เพื่อน
ในการมีชีวิตร่วมกันของคนในสังคมหนึ่งๆ บางคนอาจยืนอยู่ ณ จุดที่ได้รับแสงสว่างเต็มๆ ดูเรืองรองผ่องแผ้ว จนผู้ใดได้พบเห็น ก็พากันชื่นชมยินดี สรรเสริญเจริญคุณ
แต่ในสังคมเดียวกัน ยังมีบางคน ที่เหมือนยืนอยู่ในมุมมืด แม้จะใช้พื้นที่เดียวกันก็ตาม ไร้คนเหลียวแล เอาใจใส่ และเอื้ออาทรน่าเศร้าใจ...
ผู้เขียนมีเพื่อนต่างแดน ที่ทำงานอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่ง ด้วยความตั้งใจ และเต็มความสามารถ กับระยะเวลาที่ผ่านมานานนับ ๑๐ ปี โดยมิได้มีใจคิดจะย้ายไปไหน ด้วยภาระครอบครัวใหญ่ของตนเอง และความนึกรักในงานที่อยู่ และเฝ้ารอรายได้ที่อาจจะได้เพิ่มเติมขึ้นมาบ้าง จากนายจ้าง ที่มีชื่อความหมายในทางบุญและเมตตา เขาหวังเพียงรายได้ที่ควรจะได้รับ น่าจะใกล้เคียงกับค่าจ้างรัฐบาลบ้าง แต่แปลก มันน้อยกว่าถึง ๓-๔ เท่าตัว ความสุขค่อยๆเลือนหาย ภาระเริ่มหนักอึ้ง ถึงกับต้องใช้คำว่า ดิ้นรน
จากผลงานของเขาส่วนหนึ่ง ที่ทำให้สถานที่แห่งนั้น มีผู้บริจาคด้วยศรัทธามหาศาล น่าเสียดาย........
หรือชีวิตของเขา อาจจะถึงจุดเปลี่ยนในอีกไม่นานนี้ก็ได้ เพราะขีดความอดทนของคน คงคาดเดาไม่ได้ และผู้เขียนก็จะให้กำลังใจเท่าที่จะทำได้ และแม้กับทางเลือกใหม่ ผู้เขียนก็จะยินดีกับเขาเสมอ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน
เขียนบันทึกนี้ เพราะได้ไปมีส่วนรู้เห็น และคงจะรู้สึกผิด ถ้าคิดแต่เพียงว่า สุดแท้แต่เวรแต่กรรม
ผู้เขียนคิดว่าการสงเคราะห์คน ด้วยทรัพย์นอกกายนั้น ทำง่ายที่สุด แต่การสงเตราะห์ด้วยความเมตตา เห็นใจ และเข้าใจกัน ทำง่ายยิ่งกว่า แต่ บางครั้งก็ยากเกินไปสำหรับบางคน......
ยินดีจะเล่ารายละเอียดโดยการติดต่อส่วนตัวทาง e mail เพื่อชีวิตศึกษา เพื่อจะได้เห็นคนที่อยู่ในมุมมืดในโอกาสต่อไป และหรือเพื่อส่งกำลังใจให้แก่เพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ที่กำลังรู้สึกโดดเดี่ยว ไม่แน่ว่า ในขณะที่เรายังอยู่ในโลกเดียวกัน ที่ยังหมุนวนไม่รู้จักจบ ขณะนี้ ท่าน หรือญาติของท่านอาจเคยได้รับ การดูแลจากเขามาแล้วก็ได้ค่ะ เพราะแต่ละปี เขาได้ช่วยชีวิตของนักเดินทาง ที่อยู่ในภาวะวิกฤตมามากมาย.

สวัสดีครับคุณ ตันติราพันธ์
"และคงจะรู้สึกผิด ถ้าคิดแต่เพียงว่า สุดแท้แต่เวรแต่กรรม "เราจะมอบภาระหน้าที่ดูแลช่วยเหลือ คนที่สมควรได้รับการช่วยเหลือทางสังคม
ให้เป็นเรื่องของเวรกรรมไม่ได้
เพราะเท่ากับเราละเลยหน้าที่ของความเป็นมนุษย์
สวัสดีค่ะคุณวอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
ใช่แล้วค่ะ
ถ้าเราละเลไปก็เหมือนละเลยหน้าที่ของความเป็นมนุษย์
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง
และมีผู้รับรู้ แต่ไม่เข้าใจ หรทอสนใจกัน
ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามเวรตามกรรม
เลยมีความคิดจะได้แบ่งปันเรื่องราวให้ได้ทราบกัน
แต่ต้องขออภัยที่กล่าวโดยละเอียดในที่นี้ไม่ได้
เพราะไม่สะดวก และอาจมีผลกระทบไปหลายๆบุคคล
ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ
แต่แม้จะเป็นการเล่าทาง เมล์ ก็จะเล่าเฉพาะส่วนที่สำคัญเท่านั้นค่ะ
ด้วยความเมตตาอย่างแท้จริง
ขอบคุณค่ะ
แวะมาเยี่ยมครับ...
สวัสดีค่ะคุณPhornphon
การเยี่ยมเยียนกันเป็นความรู้สึกซึ้งถึงคำว่าเพื่อนเลยนะคะ
เขียนเรื่องเล่าถึงเพื่อนที่กำลังลำบากค่ะ
ขอบคุณมากที่แวะมาค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ในสังคมก็คงมีคนในมุมมืดและในมุมสว่าง
ฃ เพียงแต่ว่าคนที่อยู่ในมุมมืด จะมีใครช่วยเอื้ออาทรเขาหรือไม่
ถ้าคนเราช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เข้าใจกัน สังคมก็คงเป็นสุข
ขอให้กำลังใจเพื่อนคนนั้นด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณ น้องซิลเวีย
เพราะเป็นความจริง
ที่ทุกสังคมจะได้หันกลับมามองกันบ้าง
อย่าปล่อยให้คนมุมมืดโดดเดี่ยว ไร้กำลังใจ
และหายไปกับความมืด
ซึ่งการอยู่หรือการหายไปในความมืด
เป็นสิ่งที่ใครก็มองไม่เห็น
นอกจากผู้ใกล้ชิด ที่ยืนอยู่ในมุมสว่างนั่นแหละค่ะ
สวัสดีค่ะคุณนาง...มณีวรรณ ตั้งขจรศักดิ์
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
สำหรับกำลังใจที่ให้แก่เพื่อน
ได้มีผู้มองเห็นคนในมุมมืดไปหลายคนแล้วเหมือนกันค่ะ
ขอให้เพื่อนโชคดีเช่นกันค่ะ