๒๘ เมษายน ๒๕๕๓

 

สวัสดีค่ะครู

          เมื่อวานหนูมาถึงขอนแก่นประมาณตีสองครึ่ง มาถึงขอนแก่นนั่ง Taxi ขอนแก่นเป็นครั้งแรก รู้สึกดี รู้สะดวกสบาย ราคามิเตอร์มาถึงบ้านพัก ห้าสิบเจ็ดบาท พอมาถึงบ้านเปิดคอมว่าจะทำงานต่อ แต่แล้วก็ไม่ไหว สุดท้ายหลับลงตรงนั้น ตื่นมาอีกทีตอนหกโมงเช้ากว่าจะทำกิจวัตรเรียบร้อย ก็สายแล้วเดินออกมานอกบ้าน พึ่งนึกได้ว่าอ้าวไม่มีรถใช้นี่หว่าแต่ก็เป็นธรรมดาของตนเองที่ไม่ค่อยคิดอะไรล่วงหน้า ค่อนข้างประมาท รู้สึกไม่ดี รู้สึกไม่พอใจ แต่มันก็เป็นธรรมชาติ พอไปถึงที่ทำงาน นั่งลงเขียนว่าต้องทำอะไรบ้าง งานวันนี้ต้องเคลียร์ เอกสารการเดินทาง ทำความเข้าใจระบบรับตัวอย่างที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำแผนการจัดซื้ออุปกรณ์และสารเคมีในโครงการ พอได้คร่าว ๆ ก็ค่อย ๆ ลงมือทำ ทำไปเรื่อย ๆ แม้จะไม่เสร็จทั้งหมดแต่ใจก็ไม่ได้ดิ้นรนหาเป้าหมาย พอเที่ยงแวะไปทานเจ ที่หลัง บขส. และแวะซื้อผลไม้ ตอนครูส่ง SMS มาว่า “อดทนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนะคะ” พออ่านเสร็จก็รู้สึกแปลกใจ แล้วก็ความตอนหนึ่งปรากฏขึ้นมา เป็นขณะที่หนูขับรถไปกรุงเทพเมื่อสองวันก่อน ขับไปด้วยดูความรู้สึกไปด้วย ฉันคือความกลัว ฉันคือความกังวล ฉันคือความผ่อนคลาย ฉันคือความโล่งสบาย ฉันคือความรู้สึกว่าก้นนั่งอยู่บนเบาะ ฉันคือความรู้สึกที่อะไรยาว ๆ เกาะที่พวงมาลัย ฉันคือความรู้สึกสบาย ตามความรู้สึกไปเรื่อย แล้วก็ไปเจอสภาวะที่ไม่มีอะไร แว๊บหนึ่ง ไม่นานความกลัวก็ทะลักเข้ามาในใจ หนูไม่แน่ใจค่ะ บางทีก็หวาดหวั่นที่จะเขียนออกมา สองวันที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่ได้เข้าไปประชุม ตอนนั้นได้ข้อสรุปให้ตนเองว่า “อะไรก็ช่าง ครูให้อดทน”

          ระหว่างทางเดินกลับครูโทรมาแล้วถามว่า “จะไปส่งพี่ไหม” หนูตอบตกลงปนสงสัย เพราะหนูไม่มีรถ แต่ก็มีความคิดแว๊บว่า ครูอาจจะฝากรถไว้ที่เราก็ได้ ซึ่งก็จริง ๆ พอได้เวลาครูแวะมารับที่หน้าที่ทำงาน การขับรถคนใจหนูรู้สึกหวั่น แต่ก็เห็นความรู้สึกคุ้นเคย ความรู้สึกแทรกสลับกันเร็วมาก หนูมีเรื่องอยากจะเล่าให้ครูฟัง ในความเมตตาของครู ท่านฟังและให้คำแนะนำ พอส่งครูเสร็จ หนูระลึกขึ้นมาว่า เอ.........ปกติครูมีอะไรแนะนำนะ การที่รู้ไม่ทันความอยากของตนทำให้พลาดบางอย่างไปหรือไม่ พอมาเปิดอ่านใน G2K เจอบันทึกของครูทำให้ได้คำตอบว่า “ครูได้บอกแล้วในบันทึก” พอเลิกงาน มีพี่และน้องที่ทำงานติดรถกลับมาด้วย เพราะเขาบอกว่าโทรเรียก Taxi แล้วไม่มีคันว่าง แต่บังเอิญเจอหนูตอนกำลังหิ้วกระเป๋าออกมาพอดี แวะซื้อถังน้ำขัน และของใช้จำเป็นที่เซนโทซ่าแล้วก็กลับบ้าน

พอมาถึงบ้าน ที่หลังบ้านมีงูตัวหนึ่งนอนหงายท้องอยู่แล้วมีชิ้นส่วนของหางที่ห่างออกไป มีมดตัวเล็ก ๆ หลายตัวเดินอยู่ในซากนั้น ตอนแรกหนูรู้สึกตกใจ และได้ยินเสียงน้องชินจังวัยขวบกว่า ๆ ลูกชายของน้องเหมียวส่งเสียงเจี๊ยวแจ๊ว รู้สึกดีขึ้นจึงเดินไปเล่นกับหลาน น้องแนะให้เอาผ้ามาซักที่เครื่อง แต่ครานี้กลับมาที่บ้านจึงนำร่างไร้วิญญาณของงูไปฝังไว้ข้าง ๆ ต้นมะนาวหลังบ้าน ระลึกอุทิศบุญให้กับงูและสรรพสิ่งอย่างจองเวรแก่กันและกันเลย ทั้งหนู น้องเหมียว และเจ้าชินจัง ทานข้าวเย็นด้วยกัน ประมาณทุ่มหนึ่งเจ้าตัวเล็กก็เริ่มง่วง หนูจึงกลับมาตากผ้าอาบน้ำ พอรู้สึกเพลียจึงหลับไป

ครูค่ะ หนูยังอดทนไม่พอ ตั้งใจไม่พอที่จะเซ็ตกิจวัตรในตนเอง ทั้ง ๆ ที่เสียงภายในคอยดังเตือนตลอดเวลา กราบขอบพระคุณครูนะคะที่มอบความเมตตาให้หนูเสมอ

 

ศีล

ข้อ ๑ หนูพยายามเบียดเบียนผู้อื่นให้น้อยที่สุด การที่งูมาตายอยู่หลังบ้านทำให้รู้สึกว่า ชีวิตมันสั้น อย่างจองเวรกันและกันเลย

ข้อ ๒ หนูไม่ขโมยของใคร อะไรที่เป็นสิ่งที่มีเจ้าของต้องขออนุญาตก่อนจึงค่อยใช้

ข้อ ๓ ความรู้สึกในกามยังมีบ้างค่ะ แต่ไม่ได้ต้องการใคร รู้สึกว่าเป็นความยุ่งยากที่จะมีใคร

ข้อ ๔ หนูไม่โกหก หรือดุด่าใคร เพราะรู้สึกว่ายิ่งว่าคนอื่น เรายิ่งเศร้าหมอง ขุ่นเคือง แต่ความตั้งใจในตนเองยังทำได้ไม่ครบถ้วน พยายามถามตนเองว่า ออกแบบชีวิตตนเองซิ แต่ก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะทำได้ค่ะ

ข้อ ๕ หนูไม่ดื่มเหล้า ในขณะทำงานก็มีเผลอจมลงในการคิด การเขียนงานบ้างค่ะ แต่ก็รู้สึกตัวเร็วขึ้น หนูมีคำว่า ฉันคือ...........ไว้แนบใจแล้วสบายขึ้นค่ะครู