ผมมาเป็นผู้บริหารโรงเรียนตะคร้อพิทยา เมื่อปลายปีการศึกษา 2546 พบปัญหาน่าหนักใจอันดับแรกคือนักเรียนทะเลาะวิวาทกันระหว่างหมู่บ้าน ตำบลตะคร้อเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์  ประกอบด้วยหมู่บ้านหลัก 3 หมู่บ้าน คือ บ้านตะคร้อ บ้านวังกระโดนน้อยและบ้านวังกระโดนใหญ่ แต่หมู่บ้านอยู่ห่างกันประมาณ 2-3กิโลเมตร จากคำบอกเล่าต่อกันมา ตั่งแต่ในอดีตหมู่บ้าน หลักทั้งสามหมู่บ้านนี้ ไม่ค่อยจะลงรอยกันมีปัญหาทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายหรือแม้กระทั่งการฆ่ากันมาเป็นเวลายาวนาน มรดกเหล่านี้ทุกข์มาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานปัญหาก็คือนักเรียนทะเลาะวิวาทกันระหว่างหมู่บ้าน ส่วนมากจะเกิดเหตุหลังเลิกเรียนตอนเย็นขณะเดินทางกลับบ้านหรือวันหยุดที่เป็นเช่นนี้เพราะหลังจากนักเรียนมีปัญหากันในโรงเรียนแล้วต่างฝ่ายติดต่อบุคคลภายนอกในหมู่บ้านของตนเองมาเป็นแนวร่วม บางครั้งรุนแรงถึงขนาดบาดเจ็บสาหัส  ผมเองก็พยายามหาวิธีการหลายวิธีที่จะแก้ปัญหาเช่นจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้ร่วมกันแสดงออกขอความร่วมมือจากผู้นำหมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนตำบลตะคร้อ สถานีตำรวจตำบลตะคร้อก็ได้ผลระดับหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่พอใจ จนกระทั่งผมได้มีโอกาสพบปะผู้คนทั้งผู้ปกครองประชาชนที่ไปในงานทำบุญตามประเพณีท้องถิ่นต่างๆบ่อยครั้งได้สังเกตเห็น ว่าประชาชนในตำบลตะคร้อนี้ยังมีความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ทูตผีเทวดา สิ่งที่มองไม่เห็นการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเป็นเช่นนั้นผมนำเรื่องนี้มาปรึกษากับเพื่อนครูว่าผมจะสร้างศาลเจ้าพ่อ(แล้วแต่จะเรียก)ในโรงเรียนผมให้เหตุผลความจำเป็นทุกทุกคนก็เห็นด้วยผมจึงได้สร้างศาลขึ้นหนึ่งหลังนอกเหนือจากศาลพระภูมิ จัดการทำบุญใส่บาตรและทำพิธีบวงสรวงให้ดูเอาจริงเอาจัง โดยมีบิดามารดา ผู้ปกครอง ผู้นำชุมชนมาร่วมด้วย นำนักเรียนทั้งหมดร่วมพิธีครั้งนี้และให้นักเรียนได้กล่าวคำปฏิญาณต่อศาลว่ามีความสามัคคีกันจะเป็นคนดีตั้งใจเล่าเรียนถ้าทำผิดคำปฏิญาณ ให้มีอันเป็นไป  ผลต่อมาการทะเลาะวิวาทลดลงอย่างมากแทบไม่มีเลยและปัจจุบันนี้นักเรียนที่เข้าใหม่ทุกคนจะต้องไปทำพิธีปฏิญาณตนต่อหน้าศาล  ปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนที่มีความรุนแรงหมดไป   เหลือบ้างก็เป็นธรรมดาของนักเรียนในวัยนี้เท่านั้น   เรื่อนี้บางคนอาจจะมองเป็นเรื่องเหลวไหลไม่เป็นวิทยาศาสตร์   ก็แล้วแต่จะคิดกัน แต่ก็ได้ผลมาแล้ว  ท่านใดจะนำไปใช้บ้างก็เชิญครับไม่สงวนลิขสิทธิ์..จากผอ.อนันต์