เมื่อคืนมีเด็กแว๋น แข่งรถ ตำรวจล้อมจับหนีมาที่หมู่บ้าน เสียงโครม ที่หน้าบ้าน เจ้าสีขา 6 ตัว พร้อมใจกันเห่า วิ่งรอบบ้าน เห่าทั้งตำรวจ ผู้ร้าย  หมาเห่าเสียงดัง ใช้ได้ ปลุกคนทั้งซอยมาดูเหตุการณ์ ช่วง หกทุ่มครึ่ง เด็กแว๋นน่าจะบาดเจ็บ แต่คานหนี วิ่งหนีตำรวจไปได้ ทิ้งแต่ซากรถมอเตอร์ไชด์ ไว้ให้ดูต่างหน้า 

      เข้าไปนอนต่อ ไม่ค่อยหลับ ตื่นแต่เช้าประมาณตีห้า อ่าน mail ที่ส่งมาจากสสจ. เจอคำเตือนเรื่องพิษของด้วง จึงรีบมาเก็บกวาดบริเวณบ้าน ไม่ให้ใบไม้สะสม ปกติชอบกวาดใบไม้มากองรวมกันไว้ที่ลานหน้าบ้าน ให้แห้ง ๆ ก่อน และมีอีกกองที่หลังบ้าน ไว้ทำปุ๋ย คำแนะนำถ้ามีกองใบไม้จะเป็นที่อยู่ รังของด้วงได้ ลองอ่านและศึกษาพิษภัยของด้วง ชนิดนี้ดูนะคะ จะได้ป้องกันอันตรายได้ เห็นแผลแล้วลึก น่ากลัว คงจะเจ็บมาก

หน้าฝนระวัง “ด้วงก้นกระดก” ชี้พิษร้ายทำผิวอักเสบรุนแรง ปีนี้พบป่วยแล้ว 26 ราย

ด้วงก้นกระดก
       สธ.เตือนหน้าฝน ระวัง! “ด้วงก้นกระดก” ชี้พิษอันตรายสัมผัสโดนถึงขั้น ผิวอักเสบเฉียบพลัน แผลพุพองรุนแรง แพ้รุนแรงอาจถึงขั้นจับไข้ ปวดกล้ามเนื้อ เข้าตาอาจบอด ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 26 ราย
       
       วันนี้ (13 พ.ค.) นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ในช่วงฤดูฝนนี้มักจะมี “ด้วงก้นกระดก” หรือที่เรียกว่า ด้วงปีกสั้น ด้วงก้นงอน (Rove beetle) ชุกชุมกว่าฤดูอื่น ด้วงชนิดนี้มีลักษณะลำตัวเป็นเงามัน ยาวประมาณ 7 มิลลิเมตร ส่วนหัวมีสีดำ ปีกสีน้ำเงินเข้ม ลำตัวมีสีดำสลับส้ม มักจะงอท้องส่ายขึ้นลงเมื่อเกาะอยู่กับพื้น อาศัยบริเวณพงหญ้าที่มีความชื้น ชอบออกมาเล่นไฟตามบ้านเรือนตอนกลางคืน พบด้วงชนิดนี้ได้ทั่วโลก มากที่สุดที่อเมริกาเหนือ ถึง 3,100 ชนิด สำหรับประเทศไทยคาดว่ามีประมาณ 20 ชนิด ทั้งนี้ ด้วงก้นกระดกเป็นแมลงที่มีประโยชน์ในการควบคุมแมลงศัตรูพืชตามธรรมชาติ แต่มีพิษสำหรับคน ทำให้เกิดผื่นแพ้ที่ผิวหนังอย่างเฉียบพลัน แต่ไม่ถึงขั้นเสียชิวิต โดยด้วงกระดกจะมีพิษชื่อว่า “เพเดอริน (Paederin)” อยู่ทั่วตัว ด้วง 1 ตัว จะมีสารพิษอยู่ในตัวประมาณ 0.025 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว พิษมีฤทธิ์ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ หากถูกผิวหนังจะเกิดอาการอักเสบ แสบร้อน พุพอง ส่วนใหญ่พิษจะมีในด้วงตัวเมีย โดยด้วงจะปล่อยน้ำพิษออกมาในกรณีที่ตกใจ ถูกตี ถูกบีบ ถูกบดขยี้ เพื่อป้องกันตัว

พิษที่ได้รับหากสัมผัสอาจถึงขั้นผิวหนังอักเสบรุนแรง มีแผลพุพอง
       “ผู้ที่สัมผัสพิษอาการจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณ ใน 24 ชั่วโมงแรก ผิวจะมีผื่นแดง คัน แสบร้อน เกิดเป็นแผลพุพอง ภายใน 48 ชั่วโมง และมีการอักเสบขยายวงใหญ่ขึ้น จากนั้นจึงตกสะเก็ดภายใน 8 วัน อาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ ในรายที่เป็นรุนแรง ผิวหนังจะอักเสบหลายแห่ง คล้ายงูสวัด บางรายอาจมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเส้นประสาท ปวดกล้ามเนื้อ อาเจียน เป็นผื่นบวมแดงติดต่อกันหลายเดือน หากพิษเข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้ อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ตั้งแต่เดือน มี.ค.-เม.ย. มีรายงานผู้ถูกพิษด้วงกระดกที่ จ.ราชบุรี 26 ราย ทุกรายมีผื่นแดงที่ผิวหนัง ปวดแสบปวดร้อน บางรายตาแดง ปวดหู ที่ผ่านมาเคยพบกลุ่มผู้ใช้แรงงานในจ.สมุทรปราการ เกิดอาการผิวหนังอักเสบเฉียบพลันจากด้วงกระดก 27 ราย” โฆษก สธ.กล่าว

       นพ.สุพรรณกล่าวด้วยว่า ในการป้องกันด้วงก้นกระดก ขอให้ประชาชนระมัดระวัง โดยเปิดไฟในช่วงกลางคืนเท่าที่จำเป็น ก่อนนอนให้ปัดที่นอน หมอน ผ้าห่มหรือเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะเด็กๆ อย่าจับด้วงมาเล่น ไม่ตบหรือตีเมื่อด้วงบินมาเกาะตามตัว และหากถูกพิษของด้วง ให้ล้างด้วยน้ำเปล่า ฟอกสบู่ หรือเช็ดด้วยแอมโมเนีย และควรไปพบแพทย์

ข้อมูลจากงานระบาดวิทยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
และกระทรวงสาธารณสุข

Epidemiology Section,
Khon Kaen Provincial Health Office,
A. Muang, Khon Kaen province,
THAILAND
40000