ครูเพื่อศิษย์
พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสเกี่ยวกับครู

 

 “ผู้ที่เป็นครู  จะต้องถือเป็นหน้าที่อันดับแรก  ที่จะต้องให้การศึกษา  คือสั่งสอนอบรมอนุชน  ให้ได้ผลแท้จริง  ทั้งในด้านวิชาความรู้  ทั้งในด้านจิตใจและความประพฤติ  ทั้งต้องคิดว่า  งานที่แต่ละคนกำลังทำอยู่นี้  คือเป็นความตายของประเทศ  เพราะอนุชนที่มีความรู้ความดีเท่านั้น  ที่จะรักษาบ้านเมืองไว้ได้”
“งานของครูเป็นงานพิเศษ  ผิดแปลกกว่างานอื่น ๆ  กล่าวในแง่หนึ่งที่สำคัญ  ก็คือครูจะหวังผลตอบแทนเป็นยศศักดิ์  ความร่ำรวย  หรือผลประโยชน์ทางวัตถุเป็นที่ตั้งไม่ได้  ผลได้ส่วนสำคัญจะเป็นผลทางใจและภูมิใจอยู่แล้ว
ความเป็นครูนั้นผูกพันใจคนไว้ได้โดยอัตโนมัติ  ไม่ต้องซื้อหาหรือใช้อำนาจราชศักดิ์ข่มขู่เอามา  ขึ้นชื่อว่าครูกับศิษย์แล้วที่จะลืมตัวมัวเมาในลาภยศอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่เท่านั้น
ฉะนั้นครูจึงไม่มีเหตุอันใดที่จะต้องแสวงหาความพอใจในประโยชน์ทางวัตถุให้มากจนเกินความจำเป็น เพราะหากหันมาหาประโยชน์ทางวัตถุเกินไปแล้ว  ก็จะทำหน้าที่ครู  หรือเป็นครูได้ไม่เต็มที่ ”

 

 

5
 

 

          ดิฉันประทับใจคุณครูคนหนึ่งที่ทำให้ดิฉันอยากจะเป็นครู และจะเป็นแบบอย่างที่ดีให้ดิฉันค่ะ คือคุณครูดวงดาว ท่านเป็นครูสอนภาษาอังกฤษชั้น ม.1 รุ่นพี่และเพื่อนๆของดิฉันบอกว่า ท่านดุมากอาจจะเป็นเพราะท่านเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองด้วยละมั้งค่ะ จึงดูน่าเกรงขาม (คนที่ทำผิดมักกลัวครูฝ่ายปกครองเสมอ) แต่ดิฉันคิดว่าท่านไม่ดุเลยท่าทางเป็นคนใจดีด้วยซ้ำ และเป็นครูสอนภาษาอังกฤษเก่งมาก ท่านไม่ได้แค่สอนเฉพาะเนื้อหาในหนังสือเท่านั้น แต่ท่านสอนคุณธรรม จริยกรรมและมีข้อคิดดีๆเกี่ยวกับการใช้ชีวิตด้วยค่ะ

 

          กล่าวได้ว่าครูแม้จะอยู่ในยุคใดสมัยใด  ครูคือผู้ให้และถ่ายทอดความรู้  อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี  ครูจึงมีพระคุณที่สั่งสอน อบรมแนะนำ  ประดุจผู้ส่องแสงสว่างให้ศิษย์ได้มีแนวทางชีวิตที่ดีงาม  พระคุณของคุณครูจึงยิ่งใหญ่ในความรู้สึกของศิษย์ตลอดมา 

 

 

ครูคือ แม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ ของชาติ 

คือคนที่สอนสั่ง และคือเรือที่คอยรับส่งศิษย์ไปจนถึงจุดหมายปลายทาง

คือคนที่ให้การบ้านและเราต้องทำ

คือคนที่พูดอะไรเรามักเชื่อ ทั้งๆที่ดื้อและเถียงพ่อแม่ประจำ

คือคนที่ชี้ขาดระหว่างเทอม จะจะซ้ำหรือเลื่อนชั้น

คือคนที่เรา นินทาลับหลังต่อหน้าเคารพสุดใจ

คือคนที่เวลาเราจบการศึกษาเรากราบด้วยน้ำตาและสำนึกได้ในวันนั้น...ตราบจนวันนี้