หากท่านปรารถนาจะเห็นพุทธศาสนา อยู่ยั้ง ยืนยง ไปตราบนานเท่านาน โปรดอ่านหนังสือเล่มนี้

หนังสือเล่มนี้ กัลยาณมิตรท่านหนึ่งคือ “น้องอ้น” ที่รู้จักกันโดยไม่บังเอิญจาก Gotoknow

ได้มอบให้เมื่อคราวพบกันเมื่อไปฟังธรรมจากหลวงพ่อปราโมทย์ที่สวนสันติธรรม

เมื่อราวต้นเดือน มี.ค. 53

โดยได้หยิบยื่นหนังสือเล่มโตชื่อ

[ดูข้อมูลหนังสือเพิ่มเติมที่ http://www.visalo.org/book/budsasanaThai2.htm]

 

“พุทธศาสนาไทยในอนาคต แนวโน้มและทางออกจากวิกฤติ”

ซึ่งมีขนาดหนาประมาณกว่า 600 หน้าเล่มนี้มาให้ผมอ่าน

(หนาขนาดน้องๆ หมอน ถ้าหนุนนอนคงหลับสบายเลยล่ะครับ)

 

เมื่อแรกเห็นในขนาดความหนาของหนังสือก็นึกท้อในใจว่า

ตัวเรายังไม่เคยอ่านหนังสืออะไรหนาขนาดนี้มาก่อนเลยนะ

แล้วนี่ไม่ต้องอ่านกันเป็นปีเลยหรือไง

 

แต่เมื่อนึกไปถึงท่านผู้เขียน คือ พระอาจารย์ ไพศาล วิศาโล ว่า

ท่านต้องใช้ความวิริยะ อุตสาหะ แรงบันดาลใจ ตลอดจนเวลามากมายเพียงใด

กว่าที่จะเขียนออกมาได้ขนาดนี้

ก็เลยทำให้ตัวผมเกิดฉันทะที่จะอ่านขึ้นมาเล็กน้อย

และนำมาสู่ความวิริยะอีกเล็กๆ ที่ทำให้ผมค่อยๆ อ่าน

ไปวันละ 5-10 หน้า แล้วแต่เวลาว่างจะมีในตอนเช้า

ผมจึงอ่านจบได้ในเวลาประมาณ 2 เดือนกว่าๆ

 

ผมคงไม่บังอาจเขียนสรุปเนื้อหาที่พระอาจารย์ท่านได้กรุณา

เรียบเรียง ถ่ายทอดไว้อย่างดีเลิศแล้ว

เพียงแต่อยากบอกว่า...

ถ้าท่านเป็นคนนึงที่นับถือศาสนาพุทธจากใจจริง

ที่มิใช่แค่นับถือพุทธเพราะมีตราประทับในทะเบียนบ้าน

และหากท่านปรารถนาจะเห็นพุทธศาสนา อยู่ยั้ง ยืนยง

ไปตราบนานเท่านาน

ประมาณว่า หากยังมีเหตุให้ต้องเกิดอีกร้อยชาติพันชาติหน้า

พระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้

และเหล่าพุทธสาวกช่วยกันสืบทอดมา

ก็ยังดำรงอยู่เพื่อยังความสงบสุข ร่มเย็น

ให้แก่ผองเรา และลูกหลานในอนาคต

ขอบอกว่า นี่คือหนังสือที่ชาวพุทธแท้ๆ

ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

(ชาวพุทธเทียม ชาวผลประโยชน์ ชาวบริโภคนิยม ทุนนิยม เขาไม่สนใจอยู่แล้ว เชียร์ยังไงก็ไม่ขึ้น)

 

หลังจากผมอ่านหนังสืออันทรงคุณค่าเล่มนี้จบ  พอจะได้ข้อสรุปสั้นๆ กับตัวเองว่า ...

 

ปัจจุบันนี้ พุทธศาสนากำลังถูกคุกคามโดยศาสนา “บริโภคนิยม” ซึ่งเป็นเสมือนเชื้อโรคร้าย ที่กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก  และทางออกหนึ่งที่สำคัญมากก็คือสังคมจะต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมแห่งความ “ตื่นรู้”  มาเพื่อเป็นภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อร้ายดังกล่าว  และเราทุกคนก็ย่อมมีส่วนในการธำรงพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ด้วยการพยายาม “ตื่น” เพื่อให้ “รู้เท่าทัน”  ลัทธิบริโภคนิยม ที่กำลังกล่อมให้พวกเราหลับไหล เผลอใจไปตามอำนาจกิเลส 

 

ภัยคุกคามจาก “บริโภคนิยม” ครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก 

เพราะเดิมพันของศึกครั้งนี้คือความสงบสุขร่มเย็น ของประเทศ และโลกเลยทีเดียว

หากพุทธศาสนาพ่ายแพ้

หากศีลธรรมไม่กลับมา

โลกาคงวินาศ อย่างที่ท่านพุทธทาสภิกขุได้เคยกล่าวไว้

ไม่แน่ว่าช่วงชีวิตคนรุ่นเราอาจได้เห็น  “กลียุค” เป็นบุญตา

ซึ่งตอนนี้ก็เริ่มมีเค้าลางปรากฏเรื่อยมา

ถ้าไม่อยากให้โลกแตก หรือโลกร้อนจนมอดไหม้ไปก่อน

คงได้เวลาต้องช่วยกันแล้วล่ะครับ

เริ่มที่ตัวเราเองก่อน

 

วันนี้ท่าน “ตื่นรู้” แล้วหรือยังครับ???

 

หมายเหตุ

ประเด็นที่ได้สรุปไว้เรื่องวัฒนธรรมแห่งความตื่นรู้ ในบันทึกนี้นั้น

เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ที่เป็นความประทับใจส่วนตัวเท่านั้นครับ

ซึ่งมิใช่บทสรุปทั้งหมดของพระอาจารย์ ที่ได้เขียนไว้

ยังมีข้อเสนอแนะในเชิงองค์รวมและเชิงระบบของท่านอีกมากมาย

ซึ่งครอบคลุมและครบถ้วนในหลายแง่มุม