บันทึกการเมืองไทย : (45) สัจจะย่อมชนะเสมอ

บทเรียนราคาแพงสำหรับสังคมไทย

บันทึกการเมืองไทย  : (45) สัจจะย่อมชนะเสมอ

         บรรยากาศการเมืองไทย ณ วันที่ 23 มิย. 49 เริ่มเห็นรุ่งอรุณ หลังจากมืดมิดมา 5 ปี   เป็นการพิสูจน์ว่าธรรมะย่อมชนะอธรรม    แม้บางครั้งต้องใช้เวลานานและต้องผ่านการต่อสู้ยืดเยื้อ
 
        การที่แนวร่วมของขบวนการอธรรมค่อยๆ ปลีกตัวออกมาทีละคนสองคนเป็นสัญญาณว่าอธรรมจะตั้งอยู่ต่อไปได้ยาก  

        มองในแง่ดี นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับสังคมไทย และสำหรับทุกคน รวมทั้งผู้ก่อกรรมด้วย    เป็นบทเรียนว่า คนเราสามรถโกหกให้คนอื่นเชื่อได้    แต่ไม่ทุกคน ไม่ทุกเรื่อง และไม่ทุกเวลา     เป็นบทเรียนว่าวิธีการสร้างตัวโดยทำลายล้างอย่างรุนแรงนั้น ไม่ยั่งยืน 

        ผมเป็นคนไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการเมือง   ในการไปร่วมประชุมสภาฯ จุฬาเมื่อ 3-4 ปีมาแล้ว มีคนพูดถึง "เนติบริกร" ว่าเปลืองตัว เสียชื่อ ไม่คุ้ม     ผมเองก็ไม่เข้าใจ และไม่เคยพยายามเข้าใจ เพราะคิดว่าคงจะอยู่บนฐานของกิเลส ซึ่งผมไม่อยากเข้าไปยุ่ง    ผมชอบคิดด้านที่เป็นกุศลมากกว่าเพราะเห็นว่าตัวเองความสามารถจำกัด    เก็บความคิดเอาไว้ใช้งานเชิงบวกดีกว่า 

       อธรรมในที่นี้ผมหมายถึงการทำลายกลไกตรวจสอบของบ้านเมือง    การใช้เงินซื้อความถูกต้องของสังคม   การหาทางเลี่ยงกฎหมายหรือทำให้กฎหมายเอื้อประโยชน์ตน ไม่ใช่ประโยชน์บ้านเมือง

       มาบัดนี้ก็เห็นจริง    ว่าการ "หลงป่า" อำนาจและตำแหน่ง หลงไปเข้าค่ายอธรรม มันเจ็บปวดและน่าเห็นใจ

วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิย. ๔๙
บนเครื่องบินไปหาดใหญ่

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 
อธรรมอีกอย่างหนึ่งคือการคอรัปชั่น โกงกินบ้านเมือง     ผู้มีประสบการณ์ตรงบอกว่ารัฐบาลนี้โกงกินเหลือเกิน 
เขียนเมื่อ 
ยิ่งมาถึงวันนี้ยิ่งแสดงชัดว่า คนทีทำกรรมหนักมามากๆ วิบากกรรมจะตามทันเร็ว สติปัญญาจะค่อยๆเสื่อม จะไม่รู้ว่าอะไรควรพูด ไม่ควรพูด ไม่รู้คำพูดนั้นจะกลับมาทำร้ายตนเองอย่างไร ก็ไม่มีสติปัญญากลั่นกรอง