วินัยเชิงบวก เป็นเรื่องที่ต้องเริ่มมาจาก "ข้างใน" จิตใจของตัวเอง วินัย มาจาก ข้างใน
วินัยเชิงบวก (ตอนที่๑) : ให้บวกที่ใจตัวเอง ไม่ใช่ไปเร่งที่คนอื่น
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ครูดอย.คอม มีนา ประวัง · 29 เม.ย. 2553
ครูอ้อย แซ่เฮ · 29 เม.ย. 2553
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 29 เม.ย. 2553
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 29 เม.ย. 2553
ใบไม้ร้องเพลง · 29 เม.ย. 2553




สวัสดีค่ะท่านรอง
อ่านบันทึกนี้แล้วได้คิดทบทวนพอสมควร เพราะเป็นครูคนหนึ่งที่ มีวิธีคิดแบบ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" อยู่ในกระแสเลือดแล้ว ซึ่งจากบันทึกวิธีคิดแบบนี้มันเป็น วิธีคิดที่เป็นอุปสรรคของการสร้างวินัยเชิงบวก...อย่างนี้ก็ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใช่มั้ยคะ...เอาเป็นว่า...รักวัวให้ผูก...รักลูกให้ตังส์..ก็แล้วกันนะคะ.5555เป๊ววววววว
สวัสดีท่าน small man ครับ
ขอบพระคุณสำหรับบทเรียนครับ
บวกที่ใจตัวเอง แล้วค่อยเผื่อใจไปให้คนอื่นหรือลูกๆ
ผมเห็นว่า การตี หรือ ลงโทษ มีทั้งด้านดี และ ร้าย
ถ้าคนที่ตี ลงโทษมีเจตนาดี บริสุทธิ ไม่โกรธเกลียด หรือ ทำด้วยความสะใจ ทำเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ แต่ไม่ใช่ทารุณ ทำพอประมาณก็อาจจะเป็นเครื่องมือที่ดีครับ
แต่ถ้าทำตรงกันข้ามกับที่กล่าว เด็กๆคงต่อต้าน อาจเกิดปมฝังลึกในใจ และ ไประบายกับคนอื่นๆเมื่อมีโอกาส
ยากนะที่จะตบหัวแล้วลูบหลัง ให้เด็กเลิกต่อต้านได้ง่ายๆครับ
แวะมาเยี่ยมครับ...
สวัสดีค่ะ
* รักวัวให้ผูก รักลูกให้ "ใจ" ครับ
* ผมเอง ลึกๆ ก็ยังมีวิธีคิดแบบ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" อยู่ครับ จะค่อยๆพยายามเปลี่ยน
ขอบคุณมากครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
วินัยเชิงบวก สร้าง "ใจ"
ไม่ใช้วิธี "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" แต่ หันมาใช้วิธีของครูสมพรสอนลิงที่ว่า
"ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้" แทนได้ไหมคะอาจารย์
ขอบคุณค่ะ
เมื่อก่อนผมก็เข้าใจว่าการตีก็มีประโยชน์ (คือ มีทั้งด้านดีด้านร้าย)
หลังจากเข้าไปฟังท่านวิทยากรทั้ง 3 วัน พบว่า การตี มีประโยชน์ระยะสั้นครับ ขณะที่มีประโยชน์ ก็จะไปสร้างรอยแผลในใจครับ ถึงจะตีด้วยความรักก็ตามที
ที่ถูก ต้องไม่ตีเลยครับ ใช้วิธีทางบวก ต้องใจเย็นและอดทน
ขอบคุณมากครับ
ในวันนั้น(วันประชุม) คุณครูหลายท่านก็ยังยอมรับตัวเองว่ามีวิธีคิดแบบ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" อยู่ครับ ผมเอง ลึกๆก็มีอยู่ครับ เข้าประชุมวันนั้น จึงได้รู้ว่าไม่ถูกต้อง ผมเองก็จะพยายามเปลี่ยนตัวเอง
ขอบคุณมากครับ
"ให้ความรักก่อนให้ความรู้" นั่นละครับ วินัยเชิงบวก
สอดคล้องกับทฤษฎีสมอง และ เรื่อง "ใจ"
ขอบคุณมากครับ
เรื่องนี้น่าสนใจมากครับ คล้ายกับเรื่อง นิวรอนกระจกเงา ครับ (Mirroring Neuron)
จะเปลี่ยนใครต้องเปลี่ยนที่ตัวเราก่อน
ผมขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่คอยจุดประกายอยู่เรื่อยๆครับ
ด้วยความเคารพและนับถืออย่างสูง
อ.โย
ทฤษฎีนิวรอนกระจก ดีมากเลยครับ ผมคงต้องขออนุญาตอาจารย๋ นำไปใช้อ้างอิง เสริมเรื่องวินัยเชิงบวกครับ เพราะตามความคิดของผม ผมว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
สวัสดีค่ะ
ท่านผู้บริหารที่โรงเรียนได้เชิญวิทยากรมาอบรม "เชิงบวก" แก่คณะครู พนักงาน เหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ
วินัยเชิงบวก นำไปใช้แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ ได้ผลอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรบ้าง เล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะท่านรองฯ ..การให้ความรัก ความอบอุ่น ใช้วาจาอ่อนหวาน..ด้วยใจจริง..รู้แต่ปฏิบัติยากจัง..ขอใช้เวลาค่ะ
การให้ความรัก ความอบอุ่น ใช้วาจาอ่อนหวาน..ด้วยใจจริง..
(ครับ นี่แหละครับ วินัยเชิงบวก)
รู้แต่ปฏิบัติยากจัง..ขอใช้เวลาค่ะ
(หลายๆคนในที่ประชุมก็บอกว่ารู้ครับ แต่ปฏิบัติยาก )
ขอบคุณมากครับ
ขอบพระคุณครับ
ที่มาเพิ่มเติมและขยายความนะครับ....
ก่อนไปอบรม ผมก็มีความเห็นว่าการตียังมีประโยชน์อยู่ หลังจากเข้าอบรม ความคิดผมจึงเปลี่ยนไปครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
การตี หยุดพฤติกรรมได้ชั่วคราว แต่ไปสร้างรอยแผลในใจเด็กครับ
ขอบคุณครับ
@@@ข้างในบวก....ออกจากใจ....ใช่ข้างนอก
เป็นการบอก....ที่ทำยาก....หรือทำง่าย
เพราะคุณครู....เคยปลูกฝัง....แต่เพียงกาย(ตี )
ล้วนมุ่งหมาย....ให้เด็กดี....ที่มีมา@@@
ข้างในบวก ออกจากใจ ใช่ข้างนอก
ขอมาบอก ว่ายาก ลำบากเหลือ
ต้องมีใจ เป็นต้นทุน มาจุนเจือ
คิดทำเพื่อ นักเรียน เพียรทำใจ