ถึงจะไม่ผ่าน เราก็จะรู้ว่า มีคนคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คือ อาจารย์ที่ปรึกษานั่นเอง
ถ้าดูตามหลักสูตรการเรียนของสาขาวิชาชีววิทยา ระดับปริญญาตรีแล้ว รายวิชาที่จะต้องเรียนในแต่ละเทอม กำหนดไว้ว่าจะต้องลงทะเบียนเรียนวิชาไหนบ้าง เรียนไปตามที่วางโปรแกรมไว้ เมื่อครบ 4 ปี ก็จะจบหลักสูตร หากขยัน มุ่งมั่นและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างเต็มที่
แต่วิถีชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน ต่างคนต่างมีปัญหาอุปสรรคชีวิต ที่จะต้องต่อสู้แก้ไขอยู่ตลอดเวลา หรืออาจมีบางสิ่งที่ทำให้ขาดสมาธิในการมุ่งมั่นตั้งใจเรียน จึงมีนักศึกษาที่สอบไม่ผ่าน คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ จนต้องได้เกรด F จำเป็นต้องลงทะเบียนเรียนวิชานั้นใหม่อีกครั้ง
ส่วนใหญ่หลายคนมักจะติด F วิชา คณิตศาสตร์, แคลคูลัส, สถิติ, Organic Chemistry มีหลายวิชาที่เป็นวิชาบังคับ จะต้องเรียนผ่านวิชาพื้นฐานวิชาแรกเสียก่อน จึงจะลงทะเบียนในวิชาที่ 2 และ 3 ได้ และแล้ว..ตัวเองและเพื่อนในกลุ่มที่สนิทกัน ก็พลาดท่า ติด F ในวิชา Organic Chemistry 1 ซึ่งเปิดสอนเฉพาะเทอมต้นเท่านั้น ทำให้เทอม 2 ไม่สามารถลงทะเบียนวิชา Organic Chemistry2 ได้ ต้องรอปีหน้า ลงทะเบียนเรียน Organic Chemistry1 และสอบให้ผ่านซะก่อน
เมื่อพลาดท่า เจอปัญหาแบบนี้ เพื่อนในกลุ่มก็ทำใจยอมรับ รู้ชะตากรรมทันทีว่า ไม่จบภายใน 4 ปีอย่างแน่นอน เพราะ Organic Chemistry1 ถ้าสอบผ่านแล้ว จะต้องไปลงทะเบียนเรียนวิชา Organic Chemistry2 และอีกวิชาหนึ่ง ถ้าไม่ผ่านก็จะจบช้าออกไปอีก
เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่ง เมื่อรู้ชะตากรรมแบบนี้ แถมยังติด F วิชาอื่นเพิ่มอีก เขาก็เริ่มท้อที่จะเรียนต่อไปอีกเหมือนกัน แต่ชีวิตก็ต้องสู้ เพราะมีรุ่นพี่ที่ภาคก็ติด F มาก่อน และยังพยายามสู้ต่อ และก็สามารถเรียนจบเหมือนกัน เพื่อนจึงต้องมาคิดวางแผนชีวิตการเรียนกันใหม่
เปิดดูเอกสารหลักสูตรวิชาลงทะเบียน ซึ่งในปี พ.ศ.2537 มีการพิมพ์เป็นเอกสารรายวิชาที่เปิดให้ลงทะเบียน ทั้งเทอมต้นและเทอมปลาย ทำเป้นตารางเวลา แจ้งว่า วิชานี้ เรียน วันเวลาไหน ที่ห้องเรียน-อาคารใด ให้นักศึกษาวางแผนได้เลย เพื่อนที่ติด F ด้วยกัน เลยชวนไปลงทะเบียนเรียนวิชา Vertebrate Zoology ที่เปิดสอนเทอม 2 ซึ่งดูจากตารางเรียนแล้ว ถ้าปีหน้าผ่านวิชา Organic Chemistry1 แล้ว วิชา Organic Chemistry2 เวลาเรียนจะตรงกับวิชา vertebrate zoology ถ้ายังงั้นปีนี้ไม่ได้เรียน Organic Chemistry2 ก็ลงเรียนวิชา Vertebrate Zoology ไปก่อน ซึ่งต้องเรียนกับรุ่นพี่ ปี 3 .... เอ้า เอาไงก็เอากัน 31 ต.ค.2537 เลยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้กับเพื่อนและรุ่นพี่ปี 3 แค่ฟังดู Introduction ก็ชักกลุ้มใจ รู้สึกว่ายากเหมือนกันนะ แต่เพื่อนๆก็มองหน้า...งั้น สู้ว่ะ...
หลายวันต่อมา พบกับท่าน อ.นฤมล ซึ่งเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ท่านบอกว่า ถ้าลงวิชา Vertebrate Zoology ก็ควรลงวิชา Lab ไปพร้อมกันเลย เอ้า ลงก็ลงครับ... ก็เลยมีปี 2 ที่มาเข้าเรียนวิชานี้ 3 คน เข้า Lab กับพี่ปี 3 แรกๆ ดู Slide ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ไม่รู้เป็นเพราะเกร็งรึเปล่า ที่ต้องเรียนกับรุ่นพี่ แต่ก็ต้องสู้ ช่วงที่ต้องท่องจำชื่อของกระดูกแต่ละชิ้น ก็ไปท่องกับเพื่อน เพื่อนเอากระดาษติดชื่อกระดูกสัตว์แต่ละชิ้น ดูเช้า ท่องเย็น ท่องไป จำได้มั่ง เวลาสอบ Lab กริ๊ง จะได้ตอบได้มั่ง
พอเกรดออก เพื่อนซึ่งพยายามมากกว่า ได้เกรด B ไปตัวเองได้ C หรือ D+ (ไม่แน่ใจ) ก็ผ่านมาได้
เมื่อพลาดท่าติด F ตอนเทอม 1 ปี 2 ทำให้ต้องเปลี่ยนวิชาลงทะเบียนไป บางวิชาได้เรียนกับเพื่อน Bio21 ทั้งรุ่น แต่บางวิชาก็แยกไปเรียนที่อื่น ดูไปก็เหมือนถูกแยกออกจากเพื่อนในรุ่นเหมือนกันนะ แต่หลักสูตรเป็นแบบนี้ หากพลาดไปนิด ก็ไม่ได้จบพร้อมกับเพื่อนส่วนใหญ่
เจอรุ่นพี่ที่เรียนมานาน ท่านอยู่ปี 6 แล้ว และพี่อีกคน อยู่ปี 8 ซึ่งเรียนชีววิทยานี่แหละ เพราะติด F บางวิชาที่ยังไม่ผ่านซักที ในสมัยของรุ่นพี่เหล่านั้น เป็นหลักสูตรเก่า ต้องลงทะเบียนเรียนวิชา แคลคูลัส, Math1 Math2 พอมาถึงรุ่นเรา มีการเปลี่ยนหลักสูตรใหม่ ไม่ต้องเรียนคลคูลัส, Math1-2 เพราะชีววิทยาไม่ได้ใช้ความรู้เหล่านั้นเลย เลยปรับหลักสูตรให้เรียนแค่วิชา General Math วิชาเดียวเท่านั้น เลยง่ายขึ้น แต่รุ่นพี่ที่เรียน 6 ปี และ 8 ปี ก็ยังพยายามสู้ต่อจนเรียนจบได้เป็นมหาบัณฑิตกะเค้าเหมือนกัน
ถึงตอนนี้ (ตอนที่เขียน) ก็จบมาเกิน 10 ปีแล้ว เจอรุ่นน้องที่ติด F บางวิชา ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเค้า ถึงขนาดจะคอขาดบาดตายเลยทีเดียว เลยเล่าเรื่องเตือนสติให้ฟัง ติด F ไม่ถึงตายหรอก สู้ใหม่ได้ วันก็แค่เป็นสิ่งที่บอกเราว่า เราพลาดตรงไหน เราตั้งใจเรียนไม่พอ ก็เลยสอบตก ถึงจะไม่ผ่าน เราก็จะรู้ว่า มีคนคอยช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คือ อาจารย์ที่ปรึกษานั่นเอง ในเวลานั้น ท่านมองได้กว้างกว่าเรา เมื่อไม่ผ่านวิชานั้น ก็ต้องปรับแผนลงวิชาใหม่ แนะนำจนจบจนได้
สมัยเรียนเคยเจอรุ่นพี่ที่ติด F หลายตัว แต่ไม่เคยท้อ พี่เขาบอกว่า "มันเหมือนรสชาติของชีวิต เหมือนเป็นบทพิสูจน์ตัวเองว่า จะต้องผ่านมันให้ได้ พอได้เรียนอีกรอบ ก็ต้องเรียนกับรุ่นน้อง กับเพื่อนที่ไม่ผ่านเหมือนกัน ตอนนั้น มันรู้สึกว่า ขี้เกียจไม่ได้แล้ว ดูจะขยันมากกว่าตอนที่ติด F ซะอีก เพราะชีวิตมีเป้าหมายมากขึ้น ชัดเจนขึ้น ไปเข้าเรียนแล้ว ยังได้รู้จัก ได้เห็นรุ่นน้องหน้าใสๆอีกด้วย"
รุ่นพี่บอกว่า "ดีที่ได้รู้จักตัวเอง พลาดตรงไหน บางคนไม่เคยรู้ข้อบกพร่องของตัวเองเลย ไม่เคยพลาดมาก่อน เมื่อพลาดแล้ว ทำใจไม่ได้ เมื่อเราพลาด เห็นข้อบกพร่องในตอนนี้ เราก็แก้ไข รู้จักอดทน รอคอยเวลา ซึ่งทำให้เราแกร่งขึ้น ทำอะไร มองอะไรได้กว้างขึ้น เพราะชีวิตเคยผ่านจุดที่ต่ำสุดมาแล้ว"
เป็นข้อเตือนใจที่มีคุณค่าเหมือนกัน
ข้อเตือนใจ จากคนที่เคยพลาดมาก่อน...
ขอบคุณมากๆๆๆ
แล้วถ้าขยันมาตลอด สู้แล้ว แต่ตอนทำข้อสอบทำไม่ได้ แล้วติด F มันเสียใจมากนะ เพราะตีโจทย์วิชาสถิติไม่ได้
สุดยอดพี่บอน