งานใหม่ที่หน่วย palliative care

หน่วย Palliative care โรงพยาบาลศรีนครินทร์

นับตั้งเเต่วันที่  2 เดือนมีนาคม 2553 ที่ฉันเองได้รับโอกาสในการย้ายหน่วยงานมาประจำอยู่ที่หน่วยการดูแลผู้ป่วยเเบบประคับประคอง ( Palliative Care Unit) วิถีชีวิตของฉันเริ่มเปลี่ยนไป เเละโดยส่วนใหญ่เปลี่ยนไปในทางที่ดี สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่ามันดีเเน่นอนนั่นก็คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการที่ไม่ได้ทำงานเข้าเวร ทำงานตื่นเเต่เช้า กลับบ้านปกติเวลา ช่วงเย็นมีเวลาไปทำภารกิจส่วนตัว มีเวลาได้อยู่ดูแลลูกชายน้องเเคนโดยที่ไม่มีความกังวลว่าวันนี้เวรดึกนะ ต้องรีบนอน วันนี้เวรบ่าย ว๊า ! เย็นนี้ก็ไปไหนไม่ได้สิ นี่คือสิ่งเเรกที่คิดว่าเป็นความปรารถนาของฉันเเละครอบครัว 14 ปีที่ผ่านมากับงานวิชาชีพพยาบาลที่ต้องขึ้นเวรยาม ยอมรับว่าเหนื่อย เเต่ไม่น่าเชื่อว่าได้สร้างคุณค่าเเละความหมายให้กับตัวเองเเละวิชาชีพไม่น้อย การดูแลคนไข้เด็กเป็นงานที่เฉพาะเจาะจง คนที่อยู่ตรงนี้บอกได้เลยว่าต้องรักเด็กจึงจะทำได้

           ในวันเเรกที่ย่างก้าวเข้าสู่ถนนสีขาวฉันบอกกับตัวเองว่าขอดูแลคนไข้เด็กเเละในที่สุดฉันก็สมความปรารถนาเผลอเเป๊ปเดียวเวลาก็ผ่านไป 14 ปีเเล้ว   กับงานใหม่ ทุกอย่างเริ่มต้นใหม่ โชคดีนิดนึงว่าฉันเองมีประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้ายร่วมกับทีมมะเร็งทำให้ฉันรู้สึกว่าเราพอจะมีทุนอยู่บ้าง ในอนาคตมีหลายต่อหลายสิ่งที่จะต้องทำกับงานใหม่นี้ก็ o.k. นะ สำหรับเพื่อนร่วมงานใหม่ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพยาบาล 21 ส่วนหัวหน้าหน่วยก็คิดว่าท่าน o.k. มากๆ

 

ห้องทำงานใหม่ของฉันอยู่ชั้นที่ 17

มองลงไปจากชั้น 17 เห็นวิวเมืองขอนเเก่นสวยงามมาก

 

โต๊ะทำงานกับโน๊ตบุ๊คตัวโปรด

ในช่วงเดือนที่เเล้วก็คร่ำเคร่งอยู่กับงานเอกสารโดยสิ่งที่ได้ทำร่วมกับทีมก็คือการเเปลเอกสารเเบบประเมินต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่จะได้ใช้ในการลงพื้นที่ การพูดคุยกันถึงการจัดตั้งคณะกรรมการในระดับโรงพยาบาล การพัฒนาเครือข่าย การจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์การเเพทย์ที่จะนำมาช่วยผู้ป่วยระยะสุดท้าย การพัฒนาบุคลากรในหน่วยงาน ซึ่งในเดือนกรกฎาคม ฉันเเละเพื่อนก็จะเดินทางไปที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อเรียนรู้รูปเเบบเเละระบบการทำงานที่ถือว่าน่าจะนำมาประยุกต์ในบริบทของคนไทยอิสานได้ งานใหม่ต้องหัวใจเกินร้อยค่ะ เพราะเราเหมือนเป็นรุ่นบุกเบิกด้วย