เข้าไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครูวินัยเชิงบวก

      วันนี้บ่ายสองโมง ผมเข้าไปนิเทศติดตามผล   งานวินัยเชิงบวกในโรงเรียน  ที่โรงเรียนคีรีเวศรัตนเพียรอุปถัมภ์    เป็นโรงเรียนมัธยมประจำตำบล

 

               

      

        จัดที่นั่งเป็นทางการไปหน่อยครับ  ถ้าเป็นวงกลมโดยไม่มีหัวโต๊ะ  ก็จะดี   แต่ผมไม่อยากเรื่องมากไปเปลี่ยน  ก็เลยเลยตามเลย ตามใจคนจัดครับ

 

        งานนี้วินัยเชิงบวกทั้งระบบครับ  ผู้บริหารโรงเรียนเป็นผู้หญิง  นั่งขวามือผม  เข้าอบรมมากับผมที่กรุงเทพฯ  เชิญครูทุกคนมาเข้าสู่การจัดการเรียนการสอนด้วยวินัยเชิงบวก

 

       ผมเริ่มด้วยสรุปหลักการของวินัยเชิงบวกสั้นๆ ว่า

 

       *  การดุด่า  การตี  เป็นการลงโทษที่ได้ผลในระยะสั้น   แต่ระยะยาวเป็นการสร้างรอยแผลในใจเด็ก

 

      *  วัฒนธรรมแบบ รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี   เป็นวัฒนธรรมที่สั่งสมกันมานานว่าถูกต้อง  รวมทั้งวิธีคิดแบบ  ไม้เรียวสร้างคนให้เป็นคนดี  ทำให้คิดว่าการตีเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งวิธีคิดทั้งสองอย่าง   เป็นวิธีคิดที่ผิด  เพราะไม่มีหลักวิชาการมารองรับ

 

      *  วินัยเชิงบวก จะเน้นการยกย่องคนที่ทำถูก  ทำดี  ส่วนคนที่ทำไม่ดี  จะไม่ลงโทษ  แต่จะให้คนดีเป็นตัวแบบให้คนทำไม่ดีทำตาม

 

      *  หน้าเสาธง  ควรเป็นกิจกรรมเชิงบวก เช่นยกย่องชมเชยคนดี คนเก่ง หรือ พูดเรื่องดีๆ ไม่ใช่มาบ่น  มาด่า  เด็กที่ทำไม่ถูกต้อง  เด็กทำไม่ถูก  ให้สภานักเรียนจัดการ

 

      หลังจากนั้นผมก็ใช้คำถามแบบ AI แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูทุกคน ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน  ผมใช้สองคำถามครับ

 

      คำถามแรก ที่ผ่านมา  ใช้วินัยเชิงบวกกับเด็กในเรื่องใดบ้างที่ได้ผล

 

     คำถามที่สอง  จะพัฒนาไปสู่วินัยเชิงบวกในอนาคตได้อย่างไร  จากฐานอดีต และ ปัจจุบัน  ของตัวเอง

 

     ได้คำตอบมาอย่างนี้ครับ

 

     *  ใช้คนดี  จูงคนที่ไม่ดี

 

     *  วันเปิดเทอมวันแรก  ได้นำเด็กที่ตัดผมถูกต้อง มาโชว์หน้าเสาธงพร้อมกับยกย่องชมเชย ส่วนเด็กที่ผมผิดระเบียบ  จะไม่ไปยุ่งกับเขา   ตอนบ่ายเด็กผู้หญิงคนหนึ่งมาหา  เป็นเด็กที่ซอยผม  บอกกับครูว่าให้คุณครูตัดผมเธอเลย เธอซอยผมมาผิดระเบียบ  จะตัดให้สั้นเท่าใดก็ได้  คุณครูบอกว่าผมเธอยังสั้นอยู่  รอให้ยาวเสมอกันก่อน  แล้วค่อยให้ร้านเขาไปตัดใกห้ถูกต้อง"

 

    * ตอนนี้ ซ้อมพูดวินัยเชิงบวกอยู่   เจอเด็กแบบนี้  ต้องพูดทางบวกแบบไหน   เตรียมบทพูดไว้  ซ้อมทุกวัน

 

    *  วินัยเชิงบวกต้องอดทนและใจเย็น  เจอเด็กที่ทำให้โมโห  จะท่องไว้ในใจว่า  อดทนไว้  ใจเย็นไว้   อดทนไว้  ใจเย็นไว้   พอผ่านจุดนั้นมาได้โดยใช้วินัยเชิงบวก   ได้ผลที่คุ้มค่ามาก   ต่อไปไม่เหนื่อยมาก   แต่ต้องอดทน

 

     *  พูดเพราะๆ  เด็กชอบ

 

     *   ปีที่แล้ว  มีเด็กคนหนึ่งทำท่าว่าจะไม่จบมอสาม   ได้ให้โอกาสเด็กคนนี้มากๆ  ให้โอกาสหลายครั้ง   จนเด็กคนนี้สามารถจบมอสามได้

 

     *  จะลองบังคับใจตัวเองดู  เพราะคุ้นกับการดุด่าและการตี

 

     *  ที่ผ่านมา พยายามใช้ทางบวก  แต่มีหลุดบ้าง

 

      พอพูดครบทุกคน  ผมก็ให้คุณครูแสดงท่าทางระหว่างคุณครูกับนักเรียน

 

 

 

           คนยืนชี้มือ เป็นคุณครู   นักเรียนนั่งแบมือมายังคุณครู

     

          ผมให้คุณครูทั้งสองท่าน  ค้างท่านี้ไว้นานพอประมาณ พร้อมกับให้สังเกตุอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองไปด้วย

 

    

                         คุณครูที่เหลือให้นั่งดูและเรียนรู้

 

      หลังจากนั้นผมเชิญคุณครูทั้งสองท่านมาแสดงความรู้สึก

 

    คุณครูที่เล่นเป็นคุณครู  ถึงกับน้ำตาซึมเลยครับ  เธอบอกว่าเธอเป็นคนจริงจังกับเด็กมาก  ต้องการให้เด็กได้ดี

 

    คุณครูที่เล่นเป็นนักเรียน บอกว่าเธอฝากชะตาไว้กับคุณครู  ไม่ทราบว่าคุณครูจะเอาอย่างไร เธอยอมหมด ยอมให้คุณครูหมด  แล้วแต่คุณครู  เธอไม่คิดอะไร   ไม่มีความคิดเป็นตัวของตัวเอง

 

    หลังจากนั้นก็แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอีกเล็กน้อย  และผมได้บอกแนวทางการประเมินเป็นโรงเรียนวินัยเชิงบวก ว่าผมประเมินตามสภาพจริงของโรงเรียน  ไม่เน้นหลักฐาน   แต่ประมินจากสภาพจริงโดยการสังเกตพฤติกรรม และ  สัมภาษณ์พูดคุย  ประเมินเมื่อมีความพร้อม  และประเมินตามที่โรงเรียนเขียนมา

 

    ท่าน ผอ.โรงเรียน ก็ได้พูดคุยกับคุณครูว่าเราควรมาพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องวินัยเชิงบวก  คุยกันเมื่อไรดี  ที่ประชุมบอกว่าสองอาทิตย์ มาเจอกันหนึ่งครั้ง

 

      ครับ ทั้งหมดก็เป็นบรรยากาศและเนื้อหาขิงการประชุม ถามว่าพอใจไหม  ผมพอใจครับ  เกินเป้าที่ตั้งใจไว้  เพราะคุณครูทุกคนรับปาก

 

     ส่วนจะได้ผลจริงจังขนาดไหน  คงต้องติดตามดูกันอีกทีครับ