เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งนะครับสำหรับโครงการอบรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รอบนี้ผู้เข้าร่วมบางตานิดหนึ่งครับ เพราะโรงเรียนบางส่วนเปิดเรียนวันแรกครับ ผู้บริหารเลยต้องอยู่โรงเรียนเพื่อคุมสถานการณ์ ฮิฮิ
ประเด็นหลักที่นำมาคุยกันในการอบรมเป็นเรื่องของ "คน" รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับการพัฒนาคน และการจัดการองค์กรเบื้องต้น หัวข้อหลังอาจจะไม่ต่อเนื่องกับประเด็นหลักเท่าไรครับ อันเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับเวลาว่างของวิทยากรครับ เลยปรับตารางเนื้อหาวุ่นไปนิดหนึ่ง ดังนั้นประเด็นเรื่องของการจัดการองค์กรขอยกไปคุยในโอกาสต่อไปครับ

 

เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เป็นอีกสัปดาห์หนึ่งนะครับสำหรับโครงการอบรมผู้นำการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้บริหารโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม รอบนี้ผู้เข้าร่วมบางตานิดหนึ่งครับ เพราะโรงเรียนบางส่วนเปิดเรียนวันแรกครับ ผู้บริหารเลยต้องอยู่โรงเรียนเพื่อคุมสถานการณ์ ฮิฮิ

ประเด็นหลักที่นำมาคุยกันในการอบรมเป็นเรื่องของ "คน" รวมไปถึงเครื่องมือสำหรับการพัฒนาคน และการจัดการองค์กรเบื้องต้น หัวข้อหลังอาจจะไม่ต่อเนื่องกับประเด็นหลักเท่าไรครับ อันเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับเวลาว่างของวิทยากรครับ เลยปรับตารางเนื้อหาวุ่นไปนิดหนึ่ง ดังนั้นประเด็นเรื่องของการจัดการองค์กรขอยกไปคุยในโอกาสต่อไปครับ

 

ทำอย่างไร เราจึงจะสามารถดึงเอาศักยภาพของบุคลากรมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ? และเราจะเสริมสร้างสมรรถนะของบุคลากรในองค์กรได้อย่างไร?

ดังนั้นในวันเสาร์ เราเริ่มกับการทำความรู้จักเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรของโรงเรียน โดยมีวิทยากรหลักคือ อ.คอเหล็ด หะยีสาอิ และ อ.ซอลีฮะห์ หะยีสะมะแอ และผมเป็นคนเก็บประเด็นครับ
(อ.คอเหล็ด หะยีสาอิ กำัลังบรรยายสร้างประเด็นคิดครับ)
การพัฒนาบุคลากรคือการพัฒนาองค์กรครับ แต่เรามักจะเจอคำถามว่า จะคุ้มหรือที่ รร.จะทำโน้นทำนี้เพื่อพัฒนาบุคลากร เพราะพอเก่งแล้วเขาก็จากเราไป (ไม่ใช่ตายนะครับ แต่ย้ายโรงเรียนบ้าง สอบบรรจุได้บ้าง) ในช่วงที่ผมเก็บประเด็น ผมเลยพยายามพาทุกคนแขวไปทางที่ว่า การจัดอบรมน่าจะไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนครับ เพราะคนได้รับประโยชน์โดยตรงคือ นักเรียน คือ สังคม ดังนั้นน่าจะเป็นหน่วยงานรัฐในการจัดการพัฒนาบุคลากรให้กับโรงเรียนเอกชนด้วย
ประเด็นนี้ก็ถูกครับ (แต่ไม่ใช่ทั้งหมด) และในความเป็นจริง หน่วยงานรัฐก็ทำหน้าที่นี้อยู่ด้วย ไม่ต้องยกตัวอย่างไกลครับ เพราะทุกท่านที่มาอบรมหลักสูตรนี้ รัฐก็เป็นคนจ่ายทั้งหมด ฮิฮิ แต่ถ้าจะให้ถูกต้องยิ่งกว่าคำตอบแรก คือ ความจริงมันเป็นผลจากการดำเนินงานที่ไม่ครอบคลุมทุกประเด็นในการพัฒนาบุคลากรของโรงเรียนครับ โรงเรียนมักจะพัฒนาบุคลากรด้านเดียว คือ ด้านวิชาชีพ ด้านความรู้ที่จะใช้ในการสอน หรือการทำหน้าที่ที่รับผิดชอบในโรงเรียน ดังนั้นพอมีโอกาสดีๆ กว่าการทำงานที่โรงเรียน เขาก็ลาออกได้อย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก
(ร่วมกันคิดภายในกลุ่มเพื่อแก้เกมของ อ.คอเหล็ด ครับ)
ดังนั้นการพัฒนาบุคลากรจะต้องครอบคลุมในเรื่องของความรักต่อองค์กรด้วยครับ หมายถึงการพัฒนาด้านจิตวิญญาณของบุคลากร บุคลิกภาพของบุคลากร แนวๆ นี้แหละครับ ซึ่งประเด็นนี้จะทำให้บุคลากรผูกพันกับองค์กรมากขึ้นครับ และอีกด้านหนึ่งที่จะลืมไม่ได้คือ การพัฒนาบุคลากรในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับองค์กร ทำให้บุคลากรมีความผูกพันกันและกัน มีความรู้สึกเป็นเจ้าขององค์กร ซึ่งประเด็นเหล่านี้ หากการพัฒนาบุคลากรเป็นหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่โรงเรียนทำเอง ก็มักจะไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้เลยครับ

 

แต่ต้องยอมรับครับว่า หากการพัฒนาบุคลากรหมายถึงการจัดฝึกอบรมแล้ว มันก็ไม่สามารถตอบสนองต่อการพัฒนาบุคลากรที่ครอบคลุมแน่ๆ ครับ ยิ่งถ้าเน้นการเชิญวิทยากรจากภายนอกมาอบรมให้แล้ว บางทีถึงจะได้องค์ความรู้ใหม่ๆ แต่ก็นำไปสู่การประยุกต์ใช้ได้น้อยเหมือนกันครับ

(ผู้เข้าอบรมเริ่มทำได้แล้วครับ)

ดังนั้นบางครั้งการพัฒนาบุคลากรก็จะเป็นต้องเน้นการใช้องค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรครับ ผมตั้งคำถามให้กับผู้เข้าอบรมง่ายๆ อย่างนี้ครับว่า ครูที่เพิ่งจบใหม่ๆ จะมีทักษะการสอนเท่ากับครูที่สอนมาเกิน 10 ปี หรือเปล่า? คำตอบที่ได้คือ ไม่เท่ากันอยู่แล้ว ถึงแม้ว่า ครูใหม่จะมีองค์ความรู้ใหม่ๆ มาเยอะ ในขณะที่ครูเก่าอาจจะขาดความรู้ใหม่ๆ เทคนิคใหม่ แต่ประสบการณ์การสอนที่ผ่านมาก็ย่อมมีคุณค่ามากเช่นกัน 

ผมเลยขอชวนคิดต่อว่า ถ้าหากครูสองคนนี้ สอนวิชาเดียวกันแต่คนละห้อง ถือว่าเราให้ความยุติธรรมกับเด็กสองห้องนั้นอย่างเท่าเทียมกันหรือเปล่า ฮือ ไม่เท่ากันแน่ๆ ครับ งั้นเด็กที่เรียนกับครูใหม่ที่ขาดประสบการณ์ก็เสียเปรียบสิครับ

(อ.ซอและห์ ตาเละ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ฯ และ อ.อับดุรรอห์มาน จะปะกียา นำเสนอแนวทางการใช้ฮัลเกาะห์เพื่อพัฒนาสู่องค์กรการเรียนรู้)

ในแง่ของการพัฒนาบุคลากรจึงควรมองว่า ทำอย่างไรที่จะสร้างประสบการ์ให้กับครูใหม่ แล้วก็เพิ่มเทคนิคใหม่ๆ ให้กับครูเก่า ซึ่งความจริงก็ไม่ต้องคิดมากครับ ทำอย่างไรให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในโรงเรียนเท่านั้นเองครับ

สำหรับการอบรมครั้งนี้ เรานำเสนอรูปแบบการพัฒนาบุคลากรใน 2 รูปแบบครับ คือ กียามุลลัยน์ กับฮัลเกาะฮ์ อย่างแรกเราให้ผู้เข้าอบรมได้ลองสัมผัสเองเลยครับ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าอบรมเป็นอย่างมากครับ ส่วนอย่างที่สองเราเชิญวิทยากรที่มากด้วยประสบการณ์มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ แต่ขออนุญาตยกยอดไปคุยในโอกาสต่อไปครับ