติมเต็ม ถือเป็นวิทยาทานสำหรับผู้ศึกษาเพิ่มเติมครับ ที่มีผลในทางรูปธรรมมาแสดง
พี่คิมเข้ามาดีมากเลยครับ ผมเขียนในทางนามธรรม พี่คิมเขียนรูปธรรมมาควบคู่กัน
ขอบคุณคุณPooครับ ที่เข้ามาเยี่ยมชม ในวันศุกร์แห่งชาติ
วันศึกร์เป็นวันแห่งความสุขนะครับ