ครูเพื่อศิษย์ พอนึกถึงประโยคนี้ ภาพของหนังเรื่อง ม.6/2 ห้องครูวารีก็พุดขึ้นมาทันที  ไม่รู้ว่าน้องๆบางคนในห้องจะเคยดูหรือเปล่า  พูดแล้วเหมือนตัวเองแก่เลย  แต่มั่นใจว่าอาจารย์เคยดูแล้วแน่ๆเลย เพราะเป็นหนังช่วงอาจารย์ยังวัยรุ่น (เดาเอาน่ะค่ะ)

เรื่องนี้เป็นเรื่องราวของนักศึกษาฝึกสอน(ถ่ายทำที่โรงเรียนนวมินทราชูทิศพายัพ โรงเรียนเก่าดิฉันเองค่ะ  แต่ตอนที่ถ่ายยังอยู่ประถมอยู่เลย)มาฝึกสอนห้อง ม.6/2  เด็กก็มีร้ายบ้างดีบ้าง สไตล์หนังก็เหมือนโฆษณาเซเว่นช่วงก่อนนะค่ะ ถ้ายังจำกันได้ 

แต่หนังไม่ได้ให้เพียงความสนุกเท่านั้นแต่เล่าแง่มุมต่างๆทั้งมุมของครอบครัว มุมของความรัก และ ในมุมของความเป็นครู   ครูที่ไม่อาจที่จะละทิ้งลูกศิษย์ที่เกเรได้ ทำทุกทางเพื่อให้ลูกศิษย์กลับมาเรียนหนังสือ  ทั้งๆที่ตังเองเป็นเพียงครูฝึกสอนเท่านั้น  ความเกรงใจของเด็กย่อมมีน้อยกว่าครูที่เป็นครูประจำการอยู่มาก อ้อลืมบอกว่านางเอกชื่อ วารีคะ  ไม่รู้ว่าความเป็นจริงจะมีครูแบบนั้นจริงๆบ้างไหม จะมีนักศึกษาฝึกสอนที่ยอมทำแบบครูวารี ไม่ได้ทำเพื่อคะแนนเพื่อผ่านวิชาฝึกสอน แต่ทำเพื่อให้เด็กคนหนึ่งได้เรียนจบ ม.6  ซึ้งคะ

นั้นเป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจในการเป็นครูสำหรับฉันก่อนที่ความมุ่นมั่นนั้นจะเลือนหายพักใหญ่  จนตอนนี้ความรู้สึกที่อยากเป็นครูแบบนั้นมันได้กลับมาอีกแล้ว   เมื่อได้ยินเด็กเรียกฉันว่าครู  เด็กตัวเล็กๆ  หน้าตาเปื้อนฝุ่นตั้งแต่เข้าเรียนจนกลับบ้าน  ฟังภาษากลางไม่ค่อยออก แต่ดูละครช่อง 7 รู้เรื่อง 

ตอนที่ฉันมาที่โรงเรียนใหม่ ฉันไม่ค่อยเข้าใจภาษาถิ่นที่นี้เท่าไร ถึงแม้ว่าฉันจะคนเชียงใหม่ แต่คำที่พื้นเมืองมากๆฉันก็ฟังไม่ออกเช่นกัน  มีเรื่องตลกมากมายที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจผิดของฉันกับนักเรียนเกี่ยวกับภาษาถิ่น   นักเรียนที่ฉันต้องไปสอนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เกือบครึ่งห้อง ทั้งที่อยู่ ป.2 เทอม2 แล้ว และทั้งที่ไม่ได้เป็นเด็กพิเศษ ฉันถามรุ่นครูรุ่นพี่  เธอเองก็ตอบไม่ได้ เพราะเพิ่งมาอยู่ก่อนฉันแค่ 1 เดือนเท่านั้น  คิดว่าน่าจะมาจากครูที่นี้น้อยและสอนหลายวิชา และที่นี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เลยทำให้ ผู้ใหญ่ที่นี้เน้นที่จะพัฒนาหลักสูตรมากว่าพัฒนานักเรียน 

ความรู้สึกของฉันเหมือนว่าการศึกษาสังคมไทย มีคำว่า 2 มาตราฐาน เด็กในเมืองมีครูเพียงพอ แต่ที่ไกลจากเมืองอย่างนี้กลับมีครูไม่เพียงพอ แต่สติปัญญาของเด็กกลับต้องการการพัฒนาที่เท่าเทียมกัน ตั้งแต่นั้นฉันจึงตั้งปณิพานว่า จะไม่มีการสอนแบบ 2 มาตรฐานสำหรับฉัน  แรกๆเด็กนักเรียนก็ตามไม่ค่อยทัน และรู้สึกว่าฉันป็นครูที่ดุมาก  แต่สุดท้ายเราก็ต่างคนต่างปรับตัวเข้าหากัน เราต่างก็สร้างฉายาในกัน มันอาจไม่ได้ผล 100 % แต่เชื่อได้ว่า เด็กที่นี้พัฒนาได้ไม่แพ้เด็กในเมืองแน่นอน

ฉันเองไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ฉันทำจะเท่าเทียมกับครูวารี  แต่ฉันเพียงทำในสิ่งที่เป็นไปได้ที่ฉันจะทำเพื่อเด็กนักเรียนของฉันได้  ดูเหมือนว่าจะสร้างภาพ  แต่มันเป็นเรื่องจริงเมื่อวันหนึ่งคุณได้มายืนในจุดที่คนรอบข้างมีความคาดหวังถึงคำว่าครู นั้นเหมือนแก้วสารพัดนึก ตอนนั้นคุณอาจทำมากกว่าที่ฉันทำ