26 เม.ย.53 เรื่อง "มุมมองความหลากหลายกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต", 3 พ.ค.53 เรื่อง “การรักษาความปลอดภัยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ”, 10 พ.ค.53 เรื่อง "รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์", 17 พ.ค.53 งด, 24 พ.ค.53 เทปซ้ำวันที่ 10 พ.ค.53, 31 พ.ค.53 เรื่อง "การทำนาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ด้วยวิถีเกษตรธรรมชาติ", 7 มิ.ย.53 เรื่อง "การนิเทศการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา"
รายการสายใย กศน. วันที่ 7 มิถุนายน 2553
เรื่อง “การนิเทศการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา”
วราภรณ์ บุญพรวงศ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- สุวรรณา ล่องประเสริฐ ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
- ทองพิน ขันอาสา ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
สถานศึกษาหลายแห่งรวมทั้งสถานศึกษานำร่องบางแห่ง ยังไม่ได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์จึงควรเข้าไปนิเทศแนะนำให้สถานศึกษาสามารถทำหลักสูตรสถานศึกษาได้ ศึกษานิเทศก์บางท่านก็ไปเป็นวิทยากร บางท่านก็ลงไปพาทำ แต่จำนวนศึกษานิเทศก์มีน้อย ขณะนี้ทั่วประเทศมี 13 ท่าน ( ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคละ 2 คน ) งานนิเทศภายในของจังหวัดจึงต้องไปนิเทศด้วย
ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของหลักสูตร เป็นคนละอย่างกับ ปรัชญา วิสัยทัศน์ พันธกิจ ของสถานศึกษา
( หลักสูตรท้องถิ่นเป็นหลักสูตรเล็ก ๆ ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในชุมชน จัดโดยหลายหน่วยงานรวมทั้งการศึกษาต่อเนื่องของ กศน. นำมาเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรสถานศึกษา )
หลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรที่ส่วนกลางกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ เวลาประเมินคุณภาพภายนอกต้องใช้หลักสูตรสถานศึกษาเป็นตัวตั้ง เพราะต้องจัดการศึกษาไปตามหลักสูตร สู่เป้าหมายที่ให้เป็นคนดีคนเก่งคนมีสุข เน้นผู้เรียนเป็นหลัก และให้ความสำคัญกับข้อมูลของชุมชน
เริ่มจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาโดยทบทวน บริบท - กำหนด ปรัชญา - วิสัยทัศน์ - พันธกิจ ( ภารกิจ ) - เป้าหมาย/หลักการ/จุดมุ่งหมาย - กลุ่มเป้าหมาย - กรอบโครงสร้าง - สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ - แผนการลงทะเบียนเรียนแต่ละภาคเรียน - วิธีการจัดการเรียนรู้ - การจัดกระบวนการเรียนรู้ - สื่อการเรียนรู้ - การเทียบโอน - การวัดและประเมินผล - การจบหลักสูตร
ผู้นิเทศระดับต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับหลักสูตรสถานศึกษา
สถานศึกษาต้องพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต่อเนื่อง ให้สอดคล้องและเทียบโอนเข้าสู่หลักสูตรสถานศึกษาได้ ตัวอย่างหลักสูตรสถานศึกษาที่ค่อนข้างสมบูรณ์คือของ กศน.อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นอกจากนี้ยังมีคู่มือต่าง ๆ
รายการสายใย กศน. วันที่ 31 พฤษภาคม 2553
เรื่อง “การทำนาข้าวหอมมะลิอินทรีย์ด้วยวิถีเกษตรธรรมชาติ”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายปราโมทย์ กลีบทอง ผู้อำนวยการ ศฝช.สุรินทร์
- มะลิ เสาะหายิ่ง ครูอาสาสมัคร.ศฝช.สุรินทร์
- มธุรส ไม้จันดี ครูอาสาสมัคร.ศฝช.สุรินทร์
สมัยก่อนใช้วิธีเกษตรธรรมชาติ แต่ปัจจุบันใช้เทคโนโลยีที่มีสารเคมีมาก เพื่อให้ได้ผลผลิตเร็วขึ้นมากขึ้น แต่มีพิษภัยต่อร่างกายมาก จึงหันกลับไปหาวิธีเกษตรธรรมชาติ ซึ่งเป็นโยบายของเลขาฯ กศน.ด้วย โดยให้มีศูนย์สาธิตทดลององค์ความรู้อยู่ใน ศฝช.
สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ รวม 111 หมู่บ้าน ที่ ศฝช.สุรินทร์รับผิดชอบ ประชาชนมีอาชีพทำนาเป็นหลัก ใช้สารเคมีมาก การเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา ต้องทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าวิถีเกษตรธรรมชาติมีข้อดีมากกว่า โดยใช้ครู 1 คน ต่อ 1-2 ครอบครัว เลือกเฉพาะชุมชนที่มีปัญหา ศฝช.สุรินทร์ ( มีครู 43 คน ) ดำเนินการ 2 ส่วน คือ
1. ศูนย์สาธิตทดลอง โดยนำประชาชนมาเรียนรู้ใน ศฝช.
2. นำองค์ความรู้ที่ได้ ไปสู่ชุมชน สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้ชุมชนเห็นประโยชน์
หลักเกษตรธรรมชาติ ( ศฝช.สุรินทร์ ใช้หลักการนี้กับการทำไร่ทำนาปลูกผักสวนครัว )
1. ปรับปรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ โดย
- ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่ชุมชนผลิตเอง เพื่อสามารถควบคุมไม่ให้ปนสารเคมีได้
- ปลูกพืชคลุมดิน เพื่อไม่ให้เสื่อมความอุดมสมบูรณ์
2. ปลูกพืชหมุนเวียน หลายชนิด เช่น ถั่ว ข้าวโพด ข้าว หมุนเวียนเพื่อต้านทานโรคและแมลง
3. อนุรักษ์แมลง ( สารเคมีจะทำลายแมลงทุกชนิด ) เพื่อให้กินแมลงที่เป็นศัตรูพืช และเกื้อกูลให้ดินอุดมสมบูรณ์
การนำหลักเกษตรธรรมชาติไปใช้ในการทำนาข้าว
1. การเตรียมดินและการเตรียมแปลงเพาะกล้า
เลือกแปลงเพาะกล้าที่ไม่ลาดเอียง ไถกลบตอซัง หว่านปุ๋ยพืชสด ( ต้นปอเทือง ) เมื่อออกดอกก็ไถกลบ
2. เตรียมเมล็ดพันธุ์ โดยคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ตรงตามสายพันธุ์ ต้านทานโรคและแมลง เหมาะสมกับพื้นที่ ( หอมมะลิอินทรีย์ 105 )
3. หว่านปุ๋ยหมักอินทรีย์รองพื้น 100 กก./ไร่ ฉีดพ่นน้ำหมักชีวภาพ ปล่อยน้ำเข้านา ไถแปร ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ ให้วัชพืชย่อยสลาย ระบายน้ำออก แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์
4. การตกกล้า นำเมล็ดพันธุ์ 8-10 กก./ไร่ ไปแช่น้ำแยกเมล็ดลีบออก พักในร่ม 1 คืน ให้งอกเป็นตุ่ม นำไปหว่าน 1 สัปดาห์จึงปล่อยน้ำเข้า
5. เมื่อต้นกล้าอายุ 25-30 วัน หว่านปุ๋ยหมัก ให้รากพองตัวถอนง่าย 1 สัปดาห์ใช้มือถอน ใช้ตอกมัด ตัดใบเพื่อลดการคายน้ำ แช่น้ำ 1-2 วัน ให้รากแข็งแรง
6. การปักดำ หว่านปุ๋ยหมัก 100 กก./ไร่ ฉีดน้ำหมักชีวภาพ ทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ ไถคราด ( พรวน ) ปักดำต้นกล้ากอละ 3-5 ต้น ระยะห่างระหว่างกอ 25 X 30 ซม. ปล่อยน้ำออกหมดเพื่อไล่หอยปู 1-2 สัปดาห์ปล่อยน้ำเข้ามาสูง 10-15 % ของต้นกล้า ถ้าน้ำท่วมข้าวจะไม่แตกกอ เมื่อต้นข้าวอายุ 30 วัน หว่านปุ๋ยหมัก อายุ 45 วัน ฉีดพ่นน้ำหมัก อายุ 120 วัน เก็บเกี่ยว ( ข้าวเป็นสีเหลือง 80 % ของแปลง ) ลงแขกเกี่ยวข้าวด้วยมือ อนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม นวดข้าวโดยใช้แรงงานคนใช้ไม้ตี
ที่ใน ศฝช.สุรินทร์ ใช้เครื่องจักรกลเฉพาะตอนไถนา ทำอยู่ 15 ไร่ ปีที่ 2 ดินดีขึ้น ได้ข้าว 5 ตันกว่า ใกล้เคียงกับนาที่ใช้สารเคมี ซึ่งถือว่าคุ้มเมื่อเทียบกับการลงทุนเพราะลงทุนไม่มาก หิ่งห้อยปูปลาในนากลับมา ระบบนิเวศกลับคืนมา คุณภาพชีวิตดีกว่า ( ถ้าประชาชนเจ็บป่วยเพราะสารเคมีจึงจะเปลี่ยนแปลงมาใช้เกษตรอินทรีย์เพราะการใช้สารเคมีสะดวกสบายกว่า )
ที่ประเทศญี่ปุ่นก็หันมาเน้นวิถีธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพ
รายการสายใย กศน. วันที่ 24 พฤษภาคม 2553
เทป ซ้ำวันที่ 10 พ.ค.53 เรื่อง “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”
ได้เข้าไปอ่านทุกบล็อกที่อาจารย์
แนะนำแล้ว รู้สึกว่าอาจารย์คลุกคลีอยู่กับ กศน. ไม่น้อยเลยนะครับ
สำหรับ e-learning ตอนนี้ผมก็กำลังเรียน e-learning กับสถาบัน กศน.ภาคกลาง อยู่เรื่องนึงครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับที่สรุปรายการสายใย กศน. ให้ได้อ่าน