สวัสดีค่ะทุกท่าน ช่วงนี้หนึ่งหายไปนานพอควรเลยค่ะ ไม่ได้เขี้ยนบันทึกเพิ่มเติมนานแล้ว คิดถึงจังเลย ^^ เริ่มต้นบันทึกแรกของเดือนพฤษภาคมนี้ ขอเป็นบันทึกสบายๆละกันนะคะ วันที่ 8-10 พ.ค. 53 นี้หนึ่ง สาม และเพื่อนๆ ได้มีโอกาสไปชัยภูมิอีกครั้ง เพื่อนสาวของเราจะสละโสด ไม่ไปไม่ได้ค่ะ ^^ งานแต่งคือวันที่ 9 แต่พวกเราไปกันเช้าวันที่ 8 สมาชิกมีกันทั้งหมด 5 คนค่ะ
   
หนึ่ง                            สาม                           เจี๊ยบ
 
โอ๊ต                         ม่อน
เราออกเดินทางกันเช้าวันเสาร์ที่ 8 พ.ค. ค่ะ มอหินขาวไม่ใช่เป้าหมายของการเดินทางครั้งนี้นะคะ พวกเราจะไปงานสละโสดของกุ้ง เพื่อนสาวที่จะสละโสดในวัยเรียน 555 (ก็เรายังเรียนอยู่นี่นา555)
นำภาพเจ้าบ่าวเจ้าสาวมายืนยันก่อนว่าพวกเราไปงานแต่งจริงๆนะค้า อิอิ
เอาล่ะ เมื่อพวกเราพร้อมเดินทางไปถึงชัยภูมิเป็นเวลาบ่ายสามโมงกว่าๆ เจ้าสาวก็ได้ส่งพี่ต๋อยมาคอยดูแลพวกเราค่ะ พี่ต๋อยน่ารักมากมาย พาพวกเราไปที่พักแล้วก็อยู่เป็นเพื่อนพวกเราตลอดทั้งวันเลยค่ะ (เสียดายไม่มีรูปพี่ต๋อย พี่ต๋อยไม่ยอมให้ถ่ายรูปค่ะ) วันนี้ที่ชัยภูมิอากาศร้อนมากกกกกกกกจริงๆค่ะ แต่ก็ยังมีเวลาเหลือ ไหนๆก็มากันแล้วขอไปซักแห่งที่เป็นสัญลักษณ์ของชัยภูมิละกัน
พวกเราเห็นว่ายังพอมีเวลา เคยได้ดูโฆษณาการท่องเที่ยวล่าสุดคอนเซปคือ
"มหัศจรรย์12เดือน 7 ดาว 9ตะวัน" 
ที่มีพี่เบิร์ดเป็นพรีเซนเตอร์ ได้ยินชื่อสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนึงอยูที่จังหวัดชัยภูมินี้ คือ "มอหินขาว" พวกเราเลยสอบถามเส้นทางไปมอหินขาวกับพี่ต๋อยค่ะว่าจะไกลมั้ย การเดินทางลำบากป่าว อันตรายมั้ยถ้าขึ้นไปตอนนี้ สารพัดคำถามค่ะ อิอิ พี่ต๋อยเลยบอกว่างั้นเดี๋ยวพี่พาไปเองดีกว่า เย้ๆๆๆๆ!! พี่ต๋อยน่ารักมากเลยค่ะ นอกจากจะนำเที่ยวแล้วพี่ต๋อยยังเป็นตากล้องให้พวกเราซะอีกด้วย
คืนนี้ดึกมากมาย ไว้พรุ่งนี้จะมาเล่าต่อนะคะ ^^
มาต่อกันเลยนะคะ ก่อนขึ้นมอหินขาวเราแวะซื้อน้ำและขนมไปซะเต็มรถแทบไม่มีที่นั่งกันเลยทีเดียวค่ะ อิอิ ระยะทางจากตัวเมืองไปมอหินขาวไม่ไกลประมาณ 40 กม.
เส้นทางไปมอหินขาวถนนค่อนข้างดีแล้วค่ะ แต่ขาดช่วงอีกนิดหน่อยตรงจุดก่อนถึงทางขึ้นมอหินขาว ถนนขรุขระมาก รวมทั้งฝุ่นดินแดง กลับลงมาก็ตกใจเพราะรถเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลซะแล้ว อิอิ
ที่มาของชื่อ "มอหินขาว"  มาจากการสังเกตของชาวบ้านที่เนินเขา (เนินเขา ภาษาอิสาน เรียกว่า "มอ")  ในบริเวณนี้มีสีขาว  อันเนื่องมาจากหินทรายสีขาว  ยามต้องแสงแดดในเวลากลางวัน  หลังฝนตกไม่นานจะมองเห็นเป็นสีขาวเด่นชัดในระยะไกล  เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น จึงเรียกบริเวณนี้ต่อๆ กันมาว่า "มอหินขาว".......

"มอหินขาว " ตั้งอยู่บนเบินเขาสูงกินเนื้อที่กว่า 200 ไร่ มีกลุ่มหินกระจายกันอยู่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ หลายกลุ่ม เรียกชื่อแตกต่างกัน "ลานเจดีย์ หินโขลงช้าง, ลานหินต้นไทร, ลานหินล้านปี, ผาหัวนาค (เป็นจุดชมวิว)  ....
กลุ่มแรกจะเป็นเสาเหินขนาดใหญ่ยักษ์ ประมาณ 5 ต้น สูงจากผิวดิน 12 เมตร ในกลุ่มนี้จะมีเสาต้นหนึ่งลักษณะเหลี่ยมใหญ่ถึงขนาด 22 คนโอบ..รอบๆ บริเวณเป็นลานกว้าง สะอาดตา บรรยากาศสวย...
กลุ่มแรกนี้พวกเราข้ามไปก่อนค่ะ ขึ้นไปที่กลุ่มที่สองก่อน
กลุ่มที่สองจะเป็นดงหิน เพราะแถวบริเวณนี้จะมีก้อนหินขนาดรูปทรงต่างๆ ให้ผู้คนจิตนาการไปต่างๆ นาๆ กระจัดกระจายอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้า และต้นไม้ บริเวณนี้เป็นลานกว้าง เดินเที่ยวเล่น และปีนป่ายก้อนหินได้อย่างเพลิดเพลิน...
ลงจากรถปุ๊บ ถ่ายกะป้ายก่อนเลยค่ะ

สาม...สี่ ... แอ๊คชั่น!!! อิอิ
น้องโอ๊ตปีนไปแอ๊คบนหินยักษ์ และเตรียมเป็นตากล้องให้พวกเรารูปต่อไปค่ะ ^^
ภาพนี้ถ่ายจากมุมสูงบนหินยักษ์ที่น้องโอ๊ตแอ๊คชั่น (รูปบน) 
พี่เบิร์ดโพสท่าตรงนี้ยังไงน้อ 555
เค้าบอกว่าลานหินกลุ่มที่สองนี้แล้วแต่เราจะจินตนาการค่ะ ว่าจะมองเห็นเป็นรูปอะไร
ปีนขึ้นไปทรงตัวลำบากเล็กน้อย เลยได้แอ๊คแบบนี้มาค่ะ อิอิ
แอ๊คชั่นกันอย่างเมามัน ยังไม่ครบทุกมุมที่เล็งกันไว้
พระอาทิตย์เริ่มหรี่แสงลงแล้ว พวกเราเลยหยุดการโพสท่าที่กลุ่มหินที่สอง ไปดูพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่จุดชมวิวบริเวณกลุ่มหินที่สามค่ะ
กลุ่มที่สาม จะเป็นลานหินขนาดใหญ่ สามารถเดินเล่น กระโดดข้ามไปกลุ่มลานหินก้อนนั้นก้อนนี้ได้สบายๆ  และที่เป็นหน้าผา จะมองเห็นทิวทัศน์รอบๆ บริเวณด้านล่าง สวยงามมากค่ะ.....
เห็นป้ายไม่ได้เลยค่ะ 555

ที่จุดชมวิวคนเยอะพอสมควร
 
อืมม พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ^^
เสียดายมากที่เราขึ้นไปกลุ่มหินที่สองและสามก่อน กลับมาแวะที่หินกลุ่มแรกเมื่อพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า เลยได้ภาพมาแบบมืดๆค่ะ (ก็แหม .. เราไม่มีไฟแสงจันทร์เหมือนพี่เบิร์ดนี่นา 555)

มืดซะแล้วค่ะ แหะๆๆ
ขอสารภาพว่าทริปนี้เป็นอีกทริปที่ไม่ได้เตรียมตัวจริงๆค่ะ เพราะคิดว่าจะไม่มีเวลาไปเที่ยว อิอิ แต่พี่ต๋อยบอกว่าไปทัน ยิ่งช่วงเย็นถึงมืดยิ่งดีเพราะเค้าขึ้นไปนอนดูดาวกันที่มอหินขาวค่ะ แต่เราไปแค่แดดหมดก็พอ เพราะวันนี้ยังไม่ใช่ช่วงที่เป็นไคลแมกซ์ จริงๆควรไปช่วง กุมภาพันธ์ ถึง มีนาคม และช่วงเวลาที่สวยที่สุดคือห้าทุ่ม ถึง ตีสอง ยังไงคราวหน้าจะมาแก้ตัวใหม่นะคะ ^^
หากใครมีโอกาสมาเยือนชัยภูมิ อย่าลืมแวะมาที่มอหินขาวนะคะ พวกเราพิสูจน์มาแล้วว่า ถึงจะไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยวที่เป็นไคลแม๊กซ์ ของมอหินขาว แต่ก็สวยงาม ยิ่งใหญ่ อลังการ น่าตื่นตาตื่นใจ จนเราอดใจไม่ไหว ยังนัดกันไว้ว่าต้องกลับมาแก้ตัวอีกครั้งเลยล่ะค่ะ
ขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาทักทายกันค่า