"เป็นวิจัยเพื่อพัฒนา ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยการร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมใจของคนในชุมชนในทุกภาคส่วน"

    บ่ายวันแรกของการอบรม เราก็เริ่มเข้าสู่บทเรียน ในหัวข้อที่ตั้งใจมาเรียนรู้คือ การวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม หลังจากฟัง ดร.ตู้บรรยาย ผมพอจะเข้าใจความหมายของวิจัยชนิดนี้ได้ว่า "เป็นวิจัยเพื่อพัฒนา ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า โดยการร่วมมือ ร่วมคิด ร่วมใจของคนในชุมชนในทุกภาคส่วน" การวิจัยประเภทนี้ หน่วยที่ทำการศึกษา คือคนในชุมชน วิธีคิดของคนในชุมชน พฤติกรรม รวมถึงบริบทของชุมชน ส่วนวิธีการศึกษานั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดี ระหว่างนักวิจัยกับคนในชุมชน มีการศึกษาในเชิงลึก ทั้งแง่บวกและแง่ลบ เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบว่าข้อมูลไม่ผิดเพี้ยน และในที่สุดให้เกิดการปฏิบัติการร่วมกันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในเชิงพัฒนาของชุมชนนั้นๆ

     อีกประการหนึ่งที่สำคัญนะครับ คือกระบวนการพัฒนาหรือแก้ปัญหาใดๆที่เกิดจากการวิจัยประเภทนี้ ต้องพยายามเน้นสิ่งที่คนในท้องถิ่นทำได้ ภูมิปัญญาที่ท้องถิ่นมี มุมมองของคนในท้องถิ่นนั้นๆ และที่สำคัญคนในท้องถิ่นจะต้องเป็นแกนนำในการปฏิบัติการครั้งนี้

     ผมคิดของผมในใจเองว่า กระบวนการแก้ไขปัญหาใดๆที่เป็นเรื่องของส่วนรวม เรื่องนั้นๆจะกระทบถึงตัวเองหรือไม่ก็ตาม แต่กระทบถึงสังคมที่ตนอาศัยอยู่ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการร่วมใจของคนในชุมชน ร่วมกันคิด แล้วในที่สุดก็ร่วมมือกันทำเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ชุมชนนั้นก็จะอยู่ในภาวะสมดุล หลุดรอดปลอดภัยจากปัญหาต่างๆที่ทับถมกันเข้ามา ทำให้เกิดเป็นสังคมที่ดีและยั่งยืน ..... จริงๆแล้วมันก็เป็นภาพฝันของสังคมที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นั่นเองครับ