สุรินทร์ เชียงใหม่
ทำไมช่วยแต่เด็กกรุงเทพฯ
มีจดหมายลงทะเบียนส่งจากจังหวัดสุรินทร์มาถามผมหนึ่งคำถาม และจากเชียงใหม่อีกหนึ่งคำถาม ซึ่งผมขอสรุปยกเอาโจทย์คำถามเหล่านั้นมาตอบเป็นข้อๆ ไป ดังนี้ครับ
คำถามข้อที่หนึ่ง...ได้ข่าวว่าครูหยุยเป็นคนจังหวัดสุรินทร์จริงหรือเปล่าครับ แล้วทำไมไปช่วยเด็กที่กรุงเทพฯ ไม่ช่วยเด็กที่สุรินทร์ละครับ
ตอบ...ผมเกิดที่สุรินทร์และอยู่จนเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ถึงได้เข้ามาเรียนต่อที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อจบก็ทำงานกับมูลนิธิเด็กที่มีอาจารย์หมอประเวศ วะสี เป็นผู้จัดการ โดยไปทำงานเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนหมู่บ้านเด็ก กาญจนบุรี สองปีครึ่ง จากนั้นเข้ามาทำงานที่ส่วนกลางในมูลนิธิเด็กเรื่อยมาจนถึงปี 2529 ถึงได้ร่วมกับเพื่อนๆ ออกมาตั้ง “มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก”ขึ้นเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ทุกคนในประเทศไทย ดังนั้นการอยู่กรุงเทพฯ จึงอยู่เพราะมูลนิธิฯ ตั้งอยู่ที่นี่ แต่การช่วยเด็กนั้นช่วยทั้งประเทศ เด็กสุรินทร์นั้นก็ช่วยไว้มาก ทั้งที่อพยพเข้ามาอยู่ในสลัมกรุงเทพฯ ที่เข้ามาอยู่กับพ่อแม่ที่ทำงานก่อสร้าง ที่ถูกหลอกเข้ามาขายแรงงานและได้ช่วยออกมา รวมถึงที่เรียนอยู่ตามหมู่บ้านต่างๆ ในจังหวัดสุรินทร์ซึ่งได้ระดมหาทุนการศึกษาไปมอบให้กว่า 1,000 คนแล้ว รวมทั้งสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอนแก่โรงเรียน การพัฒนาครูในระดับต่างๆ อีกมาก
สำหรับการช่วยเหลือเด็กๆ นอกเหนือจากที่อยู่ในกรุงเทพฯ นั้น ผมและเพื่อนร่วมงานมักจะแวะไปเยี่ยมเยียนเด็กๆ ตามต่างจังหวัดอยู่เสมอ ไปแต่ครั้งก็แวะในหลายจังหวัด แบ่งเป็นโซนๆ กันไป เช่นถ้าไปทางโซนอีสานใต้ ก็แวะตั้งแต่นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษและไปจบลงที่อุบลราชธานี เป็นต้น การแต่ละครั้งนั้นก็ไปแบบ “กองคาราวาน”คือนำสิ่งของ เสื้อผ้า เครื่องเล่น อุปกรณ์การเรียนการสอน ทุนการศึกษา ไปมอบแก่เด็กๆ ที่โรงเรียนห่างไกลย่านชนบทหรือชายแดนหรือย่านสลัมในจังหวัดนั้นๆ
คำถามข้อที่สองมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ...ถามว่าจะทำอย่างไรกับการแก้ไขปัญหาเด็กชาวเขาที่ถูกนำลงพื้นราบ โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นมีการนำเด็กชาวเขาลงมาขอทานมาก หรือให้ขายดอกไม้หาเงินจากนักท่องเที่ยว
ตอบ...ปัจจุบันนี้ ขอทานเป็นอาชีพที่หาเงินได้ง่ายและได้มาก วันละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ยิ่งถ้าเป็นเด็กด้วยแล้วจะเรียกความสงสารและหาเงินได้หลายเท่าตัว ดังนั้นพวกเขาจึงถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ ที่กรุงเทพฯมีหลายรูปแบบ มีทั้งรูปแบบการไปเช่าเด็กเล็กๆ มาอุ้มเร่ขอทาน มีทั้งที่ไปชักชวนมานั่งขอทานและแบ่งเงินให้ มีทั้งที่หลอกมาอยู่ด้วยและบังคับให้ขอทานหรือขายของให้ได้จำนวนเงินตามที่ตั้งเป้าไว้ และมีทั้งที่ออกขอทานเองเพราะรู้ว่าทำแบบนี้ได้เงินง่ายเพื่อเอาไปเล่นเกมส์
การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ที่กรุงเทพฯหรือจังหวัดใหญ่ๆ ทั่วไป รวมถึงที่เชียงใหม่นั้น คงต้องช่วยกันแก้ไขหลายวิธีครับ เช่น หนึ่ง...ช่วยกันรณรงค์อย่างกว้างขวางคือไม่ให้เงินขอทาน เมื่อไม่มีคนให้ ผู้เร่ขอก็ต้องเลิกไปในที่สุด แต่ต้องทำข้อที่สองควบคู่ไปด้วยคือแจ้งให้หน่วยราชการคือพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (ประชาสงเคราะห์เดิม)ทราบและกำชับให้ออกมาจัดการดูแล คือนำตัวเข้าไปไว้ในสถานสงเคราะห์หรือส่งกลับถิ่นฐานเดิม ที่สำคัญคือข้อที่สาม นั่นคือต้องใช้กลไกใหม่ที่มีอยู่ในทุกจังหวัด ได้แก่คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ที่รวมทุกส่วนราชการและองค์กรพัฒนาเอกชนมาทำงานและวางแผนร่วมกัน โดยแจ้งขอให้คณะกรรมการชุดนี้ยกเอาเรื่องเด็กชาวเขาเป็นหนึ่งเรื่องที่จะร่วมกันแก้ปัญหา ดังที่หลายจังหวัดได้ดำเนินการมาแล้ว และสามารถจับกุมแก้งค์ที่หลอกพาเด็กมาขอทานได้หลายแก้งค์แล้ว
ครับ..ผมได้ตอบคำถามส่งไปทางจดหมายถึงผู้ถามแล้ว สำหรับพื้นที่นี้เป็นการนำมาเผบแพร่ซ้ำ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์บ้างเช่นกัน
.............................................

เรียนครูหยุย
ช่วยเหลือเด็ก และสังคม เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมากๆครับ