บันทึกนี้มีเจตนาบันทึกความเปลี่ยนแปลงในการบิณฑบาตที่ผมเห็นในช่วงชีวิตของผม และในต่างวัฒนธรรม

          เมื่อผมเริ่มจำความได้ก็เห็นว่าที่บ้านผม “ใส่บาตร” (ภาษาถิ่นภาคใต้) ทุกวัน    โดยแม่หรือแม่ครัวทำหน้าที่เตรียมข้าวใส่ “ขันตักบาตร” เป็น “ขันลงหิน” ขนาดใหญ่ เด็กตัวเล็กๆ ยกหนักอึ้งทีเดียว   และมีพัพพีทำด้วยทองเหลืองเช่นเดียวกัน   กล่าวได้ว่าชุดตักบาตรนี้เป็นชุดพิเศษ ของสูง   จะมีการขัดทำความสะอาดอย่างดี    ตามปกติผู้ใส่บาตรคือปู่   ถ้าปู่ไม่ว่างแม่หรือผมนี่แหละจะใส่บาตรแทน

          เราใส่บาตรเฉพาะข้าวสุกเท่านั้น   กับข้าวเราจะเอาใส่ปิ่นโตไปถวายพระต่างหาก   แถวบ้านผมมีวัดอยู่ใกล้ๆ กันถึง ๓ วัด   และวัดโบสถ์ (วัดท่ายางกลาง) ที่บ้านเราทำบุญก็อยู่ห่างเพียงครึ่งกิโล   หรืออาจมีศิษย์วัดถือปิ่นโตเดินตามหลังพระ   บ้านไหนจะถวายกับข้าวก็เรียกเด็กไปเอากับข้าวใส่ปิ่นโต   ทำกันอย่างสำรวม   หรือเราจะถวายผลไม้ก็อาจเอาใส่ย่ามพระ

          พระทั้งวัดจะเดินมาเป็นแถวเรียงหนึ่งนำโดยสมภาร หรือพระอาวุโส เรียงตามลำดับอาวุโสมาถึงเณร และอาจตามด้วยศิษย์วัด   ทุกองค์เดินด้วยท่าทางสำรวม ไม่คุยกัน   และเวลารับบิณฑบาตก็ไม่สบตาผู้ใส่บาตร   ไม่คุยกับผู้ใส่บาตร   ยกเว้นกับผู้คุ้นเคย ก็มีการทักทายคำสองคำ    และตามปกติชาวบ้านก็ไม่ชวนพระคุย   หลังใส่บาตรเสร็จครบทุกองค์พระก็จะเดินจากไปเงียบๆ ไม่มีการสวดให้พรอย่างในกรุงเทพหรือที่ปากเกร็ดที่ผมอยู่เวลานี้

          ตอนเด็กๆ ผมได้ยินผู้ใหญ่เขาคุยกันว่าพระในกรุงเทพบิณฑบาตแบบตัวใครตัวมัน   และบางครั้งมีการชิงไหวชิงพริบแย่งอาหารบิณฑบาต   มาเห็นของจริงตอนมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ

          ไปเห็นที่หลวงพระบาง แถวพระบิณฑบาตยาวมาก   เป็นขบวนยาวกว่า ๒๐ องค์   ไม่ทราบว่าเป็นเช่นนั้นตามปกติ หรือเป็นกึ่งๆ การแสดงโชว์ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูป   ที่นั่นชาวบ้านจริงๆ เขาก็ “จกบาตร” คือเอามือเปล่าๆ “จก” ข้าวเหนียวใส่บาตร    

          เมื่อสักปีหนึ่งมาแล้วตอนนั่งรถผ่านถนนเลียบคลองรังสิต ตรงตลาดแถวๆ คลอง ๔ คลอง ๕ ตอนเช้ามืด เคยเห็นพระบิณฑบาตตามด้วยศิษย์เข็นรถเข็นคอยถ่ายของจากบาตร   เห็นแล้วตกใจมาก

          ที่หมู่บ้านสิวลี ปากเกร็ด ที่ผมอยู่   เมื่อเห็นพระที่บิณฑบาตเสร็จซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซคล์กลับวัด เห็นครั้งแรกรู้สึกแปลกๆ    แต่เดี๋ยวนี้เห็นจนชิน เป็นของธรรมดา

          ช่วงนี้ที่หมู่บ้านมีพระจาก ๒ วัดมาบิณฑบาต   วัดหนึ่งพระองค์เดียวมากับเด็กหนุ่ม   เดินคู่เดินยิ้มหัวกันตลอดทาง    เห็นแล้วขัดตา    ว่าพระเจ้าวัดไม่แนะนำสั่งสอนเลยหรือ   และตอนนี้พระจากอีกวัดหนึ่ง (วัดบางพัง) มากัน ๒ องค์กับอีกหนึ่งรถเข็นที่ศิษย์วัดเข็นตาม    เห็นแล้วไม่ค่อยอยากใส่บาตร ไม่ทราบว่าผมบาปหรือเปล่าที่คิดอย่างนี้

 

วิจารณ์ พานิช
๑๙ เม.ย. ๕๓