เมื่อเกิดมาแล้วแม้จะทุกข์อย่างสาหัส แต่ทำอย่างไรที่การดำรงอยู่ของชีวิตจะอยู่อย่างมีความสุขและมีค่า
จากบันทึก ตามไปดูผู้พิการ ๑
และ ตามไปดูผู้พิการ ๒
เมื่อทีมพวกเราต้องเดินเข้าไปในซอยแคบที่รถยนต์ผ่านเข้าไม่ได้ ลุงเสือต้องจอดรถรอที่ปากซอย โชคดีที่วันนี้อากาศดูครึ้มและเย็นสบายการออกแรงเดินทางระยะไกลๆ จึงทำให้ไม่มีเหงื่อ ทุกคนต่างเดินห่อไหล่ มือทั้งสองข้างกอดหน้าอก เมื่อลมพัดผ่านเข้ามาทำให้ฉันรู้สึกหนาวได้ทันที ฉันกระชับเสื้อแจ๊คเกตกันหนาวอีกครั้ง เพื่อสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายโดยอาศัยเสื้อเป็นตัวโอบกอดฉันไว้
เดินมาสักระยะ พบบ้านหลังเล็กๆแค่พออาศัยน่าจะขนาด 4x6 เมตร มีตู้เสื้อผ้ากั้นห้องเพื่อแบ่งเป็นห้องนอน ลักษณะคล้ายบ้านเช่า เพราะยังมีห้องขนาดเดียวกัน ลักษณะคล้ายกันที่อยู่ติดกัน ที่มีหลังคาเชื่อมต่อกันที่เป็นหลังคาเดียวกัน มะเดี่ยวร้องทักอย่างดีใจเมื่อเห็น "แววตา" เป็นอีกรายหนึ่งที่เราตามมาเยี่ยม

ฝนเริ่มลงเม็ดโปรยปรายมาแล้ว พวกเราต้องขออนุญาตเข้าไปในบ้านเพื่อหลบเม็ดฝนอันบางเบา ซึ่งอาจทำให้พวกเราป่วยไม่สบายได้ พวกเราไม่พบแม่ของแววตา สำหรับพ่อของแววตาไม่ต้องถามถึง พ่อของแววตาได้เลิกกับแม่ของแววตาไปตั้งแต่คลอดแววตาได้ไม่ถึงปี แววตาจึงถูกฝากเลี้ยงไว้กับยายบ้าง กับป้าผู้เป็นพี่สาวของแม่บ้าง เมื่อแม่ของแววตาต้องออกไปทำงานรับจ้าง วันนี้ก็เช่นกัน แววตาถูกฝากไว้กับป้า เมื่อเห็นแววตาครั้งแรกฉันสงสารเธอจับใจ แววตามีความพิการทางร่างกาย ขาไม่เท่ากันต้องเขย่งเท้าเดิน ตาของเธอก็เหล่ ฉันมองถาพไปไกลไปถึงเมื่อเธอไปโรงเรียนเธอจะถูกเพื่อนแกล้งหรือนำความพิการของเธอมาล้อเล่นหรือเปล่านะ ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอคงเสียใจไม่น้อยทีเดียว ซึ่งบางคนเก็บมาเป็นปมด้อยของตนเองเกือบตลอดชีวิตเลยทีเดียว...เฮ้อ! ฉันคงคิดมากไปเอง
“อ้าวหมอมา กำลังดูบิลค่าไฟฟ้าอยู่พอดี มีอะไรเหรอหมอ” เสียงของป้าแววตาทักทายพวกเรา
“มาเยี่ยมแววตากัน แม่มันอยู่มั้ยเนี่ย” มะเดี่ยวตอบและถามกลับไปอย่างคนคุ้นเคย เพราะฉันสังเกตจากการสนทนาของพวกเขา
“แม่มันไปทำงาน ถึงเอามาฝากฉันเลี้ยงไว้นี่ไง” ป้าของแววตาตอบพร้อมส่งยิ้ม และคล้ายกับจะมีคำถามต่ออีก
“เอ่อ...นี่พี่จากสถานสงเคราะห์บ้านเรานะ แล้วก็หมอจาก รพ.แก่งคอย จะเอาเงินมาช่วยเหลือแววตามัน แต่แม่มันไม่อยู่ เอาไงดีนะ จะฝากไว้ได้มั้ยล่ะ” มะเดี่ยวพูดอย่างลังเลและขอความคิดเห็น
“ฝากฉันไว้ก็ได้ เดี๋ยวแม่มันมาฉันจะบอกและเอาให้เอง” ป้าแววตาตอบพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าที่เธอมีให้พวกฉันตลอดการสนทนา
“ให้ถึงมือแม่มันจริงๆนะ เดี๋ยวฉันจะไปถามแม่มันอีกที ถ้าไม่ให้ฉันด่าเช็ดเลยนะ” มะเดี่ยวพูด คล้ายกับว่าจะต้องมาตรวจสอบอีกครั้ง ฉันสังเกตจากคำพูดที่เขาสนทนากันแสดงว่ามะเดี่ยวเข้าถึงชุมชนจริงๆ และมีความคุ้นเคยกันมากๆถึงจะพูดได้แบบนี้
หลังสนทนากันสักพักและมอบเงินช่วยเหลือแล้ว พวกเราก็ลาป้าและแววตากลับเพื่อไปเยี่ยมคนอื่นรายต่อไป ระหว่างนั่งในรถฉันอดคิดในใจไม่ได้ว่า เงินที่มอบให้จะถึงมือแม่ของแววตามั้ยนะ ป้าของแววตาจะเอาเงินไปบริหารใช้ก่อนหรือเปล่าเพราะสังเกตเห็นว่าบ่นเรื่องค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย...ไม่น่า เราไม่ควรคิดไม่ดีแบบนี้ ฉันได้แต่บอกตัวเอง เพราะถึงอย่างไรเงินก็คงถึงมือแม่แววตา และคงได้ช่วยเหลือแววตา ตามเจตนารมณ์ของเจ้าของเงินบ้างไม่มากก็น้อยถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน ยามที่ทุกคนเดือดร้อนก็พอได้ช่วยๆกันไปก่อน ขอให้แววตาเป็นเด็กดีและมีความสุขนะ...ลาก่อนแววตา
ฉันนั่งคิดเพลินจนเมื่อรถจอดสนิทบนทางเนิน ที่ทุกคนบอกว่าอย่าเอารถลงไปเลยทางมันชันทุกคนกลัวในขณะที่ฉันบอกว่าทางแค่นี้ไปได้สบายเพราะฉันขับรถขึ้นลงบนดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพ หรือแม้เต่ทางไปแม่ฮ่องสอน 1,864 โค้ง มันลาดชันกว่านี้ตั้งมากมาย แต่วันนี้ฉันไม่ใช่คนขับรถ เมื่อทุกคนต้องการอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร ลุงเสือเลือกที่จอดรถหลังส่งพวกเราที่ปากทาง เพื่อไปเยี่ยม “แมน” เป็นรายต่อไป
หลังเดินลงจากเนินได้สักระยะ เหมือนเดินเข้าไปในหุบเขา บริเวณนั้นมีบ้านคนอยู่หลายหลังที่ฉันสังเกตเห็นไม่น่าจะต่ำกว่าสิบห้าหลังคาเรือน ทุกหลังคาอยู่ติดชายเขา ถ้าเราขับรถอยู่บนถนนมิตรภาพหากมองลงไปจะไม่เห็นหมู่บ้านกลุ่มนี้เลย จะเห็นเพียงกลุ่มของต้นไม้อยู่เท่านั้น ทุกบ้านไม่มีรั้วกั้น ฉันคิดว่าบ้านทุกหลังที่อยู่ตรงนี้คงไม่มีโฉนด คงเป็นการอาศัยที่สาธารณะอยู่ สังเกตจากบ้านเรือนแม้จะปลูกได้อย่างคงทนถาวร และลักษณะของทุกบ้านไม่ใช้วัสดุที่สิ้นเปลืองมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นไม้ไม่มากมีอิฐบล็อกที่ฉาบทาไม่เรียบ ถ้าเทียบกับตึกรามบ้านช่องอย่างภายนอกอาจจะไม่คงทนนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันเห็นและชอบหมู่บ้านนี้คือ ความร่มรื่น สะอาด พื้นโล่งที่เป็นพื้นที่ร่วมเป็นลานดินสะอาดมากมองเห็นเพียงใบไม้ดอกไม้ที่เพิ่งล่วงหล่นมาใหม่ๆตามพื้นดินเท่านั้น เราได้รับการต้อนรับจากเจ้าสี่ขากลุ่มหนึ่งเสียก่อนซึ่งเห่าเสียงดังมาก แถมมีคุณยายท่านหนึ่งบอกว่าตัวอื่นไม่เท่าไร แต่ตัวสีขาวนั่นต้องคอยดู มันเอาเรื่องเหมือนกัน พวกเราจึงต้องรีบเดินเข้าบ้านของ “แมน” ทันที
ตัวบ้านเป็นบ้านชั้นเดียวปลูกติดกับพื้น เมื่อเข้าไปในตัวบ้าน บริเวณที่นั่งเล่นของบ้านแคบทันทีพวกเราบางคนนั่งไม่ได้ต้องอาศัยการยืนเท่านั้นเพื่อให้มีพื้นที่อยู่ได้ครบทุกคน ภายในบ้านมีการกั้นสัดส่วนชัดเจนไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องครัว และก็ที่เฉพาะของ “แมน” แมนนอนยิ้มและพยายามส่งสายตามายังพวกเราเมื่อเสียงคุณยายหน้าบ้านบอกว่ามีหมอมาเยี่ยม พวกเราทักทายแมนและแม่ของแมน

แมน ชายร่างพิการแต่กำเนิด เดินไม่ได้เลยต้องนอนอยู่กับที่นอนตลอด อาศัยอยู่กับแม่ พ่อออกไปทำงานรับจ้างนอกบ้าน ภาพที่เราเห็นแมนตัวขาวซีด เพราะคิดว่าคงไม่เคยได้ออกไปไหนเลย แต่ทุกครั้งที่เราพูดคุยแมนจะส่งยิ้มและเสียง เอ้อ อ้า พร้อมกับส่งยิ้มให้พวกเราอยู่ตลอดเวลา แมนไม่เพียงแต่พิการทางร่างกายเท่านั้น เขายังพิการทางสมองอีก แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันประทับใจและซาบซึ้งมากคือ ความรักของแม่และการดูแลอย่างดีของแม่ แม่ของแมนไม่มีลูกอีกเพราะกลัวว่าลูกที่เกิดมาจะพิการแบบแมนอีกอาจสร้างภาระและห่วงกังวลให้กับเธอ เธอจึงเลือกที่จะมีลูกเพียงคนเดียวเท่านั้น แม่ของแมนอยู่กับแมนตลอดเวลากว่า 18 ปี ดูแลแมนอย่างดีแม้แมนจะนอนพับอยู่กับที่นอนเท่านั้น แมนไม่เคยมีแผลกดทับ ร่างกายสะอาดมาก เล็บมือเล็บเท้าสั้นได้รับการดูแลอย่างดี ลองนึกภาพดูว่าเวลาแมนอุจาระ ปัสสาวะ อาบน้ำชำระร่างกาย กินข้ากินน้ำ แม่และแมนจะต้องทำอย่างไร แต่กระนั้นยังถือเป็นความโชคดีของแม่ ที่แมนไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไรมากนัก มีบางครั้งที่เป็นไข้ หรือนานทีปีหนที่จะต้องไปพบหมอที่โรงพยาบาล
จากการไปเยี่ยมแมนครั้งนี้ แม่ของแมนได้สอนฉันหลายอย่าง อย่างที่สำคัญคือ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกที่จะมีความสุขได้ เมื่อเกิดมาแล้วแม้จะทุกข์อย่างสาหัส แต่ทำอย่างไรที่การดำรงอยู่ของชีวิตจะอยู่อย่างมีความสุขและมีค่า แมนถือว่าเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับครอบครัว เป็นศูนย์รวมใจของพ่อและแม่ที่ร่วมกันตั้งใจที่จะทำให้วันนี้ของแมนอยู่อย่างมีค่า อยู่ได้ด้วยความรักความเมตตาจากพ่อและแม่
ตลอดการสนทนา แมนจะส่งยิ้มให้พวกเราพยายามหันหน้าไปทางนั้นที ทางโน้นทีตามเสียงเรียกคุย พวกเรากล่าวลาแมนและแม่แล้วบอกว่าจะมาเยี่ยมใหม่...สำหรับฉันยังไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาเยี่ยมแมนอีกหรือไม่ เพราะการมาครั้งนี้เป็นการเยี่ยมครั้งแรกของฉัน ส่วนน้องกุลคงได้มาบ่อย เพราะเป็นพื้นที่ที่รับผิดชอบของน้องกุล...ทางเดินกลับต้องเดินขึ้นเนิน มันเหมือนกับฉันแบกความหนักของแม่และครอบครัวของแมนกลับมาด้วย...กว่า 18 ปี ที่แมนและครอบครัวอยู่กันมาได้อย่างมีความสุข และพวกเขาต้องมีความสุขกันต่อไปสิ ก่อนขึ้นรถฉันขอปลดแอกความหนักไว้ตรงนี้นะ...แมน...ขอให้แมนและครอบครัวมีความสุขมากๆนะจ๊ะ หากมีโอกาสฉันคงได้มาเยี่ยมแมนอีก
ขอบคุณสำหรับกำลังใจของคุณครูกระแต
มาตายี ค่ะ
คุณครูนอนดึกเหมือนกันเลยนะคะ
สวัสดีครับน้องน้ำชา ตามมาเยี่ยมผู้การ แก่งคอยครับ
ประเด็นนี้ที่สนใจครับ
การเข้าสิทธิ์ทางด้านสุขภาพของผู้พิการทุกประเภทครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ ท่านวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
น่าสนใจค่ะ การเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้พิการ ตอนนี้ที่ รพ. ก็ทำงานเชิงรุก แบ่งให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเวชปฏิบัติฯและงานกายภาพ ช่วยกันรับผิดชอบผู้พิการแต่ละตำบล ออกติดตามเยี่ยม การขึ้นทะเบียนผู้พิการเราก็ออกไปทำในชุมชน
กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่น่าสงสาร เพราะเรื่องของความพิการทั้งทางร่างกาย ทางสมอง สองอย่างนี้ก็เป็นอุปสรรคในการเข้าถึงบริการทุกเรื่องอยู่แล้ว มีประเด็นแลกเปลี่ยนกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณครูคิม
หากโลกนี้มีรักอันบริสุทธิ์ มีเมตตาต่อกันทุกผู้ทุกนาม โลกนี้สวยงามเสมอ
ความสุขหาได้ที่ใจเราเอง
ขอบคุณค่ะ
อนุโมทนายุญในน้ำใจที่ดีงามนี้คะ..สังคมอยู่ได้เพราะการแบ่งปันน้ำใจ..
มาชวนไปส่งกำลังใจให้ครูดีเพื่อศิษย์ค่ะ...
http://gotoknow.org/blog/nongnarts/355172
สวัสดีค่ะ พี่ใหญ่ นงนาท สนธิสุวรรณ
สังคมอยู่ได้เพราะเรามีน้ำใจต่อกัน
ขอให้พี่ใหญ่มีความสุขนะคะ
สวัสดีค่ะ
ขอบพระคุณค่ะ คุณครูดาวเรือง
สวัสดีค่ะ น้องนก
"การเมือง ต้องแก้ด้วยการเมือง" อุ๊ย! ลืมตัวไปค่ะ แบบว่าเลียนแบบรัฐบาลที่กำลังเป็นคำนิยมอยู่ขณะนี้
อย่าเครียดไปเลยนะคะ ทุกอย่างย่อมมีทางออกเสมอ แต่จะใช้เวลาหรือสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นตัวเร่งหรือตัวรั้ง การเปลี่ยนแปลงถ้าเร็วไปนักอาจทำใจยอมรับไม่ได้ หากช้าไปความเสียหายอาจจะเกิดขึ้นได้มาก ต้องช่วยกันดู สอดส่อง และประคับประคองให้ก้าวเดินต่อไปให้ได้...พูดซะยาวอย่างกับนักการเมืองเลย อิอิ
จะสุขหรือทุกข์ จะเครียดหรือผ่อนคลาย อยู่ที่ใจของเราค่ะน้องนก
มีความสุขทุกวันกับหน้าที่การงาน และครอบครัวนะคะ
ไม่มีชีวิตใดไร้ความหมาย..
และไม่มีชีวิตใดปราศจากการต่อสู้
สำคัญอยู่ที่ว่า...
สังคม ให้กำลังใจกันแค่ไหน
...
ชื่นชมและให้กำลังใจ นะครับ
ความรัก ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทร ช่วยให้สังคมนี้น่าอยู่
กำลังใจไม่ได้มาด้วยการซื้อ หากแต่ยิ่งให้ยิ่งได้
ขอบคุณกำลังใจจากอาจารย์ค่ะ