วินัยเชิงบวก เป็นเรื่องที่ต้องเริ่มมาจาก "ข้างใน" จิตใจของตัวเอง วินัย มาจาก ข้างใน

        ท่านวิทยากรได้กล่าวถึงเรื่องวินัยเชิงบวก  ต้องมาจาก ข้างใน  จำคีย์เวิร์ดง่ายๆ ว่า วินัย มาจาก ข้างใน

 

       วินัยเชิงบวก  ไม่ใช่การไปเปลี่ยนคนอื่น  หรือ การไปควบคุมคนอื่น  แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเอง  เพื่อไปเปลี่ยนแปลงคนอื่น

 

        ดังนั้น ลักษณะของการใช้วินัยเชิงบวก   จะเห็นผลช้า และ  ใช้เวลานาน   แต่ผลที่ได้นั้น ยั่งยืน   และ  ช่วยให้ครูสบายขึ้น

 

       ขณะที่การควบคุมด้วยลงโทษ  จะเห็นผลเร็ว  ใช้เวลาสั้น  แต่ได้ผลไม่ยั่งยืน   เป็นการทำลายสมองการเรียนรู้ของเด็ก  ทำให้ครูลำบากขึ้นในการสอน

 

      เรื่องนี้มีทฤษฎีสมองมายืนยันครับ

 

   

       สมองมีอยู่สามส่วน คือ สมองส่วนเอาตัวรอด  สมองส่วนอารมณ์ และ สมองส่วนเหตุผล    เมื่อเด็กถูกลงโทษทั้งทางกายและวาจา  สมองส่วนที่จะทำงาน คือ สมองเอาตัวรอด   เมื่อสมองเอาตัวรอดทำงาน   ก็จะไปกระทบกดทับสมองส่วนอารมณ์ และ สมองส่วนเหตุผล  ทำให้สมองทั้งสองส่วนไม่ทำงาน

 

       หรือจะเอาเหตุผลทางนามธรรม เรื่อง "ใจ"

 

   

       เด็กชายจรัล  มีหัวใจเต็มเปี่ยมจากการเป็นคนเก่งและน่ารัก

 

 

                             ถูกดุถูกด่าจากที่บ้านและที่โรงเรียน

 

                    หัวใจความดีความเก่งค่อยๆหายไป  ทีละนิด ๆ  

 

                            จนใจไม่เหลือ   เรียกว่า "ใจสลาย"

                      เพราะใช้การควบคุมลงโทษด้วยวาจา

 

         ท่านวิทยากร  ให้บทคำพูดทางลบอยู่ ๙  คำพูด  ที่ทำลาย "หัวใจ"  ของเด็กให้สูญสลายไป    หลังจากที่ใจสลายไปหมดแล้ว   ให้ลองเปลี่ยนคำพูดใหม่  ที่จะเป็นการสร้างใจ ด้วยคำพูดเชิงบวก

 

      เป็นเรื่องยากมากเลยครับ  สำหรับบางคน ที่จะเปลี่ยนคำพูดมาเป็น "เชิงบวก"  เพื่อสร้าง "ใจ" ให้เด็กชายจรัล

 

     เพราะเรามีวิธีคิดแบบ  "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี"   อยู่ในกระแสเลือดแล้วละครับ   อันเป็นวิธีคิดที่เป็นอุปสรรคของการสร้างวินัยเชิงบวก

 

    ครับ วินัยเชิงบวก ต้อง มาจาก "ข้างใน" ของใจครูเพื่อสร้าง  "ใจ" ของเด็ก    ไม่ใช่มาจาก "ข้างนอก" ด้วยการดุด่าว่ากล่าวหรือการตีเพื่อควบคุมลงโทษ