การดำเนินชีวิตในแต่วันของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ทำอย่างไรให้ชีวิตปลอดภัยสูงสุด

        จากบันทึกที่แล้วที่ดิฉันเล่าถึงคำสอนของพ่อที่สอนลูกๆ  ในรูปแบบสอนตรงๆ  สอนโดยอ้อมหรือทำให้ดูเป็นตัวอย่าง  ในบันทึกนี้จะเล่าถึงเรื่องที่พ่อสอนลูกๆ          ในการดำเนินชีวิตเกี่ยวกับการดูแลตนเองให้ปลอดภัยและความประหยัด  เชิญติดตามค่ะ

คำสอนเรื่องการดูแลตนเองให้ปลอดภัย

        ในสมัยเด็กครอบครัวอยู่ในชนบทซึ่งสมัยนั้นโจรประเภทไอ้เสือ  มีเยอะมาก สามารถมาทุบประตูปล้นได้โดยไม่มีใครช่วยเหลือ   ครอบครัวของเราอยู่ได้โดยผ่านเหตุการณ์ที่ไม่ถูกปล้นมาได้ด้วยกุศโลบายของพ่อคือ  พ่อทำป้ายกระดานดำติดไว้ในห้องโถง (ประมาณห้องรับแขก)ที่ใครผ่านไปมาแล้วมองเห็น ที่ป้ายกระดานขึ้นป้ายไว้ว่า

       ค้างค่าข้าวสาร (นางจัน)     40   บาท     ค้างค่าหมู    15   บาท

        เพื่อให้สมเหตุสมผล  พ่อก็ไปค้างเขาจริงๆ   สมัยเด็กพวกเรารู้สึกอายมากว่าทำไมถึงไปค้างเขาและขึ้นป้ายประจานไว้หน้าบ้านด้วย....พ่อตอบคำถามลูกๆ เมื่อลูกๆ  โตขึ้นว่าถ้าพ่อไม่ไปค้างเขาและเขียนติดป้ายไว้ให้คนได้เห็นทั่วกัน  เขาจะได้รู้ว่าขนาดอาหารที่กินในแต่ละวันเรายังต้องค้างเลย  โจรจะได้ไม่ปล้นบ้านเรา  เพราะไม่รู้ว่าคนไหนคือโจรในเวลากลางคืน  เพราะกลางวันเราก็อาจจะนั่งคุยกับโจรอยู่ก็ได้  พ่อบอกว่าพ่อทำงานกินเงินเดือนในสมัยนั้นมากกว่าครูที่มีวุฒิอีก ขณะที่ชาวบ้านยากจนมากๆ   ถ้าพ่อไม่ทำอย่างนี้พ่อก็คุ้มครองครอบครัวไม่ได้  เมื่อจบคำถามลูกๆ   พ่อก็สอนต่อในเรื่องการครองตนให้ปลอดภัย  เช่น

  • การไม่โอ้อวดเรื่องทรัพย์สินเงินทองที่มี  ไม่ใส่สร้อยเส้นโต  (พวกเราทำตามพ่อไม่ได้...อิ...อิ)
  • เมื่ออยู่บ้านถ้าจะนอนพักผ่อนในเวลากลางวัน  ต้องปิดประตูหน้าต่างก่อนนอน  (อันนี้ปฏิบัติได้...สร้างกำแพงบ้านซะสูง...ปิดประตูรั้วบ้านตลอด...อิ...อิ)
  • ถ้าจะทิ้งบ้านไปค้างคืนที่ไหน   ห้ามบอกเล่าชาวบ้านให้รับรู้  ให้ไปเงียบๆ  (ข้อนี้ลูกทุกคนปฏิบัติได้)
  • ห้ามคบคนชั่วเป็นมิตรแล้วพาเข้าบ้าน   ให้พูดคุยได้เพียงผิวเผินตามมารยาทสังคม  เพราะพ่อบอกว่าคนชั่วเมื่อเข้ามา มันจะดูทำเล กลอนประตู หน้าต่าง  ถึงมันไม่ทำเองก็เป็นสายให้คนอื่นทำ (ข้อนี้พ่อสอนเมื่อบ้านของแม่ถูกโจรปล้นโดยโจรคือคนชั่วที่แม่คบค้าด้วย)

คำสอนเรื่องการประหยัด

      นอกจากสอนเรื่องการครองตนให้ปลอดภัยแล้ว   พ่อก็สอนเรื่องการประหยัด เช่น 

  •  สมัยที่ไปโรงเรียนในชั้น  ป.1  กลับจากโรงเรียนพ่อให้ลูกๆ เล่าให้ฟังว่า วันนี้ที่โรงเรียนลูกทานอะไรบ้าง  ราคาเท่าไร   พวกเราเล่าว่า ซื้อสลาก  กับน้ำแข็งบอก (ประเภทที่ไม้เสียบน้ำแข็งมีสีแดงทา  ได้เพิ่มอีก 1 อัน)   พ่อถามพวกเราว่าที่โรงเรียนมีอะไรขายบ้าง  พวกเราก็บอกว่า มีข้าว  ราคาจานละ  25  สตางต์  หัวมันต้ม(เสียบ)  25 สตางค์  ถั่วลิสงต้ม  1 กระทง  25 สตางค์  น้ำแข็งบอก ไม้ละ 25  สตางค์   พ่อถามว่าถ้าเราจะกินให้อิ่มตลอดวัน  ลูกๆ  จะเลือกกินอะไร (พ่อให้ค่าขนมคนละ 50 สตางค์)  ดิฉันตอบพ่อว่า...กินข้าวกับหัวมันต้ม....เวลาผ่านไปหลายปี เมื่อเห็นหัวมันต้มครั้งไหนคิดถึงพ่อทุกครั้ง
  • พ่อสอนเรื่องการดำเนินชีวิตในแต่ละวันให้ประหยัด  เช่น  ถ้าจะไปธุระในตัวเมือง   ระยะทาง  11  กิโลเมตร  ในตอนเช้าเราต้องวางแผนคิดไว้ก่อนว่าจะไปช่วงเวลาไหน (รถติดหรือไม่)  เส้นทางสายไหนจะใกล้ที่สุด (ไปได้หลายเส้นทาง) จะไปธุระที่ไหนบ้าง...ควรไปที่ไหนให้ลำดับก่อนหลังไว้ให้เสร็จก่อนออกเดินทาง....หรือถ้าธุระที่ไปนั้นแค่ 1 เรื่อง  แต่ยังรอได้ (ไม่ด่วน)  ค่อยไปเมื่อมีธุระที่รวมแล้วหลายเรื่อง จะได้ทั้งประหยัดเงิน (ค่ารถ)  ประหยัดเวลา

       คำสอนของพ่อซึ่งถือว่าเป็นครูคนแรกและคุณครูตลอดกาลสำหรับดิฉัน ทั้งจากเรื่องที่พ่อสอนด้วยคำถาม การปฏิบัติจริง แม้กระทั่งคำสั่ง  ดิฉันสรุปเป็นขุมความรู้ได้ดังนี้

       1. วิธีการดูแลทรัพย์สิน

       2. การดูแล ครองตนให้ปลอดภัย

       3. วิธีการคบมิตร

       4. วิธีการประหยัด

       5. การบริหารเวลาและการบริหารเงิน

       6. การบริหารชีวิตในแต่ละวัน (กลยุทธ์การดำเนินชีวิต)

       7. การเลือกซื้ออาหาร