๘ พฤษภาคม ๒๕๕๓
สวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นมา รู้สึกถึงความขี้เกียจในตนเอง แต่สุดท้ายก็เอาชนะได้โดยการลุกขึ้นมากราบพระรัตนตรัยสามครั้งแล้วเริ่มสวดมนต์ทำวัตรเช้า แล้วก็ลงมาหุงข้าวตามปกติ หนูตั้งใจหุงข้าวกล้องสีนิลด้วยความตั้งใจให้พระและผู้คนที่มีโอกาสได้ทานได้รับคุณค่าทางอาหาร หั่นผักบุ้งไว้ แล้วจึงเปลี่ยนชุดไปวิ่งออกกำลังกายที่ถนนทางเข้าหมู่บ้าน กลับมาดูแล้วยังพอมีเวลา หนูจึงจับจอบเดินเข้าหลังบ้านเล็งพื้นที่โล่งใต้ต้นไม้ใหญ่ขุดดิน ทำแปลงผัก แม้ดินจะไม่ค่อยดีนักแต่เมื่อเทียบกับบ้านพักหลังเดิม ดินนี้ยังดีกว่ามาก หนูตั้งใจจะปลูกผักไว้ทานเอง หลังจากที่ได้ปลูกผักกะเพราแล้วก็ยังดูสดดีน่าจะติดได้ไม่ยาก (กิ่งกะเพราเหลือจากที่ทำไปวัดครั้งก่อน) ทำไปได้สอง สามแปลงพี่อ้อ ที่อยู่บ้านถัดไปอีกสองหลังเดินมาคุยด้วย แล้วก็เอามะกรูดที่ลูกสาวเคยซื้อไปส่งครูมาให้ หนูเอ่ยขอบพระคุณท่าน รู้สึกดีจังเลยค่ะครู พอได้เวลาจึงขอตัวจากพี่อ้อ มาทำผัดผักบุ้งแล้วจัดผลไม้ ยกตะกร้าขึ้นรถ แล้วหนูค่อยอาบน้ำ วันนี้เป็นวันเสาร์คนที่วัดค่อนข้างเยอะค่ะครู โดยเฉพาะเด็ก ๆ แต่ที่ดูจะแปลกตาคือ มีรถขนถ้วยชามและหม้อขนาดใหญ่ ทราบทีหลังว่าจะมีคนมาจัดงานศพที่วัด พอพระท่านตักอาหารและหนูก็ไปตักมานั่งทานเงียบ ๆ ล้างจานของตนเองและจานอื่น ๆ หนูออกจากวัดประมาณสามโมงเช้าค่ะ ตั้งใจจะไปซื้อของที่จะเอามาซ่อมบ้านและต้นไม้ ระหว่างทางเจอหนุ่มสามห้าหกคน ยืนโบกรถอยู่ ทราบว่าจะไปค่ายที่ชัยภูมิ หนูจึงอาสาไปส่งให้ที่ชุมแพ ดังที่เขียนไว้ในบันทึก น้อง ๆ สถาปัตย์ ม.ขอนแก่นโบกรถไปค่ายอาสา พอส่งน้อง ๆที่ร่มไม้กลับรถมุ่งสู่ขอนแก่น เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่เสียงภายในตะโกนมาดัง ๆ ว่า “ครูโทรมา โห เหมือนรู้เลย” ใจหนูรู้สึกเบิกบาน พอทราบอีกว่าครูชวนไปทานโอ่งแดง หนูหัวเราะออกมาอย่างเบิกบาน เพราะหนูเขียนไว้ในจดหมายถึงครูเมื่อวาน หนูรู้สึกประทับใจที่ครูอ่านและเอาใจใส่หนู ซึ่งท่านทำเช่นนี้เสมอมา พอหนูทราบว่าครูรู้สึกหิว ใจหนูแทบอยากจะไปให้ถึงครูตอนนี้แต่พอมองหลักกิโลเมตรและระยะเวลาที่ใช้ตอนขามา แสดงชัดเจนว่าหนูอาจจะต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมง พอครูทราบว่าหนูทานข้าวเช้าท่าน จึงถามเวลาเพื่อให้หนูพอจะทานได้ เป็นความ “แคร์” ที่ครูส่งมาถึงใจนี้ หนูรู้สึกอย่างนี้ค่ะครู หนูจึงบอกครูว่า “ประมาณห้าโมงได้ไหม” พอครูถามต่อว่าอยู่ที่ไหน จึงเรียนครูว่า “อยู่ที่ชุมแพ มาส่งเด็ก” เสียงครูตอบกลับมาอย่างสดใสว่า “เด็กที่ไหน” จึงได้อธิบายครูว่า “น้อง ๆ ไปค่าย” ครูจึงไม่ถามต่อ หนูใช้เวลาเกือบ ๆ ชั่วโมงจริง ๆ กว่าจะขับถึงหอพักครู พอไปถึงครูเมตาให้หนูขับรถให้ ครูค่ะ หนูรู้สึกดีทุกครั้งที่มีโอกาสได้ทำอะไรให้ครู ที่ครูถามว่าเหนื่อยไหม หนูก็เหนื่อยบ้างค่ะ แต่ก็รู้สึกว่า “ยังไหว” หนูจอดรถไว้กลางแดดข้าง ๆ หอพักครู แต่ครูลืมเอาเงินไปเราจึงกลับมาเอา ทำให้หนูเห็นว่าเปิดไฟหรี่ค้างไว้ ครูจึงให้โอกาสไปถอยรถเก็บในที่ร่ม เหมือนได้เรียนรู้คำว่า Care แม้จะเป็นสิ่งไม่มีชีวิตก็ตาม การเอาใจใส่เป็นสิ่งจำเป็น ขับรถพาครูไปเอาของที่รามาโอเอ รออยู่ไม่นาน แล้วเราก็ไปห้างเซ็นทรัล ครูพาไปร้านนายอินทร์ แทบทุกที่มีโอกาส หนูเห็นครูพาหนูไปร้านหนังสือ วันนี้เหมือนครูช่วยสอนการให้กำลังใจ น้องที่เป็นคนขายดูแล ให้บริการจัดหาหนังสือด้วยความตั้งใจ ณ ขณะที่ครูสละเวลาเขียนใบประเมินให้ หนูสังเกตเห็นความรู้สึกประทับใจ ขอบคุณ ซาบซึ้งใจ เหมือนมันทะลักออกมาจากใจของคนขาย ประดุจว่าเธอได้รับรางวัลอันล้ำค่า ขณะที่หนูเองก็ทำอะไรไม่ค่อยถูก หนูจับวาง ๆ กับหนังสือที่อยากอ่านอยู่สองสามเล่ม สุดท้ายหาคำตอบให้ตนเองไม่ได้ว่า “ทำไม ไม่ค่อยกล้าซื้อหนังสือ ต่อหน้าครู ทั้ง ๆ ที่ชอบซื้อและชอบอ่าน” เหมือนมีความกลัวหรือความกังวลว่า เป็นหนังสือที่ไม่ควรอ่าน ทั้ง ๆ ที่สมองก็รู้อยู่ว่าเป็นหนังสือดี ๆ แต่หนูเห็นความกังวลเต้นริก ๆ ได้แต่ทนดูมัน รู้สึกว่า ณ ขณะนั้น หนูทำหน้าแห้ง ๆ พอเข้าห้องน้ำ แล้วครูก็พาไปดูชุดว่ายน้ำ หนูสึกได้ว่าครูประทับใจในชุด เหมือนตราตรึงใจ แต่ก็ติดที่ท่อนล่างไปประทับใจ การได้มากับครูเหมือนได้เรียนรู้ธรรมชาติอีกมุมของครู ที่หนูไม่เคยมองเห็น ครานี้ใจหนูไม่ได้ผลักไส ไม่ได้ตำหนิ อืม รู้สึกพึงพอใจ แต่เป็นพึงพอใจแบบเงียบ ๆค่ะ ครู ถ้าถามว่าหิวไหม หิวนะคะ หิวนานแล้ว แต่ก็ดูมันไปแบบพอไหว ไม่ได้กด แค่ดูความหิว เหมือนก็ รู้ตัวว่าหิว แต่ไม่ได้ดิ้นรน หรือหงุดหงิด ทำให้รู้สึกว่า ใจหนูดีดดิ้นลดลง ขากลับครูเป็นคนขับ พอมาถึงตำแหน่งของร้านส้มตำปลา กลายเป็นว่าย้ายร้าน ใจหนูไม่ถึงกับผิดหวัง อาจจะรู้สึกหิว และรู้สึกว่า อะไรก็ได้ พอครูพาเลี้ยวไป ร้านนาง น่าทึ่งที่หนูกับครูคิดถึงร้านเดียวกัน เพียงหนูเอ่ยชื่อผิด
ระหว่างทานอาหาร หนูรู้สึกว่า ครูสอนอะไรเยอะมาก ๆ แต่หนูจับอะไรไม่ได้มากนัก ทั้งเรื่อง การมองงานวิจัย การทำ R2R และรู้สึกดีมากที่ครูให้โอกาสได้เข้าร่วมงาน R2R แม้ใจหนูจะมีความกังวลแต่ก็รู้สึกว่าเบาลง แต่งานนนี้ดูเหมือนหนูจะแทบทำไม่เคยสำเร็จมาก่อน ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร ณ ขณะที่รับปากครู รนู้สึกได้ถึงความหนักแน่นในตนเอง ครูบอกว่า “ให้ไปช่วยจด Capture ส่งทีมงาน และครูสั่งเพิ่มให้เขียนลง G2K ด้วย” หนูบอกตรง ๆค่ะ ยังมีหวั่นไหว ว่ากลัวทำได้ไม่ดี แต่ก็รู้งสึกได้ว่ามุ่งมัน แถมพอรู้ว่าคนที่จะมาช่วยเป็นพี่อีกคนหนึ่ง ยิ่งรู้สึกดีว่าได้มีโอกาสร่วมงาน ใจแว๊บคิดขำ ๆค่ะว่า “เหมือนเป็นมือซ้าย มือขวาของครูกันทีเดียว”
ขากลับครูพาแวะมาที่หอพักแล้วครูก็ให้โต๊ะสีขาวมา ณ ขณะที่มองห้องครูกับของตกแต่งที่เหลืออยู่ ใจหนูบอกว่า “ใช่เลย ของแต่ห้องแค่นี้แหละ และรู้สึกได้ว่าเข้ากับธรรมชาติของครู ณ ปัจจุบัน” นั่งคุยกับครูไม่นาน ครูตัดสินใจกลับบ้าน หนูแวะไปซื้อโถและจานเซรามิกที่สวนเกษตร หนูนั่งติดลมคุยเพลินพอครูโทรมาจึงได้โอกาสขอตัว ครูให้หนูสะท้อนว่าครูเป็นอย่างไร หนูรู้สึกว่า “ครูนิ่ง ครูสบาย ไม่รู้สึกว่าดิ้นรน กรือกังวลใด ๆค่ะ”
หนูเก็บของและเริ่มนำไปไว้ที่รถ แล้วครูก็ให้ใคร่ครวญในตนเอง หนูไปซื้อของที่โกลบอลเฮ้า และซื้อต้นไม้ กลับมารู้สบายในตนเอง พัฒนาสิ่งต่าง ๆ เก็บของเก็บบ้าน หนูขึ้นทำวัตรเย็นประมาณสี่ทุ่ม เสร็จแล้วก็ลงมาเขียนจดหมายและถอดบทเรียนต่อ พยายามตั้งใจ ปกติหนูจะเขียนในที่นอน แต่ดูเหมือนวันนี้มีอะไรเยอะ พยามยามเขียนให้ดี ๆ แต่พอประมาณตีสองรู้สึกง่วงมาก ๆ จึงวูบงีบ ตื่นมาตีสองครึ่ง จึงพยายามเขียนให้จบ
ศีล
ข้อ ๑ หนูไม่ฆ่าสัตว์ ขณะเขียน ค้างคาเข้ามาบินว่อนในพา พยายามพาเขาให้ออกทางประตู บางทีก็เห็นความกลัวในใจตนเองเหมือนกันค่ะ
ข้อ ๒ หนูไม่ขโมยของใครค่ะ
ข้อ ๓ หนูไม่แย่งแฟนใคร
ข้อ ๔ หนูพยายามทำให้เต็มที่ แต่ก็มีขรุขระ ระหว่างเขียน แต่ก็รู้สึกดี
ข้อ ๕ หนูไม่กินเหล้าค่ะ แต่ก็ยังเผลออยู่บ้าง
คิดดี ทำดี ได้ดีครับ