พวกเรายุคนั้น ห่างไกลข้อมูล แต่เราก็รับรู้เรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านจักวรรคนิยม ชมชอบคนกับควายและเปิบข้าว เหมือนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยในกรุง (ราม ธรรมศาสตร์ จุฬา มหิดล เกษตรฯ)

     

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาผู้เขียน  ใด้รับเชิญจาก สพม.สถาบันสภาพัฒนาการเมือง) ในฐานะตัวแทนประธานสภาองค์กรชุมชนเทศบาลตำบลปากพะยูน ให้เข้าร่วมประชุม พูดคุยเรื่องประชาธิปไตยและการเมืองภาคพลเมืองที่ โรงแรมลำปำรีสอร์ท พัทลุง

    วิทยากรได้คุยให้ฟังถึงการเมืองแบบมีส่วนร่วม ประชาธิปไตยแบบเสียงข้างมาก

     ทำให้ผู้เขียน หวนรำลึกนึกถึงการรับรู้เรื่องประชาธิปในสมัยที่ผู้เขียนเป็นนักศึกษา(นักศึกษาผู้ใหญ่ โรงเรียนศึกษาผู้ใหญ่ ปากพะยูน)   พวกเรายุคนั้น ห่างไกลข้อมูล  แต่เราก็รับรู้เรียกร้องประชาธิปไตย และต่อต้านจักวรรคนิยม ชมชอบคนกับควายและเปิบข้าว   เหมือนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยในกรุง (ราม ธรรมศาสตร์ จุฬา มหิดล เกษตรฯ)

    ทั้งที่เราไม่รู้และยังไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยที่พวกนักศึกษาเรียกร้องแท้จริงแล้วคืออะไร สมัยนั้นตามที่สาธารณะจะมีข้อความเรียกร้องประชาธิปไตยเต็มไปหมด ...

     เพื่อนนักศึกษาผู้ใหญ่ได้ไปทำธุระที่จังหวัด ปวดท้องฉี่รีบรี่ไปยิงกระต่ายริมกำแพง พอเสร็จภาระกิจก็เงยหน้ามองกำแพง พบตัวหนังสือสีแดงเขียนว่า..."ประชาธิปไตยอยู่ในกำมือของท่านแล้ว"ไอ้หย๊ะเราเรียกหามานานประชาธิปไตยมาโยตุ้งนี้*เอง.......มันว่า

     ประชาธิปไตยในครัวเรือน  ตอนที่ผู้เขียนไปเป็นนักศึกษา ป.โทโดยไม่คาดฝันตั้งใจมาก่อน ก็หยิบยกเรื่องการเรียนป.โทมาเข้าเวทีประชุมสภาครัวเรือน โดยมีผู้เขียนนั่งเป็นประธาน ภรรยา หนึ่งลูกสี่คนเป็นสมาชิกเป็นวาระพิเศษเรื่องการพิรจารณาเร่งด่วนในเรื่องการที่ประธานจะไปเรียนโท มีการอภิปรายให้ความเห็นกันทั้งสองฝ่าย  ฝ่ายสนับสนุนให้เรียน ก็ให้เหตุผลสนับสนุนว่าถ้าใฝ่รู้อยากเรียนในระบบและไม่เดือดร้อนอะไรก็ยกมือสนับสนุน เป็นเสียงจากสมาชิกที่ทำงานอยู่ต่างจังหวัดสามเสียง

    อีกหนึ่งเสียงที่คัดค้านเป็นพยาบาลให้เหตุผลด้วยเป็นห่วงสุขภาพ  และอีกหนึ่งเสียงที่คัดค้านคือผบทบ.(ผู้บัญชาการที่บ้าน)เหตุผลสำคัญที่คัดค้านคือเกรงว่าไปเรียนแล้วจะได้ปริญญาบุตร เขายกหลักฐานเชิงประจักที่เห็นผู้บริหารการศึกษาข้างบ้านเป็นตัวอย่าง ......

     ผลสรุปของการประชุมสภาครัวเรือนมติไม่เอกฉันท์ด้วยคะแนน 3 ต่อ2 งดออกเสียง1

       เป็นที่ตกลงว่าผู้เขียนไปเรียนป.โทด้วยทุน มอ*.ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลาด้วยมติเสียงข้างมากแบบประชาธิปไตยของสภาครัวเรือน 

 

 

*ไอ้หย๊ะเราเรียกหามานานประชาธิปไตยมาโยตุ้งนี้เอง  =ประชาธิปไตยอยู่ตรงนี้ 

*ทุน มอ. =ทุนเมียเอง