การไปวัดคราวนี้แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ราวกับว่าได้ไปฟอกจิตให้หมดจด สด ใส เหมือนกับได้เติมพลังในจิตใจให้ เป็นพลังต้นทุนของชีวิตเพื่อที่จะก่อเกิดต้นบุญอันยิ่งใหญ่..เจริญ..เติบโต..อย่างสง่างามต่อไป

  

              ต้นบุญ..ต้นทุนชีวิต

            

       ก่อนที่จะเปิดเทอมในอีกไม่กี่วัน น้องเสือทองได้รบเร้าให้แม่พากลับบ้านที่ปากแซง(วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ)ซึ่งเป็นวัดที่ได้มาขอลูกชายตอนตั้งท้องน้องเสือทอง จึงได้พาเสือทองและใบเงินไปกราบหลวงพ่อตามความประสงค์ของน้องเสือทอง และดิฉันเองจะต้องไปกราบถึงการเตรียมพร้อมของโรงเรียนก่อนที่จะเปิดเทอมให้หลวงพ่อทราบ หลวงพ่อพระครูพุทธวราธิคุณ  เป็นเจ้าอาวาสวัดปากแซง (วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ)และเป็นเจ้าคณะอำเภอนาตาล เป็นพระนักพัฒนานอกจากท่านจะพัฒนาหมู่บ้านอย่างยั่งยืนแล้ว ท่านยังพัฒนาวัดปากแซงให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนอีกด้วย  โดยมีโรงเรียนเทคนิคพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อที่เปิดสอนหลายสาขาสำหรับนักเรียนที่ยากจน ...ฟรีทุกอย่าง(เหมือนโรงเรียนครูกระเเตเลยค่ะ)   ครอบครัวของเราผูกพันธ์กับวัดแห่งนี้มาก ดังบันทึก วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ กับกิจกรรมอบรมพัฒนาจิตและปัจฉิมนิเทศhttp://gotoknow.org/blog/0815444794/346843และหลวงพ่อมีเมตตาให้กับทางโรงเรียนมาโดยตลอด 

    ที่วัดปากแซงนี้มีอาคารสถานที่สำหรับ รับรองญาติโยมพุทธศาสนิกชนที่ตั้งใจมาปฎิบัติธรรม   สามารถรองรับได้เป็นร้อยคน  บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม เอื้อต่อการเจริญภาวะนาเป็นอย่างยิ่ง ริมแม่น้ำโขงแสนเงียบสงบ หาดทรายสวยงาม อากาศยามเช้าสดชื่น ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครๆใส่บาตรเช้าด้วยความสุขสงบ..................

         

          

            เมื่อมาถึงวัดเสือทองมักจะบอกว่า.."ถึงบ้านน้องแล้ว...น้องเสือได้กลับบ้านแล้ว"...จะพูดแบบนี้ตั้งแต่ขวบกว่าๆจนทุกวันนี้จะ 6 ขวบแล้ว หากมาถึงวัดก็จะพูดประโยคเดิม..เมื่อมาถึงวัดทีไรจะวิ่งไปกอดหลวงพ่อและชวนหลวงพ่อไปไหว้พ่อใหญ่(พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ)

          

   

    

        

      

       หนังสือธรรมะ หลวงพ่อให้เสือทองและใบเงินก่อนเปิดเทอม

         "ปิดเทอมหน้าต้องกลับมาเล่าให้หลวงตาฟังนะ..ว่าหนังสือบอกเล่าเรื่องอะไรให้พวกหนูได้รู้บ้าง"หลวงพ่อกำชับเสือทองและใบเงินหลังจากได้หนังสือจากหลวงพ่อกันแล้ว

          สิ่งที่หลวงพ่อกำชับดิฉัน เป็นเรื่องราวของการ"ฟอกจิต"ให้ใส สะอาด แก่นักเรียนที่เข้าใหม่ในปีการศึกษานี้ ไม่ว่าจะเป็นชั้น ป.1,ม.1,และ ม.4  เป็นการฟอกด้วยธรรมะ ผ่านกิจกรรม ACTIVITY BASED LEARNING หรือกระบวนการศึกษาตามหลักวุฒิธรรม โดยเด็กเป็นศูนย์กลางในการฟื้นฟูศีลธรรมของชุมชนและคนรอบข้าง ล้วนเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม สาธารณะประโยชน์ ที่ปลูกฝังความเข้าใจถูกเกี่ยวกับโลกและชีวิต(สัมมาทิฎฐิ)เป็นกระบวนการที่แก้ไขปัญหาและพัฒนานิสัยอย่างยั่งยืน  โดยรวมถึงการพัฒนาจิตใต้สำนึกด้วยกระบวนการพัฒนาจิต(สมาธิ)เหมาะกับวัยของเด็กๆ  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ทำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยเบื้องต้นจะต้องนำนักเรียนที่เข้าใหม่ดังกล่าวไปเรียนรู้ใจตนเอง เพื่อที่จะรู้หลักการปฏิบัติธรรม หลักการปฏิบัติสมาธิอย่างง่ายๆและถูกวิธี ไปเปลี่ยนกระบวนการคิด ไปฟอกจิตให้สะอาดก่อนที่จะเป็นนักเรียนในโรงเรียนของเราอย่างเต็มตัว และเต็มใจ หากไม่ผ่านกระบวนการฟอกจิต บางคนมีจิตที่หยาบ ทำอะไรแล้วจะไม่ละเอียดอ่อน ไม่รู้คุณค่าของสรรพสิ่งต่างๆ รวมถึงไม่ถนอมรักษา ข้าวของต่างๆของโรงเรียนอาจเกิดความเสียหายได้ เมื่อจิตผ่านการฟอกแล้ว  จิตแต่ละดวงจะมีความละเอียดอ่อน มีความเอื้ออาทร มีความเมตตามีความรักต่อสรรพสิ่งต่างๆมากขึ้น ...จึงได้กำหนดวันที่จะนำนักเรียนที่เข้าใหม่มา"ฟอกจิต"ที่วัดหลวงพ่อ ในวันศุกร์ที่ 4-6 มิ.ย 2553.

         จึงกราบนมัสการลาหลวงพ่อในช่วงสายๆ และได้พาใบเงินกับเสือทองไปแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ "ร้านกงพะเนียง" อ.เขมราฐ เป็นร้านที่ติดกับริมแม่น้ำโขง บรรยากาศดีค่ะ แม้จะแดดร้อน แต่การเลือกที่นั่งริมแม่น้ำโขง ใต้ต้นมะม่วง ก็ทำให้เย็นสบายได้พอสมควรค่ะ

   

 ทางเข้าร้าน..เชิญข้างในค่ะ.ส่วนแม่กระแตอยู่ด้านหลังร้านค่ะ

 

   เราเลือกนั่งริมโขงค่ะ.....มองเห็นประเทศลาวอยู่ลิบๆค่ะ

           

           

            เบื้องหลังคือแม่น้ำโขงที่มองเห็นฝั่งลาว

            

           

           การไปวัดคราวนี้แม้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน แต่ราวกับว่าได้ไปฟอกจิตให้หมดจด สด ใส เหมือนกับได้เติมพลังในจิตใจให้ เป็นพลังต้นทุนของชีวิตเพื่อที่จะก่อเกิดต้นบุญอันยิ่งใหญ่..เจริญ..เติบโต..อย่างสง่างามต่อไป