บันทึกประสบการณ์ตอนที่ 4 เมื่อผมได้เป็นตัวแทนคนไทยเข้าร่วมประชุมสมาพันธ์โลกของนักกิจกรรมบำบัดครั้งที่ 15 ณ เมืองซันติอาโก ประเทศชิลี วันที่ 4-7 พ.ค. 53 ด้วยทุน WFOT Congress Delegate Grants Award ทุนบัณฑิตวิทยาลัย ม.มหิดล และทุนพัฒนาอาจารย์ประจำคณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล

ขอบคุณ Prof. Manfred Max-Neef ที่บรรยายเรื่อง Anti-neoliberal  therapy ในงานกิจกรรมบำบัดโลก...วิทยากรได้แนะนำความรู้ทางเศรษฐศาสตร์และหลักนิเวศวิทยาที่เรียบง่ายเพื่อพัฒนามนุษย์ที่ยั้งยืน ซึ่งได้รับ Alternative Nobel Prize เมื่อปี 1983

วิทยากรเริ่มต้นว่า "เขาไม่ใช้นักกิจกรรมบำบัด...เขาเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่มองว่า sick economic is profound illness"

ประเด็นที่น่าสนใจ คือ social economy เพิ่ม social justice โดย mass communication ทำให้ประชากรโลกบริโภคสื่ออย่างไร้ขีดจำกัดโดยไม่รู้จักความจริงของการแก้ไขปัญหาความยากจนและคุณภาพชีวิตของตนเอง

เราต้องเข้าใจ "ความจริง" ในโลกใบนี้ คือ

  • ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำกัดก่อให้เกิดความยากจนโดยธรรมชาติ
  • ปริมาณอาหารในโลกนี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์ [>half of millenium to get rid of hungry]
  • ความต้องการทางการแพทย์ที่สูงเกินไปโดยเฉพาะศัลยกรรม ซึ่งไม่ใช่สิ่งจำเป็นต่อคุณภาพชีวิต
  • เงินทุนเพื่อช่วยเหลือประชากรโลกที่ด้อยโอกาสมีเพียง 17 million million USD per year
  • สภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่ที่ควบคุมได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะ Bankrunpcy
  • ecological catrastrophy of human being หรือภัยพิบัติทางนิเวศวิทยาที่เกิดขึ้นเพราะการดำเนินชีวิตที่ไม่พอดีของมนุษย์
  • โมเดลเศรษฐกิจบนโลกนี้มีความหลากหลาย ซึ่งมีผลมาจากภาษา วัฒนธรรม และการพัฒนาความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ (land, water, animal) การพัฒนาอุตสาหกรรม (food, field, goods) และคำเตือนจากธรรมชาติทั้วโลก (global warning of soil, air, and water) ที่มีการกระทำของมนุษย์ที่แตกต่างกัน

ดังนั้นมนุษย์ผู้บริโภคสิ่งต่างๆ ต้องปรับกิจกรรมการดำเนินชีวิต (การทำงาน การใช้ชีวิตในสังคม การช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ และการกระทำทางเศรษฐกิจที่พอเพียงในที่พักอาศัย....ลดบริโภคสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิต) เพื่อลดสภาวะความยากจนและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น...go back & look inside to improve well-being by doing in coorporation & compassion as social-work being in local economy...LET PEOPLE CONSUME LESS! 

ลองตั้งคำถามง่ายๆ ทำไมเราต้องสระผมด้วยแชมพูทุกวันเหมือนในโฆษณา

ลองคิดเงียบๆ กับตัวเองว่า เรามีสิ่งใดๆบ้างในบ้านที่ซื้อมาด้วยอารมณ์อยากได้อยากมีแล้วเราพบว่าสิ่งนั้นไม่มีความจำเป็นหรือมีความจำเป็นกับชีวิตเรา

นั่นคือ Neoliberalism คือ How to consumer less economy and more quality of life...เราต้องปรับพฤติกรรมของมนุษย์ในการรู้จักแก้ไขปัญหาและเข้าใจเศรษฐกิจของตนเองในแต่ละวัน

ลองคิดวิเคราะห์ประโยคต่อไปนี้...

Globalization is only part of development around the world as foreign investment, thus, more economy globalization is for poor country.

So that we must improve education, real-care, and social support organization in order to increase mobility of capital income for individuals - couselling people about simple example related economy, self-satisfaction with low salary low capital income low resource need!

Political development should be going well with transparency and without competitive advantageous!

สรุปข้อแนะนำเพิ่มเติมคือ "ค่าจ้างแรงงานต่ำ แต่ขายของแพง ทำให้ลูกค้าสนใจซื้อด้วยโฆษณาแพงๆ ทำให้ลูกค้าเกิดทุกข์...สังคมที่ดีทางเศรษฐศาสตร์พึงยกเลิกข้อบังคับที่จำกัดความพอดีจนไร้ประโยขน์...เราควรหยุด globalization ที่มีแต่การแข่งขันทางสังคมแล้วหันหน้ามาร่วมใจพัฒนาทักษะความรู้เพื่อช่วยเหลือผู้ยากจนหรือด้อยโอกาสทางสังคมให้ใช้ชีวิตที่ดีถ้วนหน้ากันกับเราทุกคน เช่น จำนวนประชากรอเมริกามีคุณภาพชีวิตดีเพียง 1% เมื่อประชากรทำงานเพิ่มรายได้ให้สังคม 34% GDP นอกนั้นจำนวนประชากรมีคุณภาพชีวิตต่ำถึง 99% เพราะทำงานและมีค่าใช้จ่ายโดยสวัสดิการทางสังคมมากกว่า 34%GDP

ระดับการบริโภคในชุมชนต้องตรงตามระดับความต้องการของคนในชุมชน...ชีวิตสำคัญกว่าเศรษฐกิจ...ควรพัฒนาการสนับสนุนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับความต้องการพื้นฐานและประเด็นของ Anti-neoliberal therapy ได้แก่

  • economy exist to serve people
  • development needs for people not object
  • global development not for all people
  • equal system for deman and supply
  • permanent growth between human and biotechnology

ถ้าสิ่งเหล่านี้คือ fundamental therapeutic of human scale นักกิจกรรมบำบัดควรพิจารณาโปรแกรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยแรงบันดาลใจและความสุขในกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ตรงกับความต้องการของมนุษย์อย่างหลากหลาย และลองคิดต่อยอดว่า ทำอย่างไร โปรแกรมกิจกรรมบำบัดจะลดค่าใช้จ่ายในคนจนที่ยากไร้ ไม่มีที่อยู่ และเจ็บป่วยเรื้อรัง

ในมุมมองกิจกรรมบำบัดควรคำนึกถึงคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเมื่อคนหนึ่งคนสามารถเรียนรู้ทักษะชีวิตโดยมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (solidarity) มีความสงสารและอยากช่วยเหลือผู้อื่น (compassion) และมีความเข้าใจในการหารายได้มาบริโภคสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตด้วยความพอเพียง (insufficiency) ในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในสังคมหนึ่ง