เราอาจจะมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป มีความหลากหลายในวิชาชีพ และหน้าทีการงาน แต่เมื่อมาหล่อหลอมรวมกัน สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้เกิดความสมบูรณ์ และมีความหมายต่อชีวิตมากขึ้น

อากาศเดือนเมษายนปีนี้ร้อนอบอ้าวมากจริงๆ อาจจะเป็นเพราะความร้อนอกร้อนใจด้านอื่นๆ เข้ามาแทรกอยู่ในทุกอุณหภูมิและทุกลมหายใจของคนไทยเสียกระมัง จึงทำให้บ้านเราปีนี้ร้อนมากเป็นพิเศษ

แม่ต้อยจะขออนุญาตไม่เอ่ยถึงเรื่องราวการเมืองที่มีความคิดหลากหลาย  มีเพียง แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อแน่ว่า ทุกคนปรารถนาคือความสันติ ความร่มเย็น อันเป็นสิ่งที่เรามีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร

อากาศร้อนอย่างนี้  แม่ต้อยและเพื่อนๆ จึงนัดแนะกันไปเที่ยวดีกว่า  เที่ยวที่ไหนก็ลำบากในช่วงเทศกาลแบบนี้ เราคิดวางแผนกันหลายๆที่ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะว่าไม่มีที่พักบ้าง ไม่มีเครื่องบินไปบ้าง มีแต่ข้อขัดข้องไปเสียทุกเรื่อง

 

แต่ในที่สุดเราก็ได้ไปเที่ยวสงกรานต์กันแบบ คนเก่าๆ( แต่ไม่อยาก แก่ นะ อิอิ )  สถานที่เราเลือกคราวนี้ คือหัวหินอันเป็นแหล่งที่พวกเราชอบไปมาก เพราะมีทั้งชายหาด ทะเล ร้านอาหารที่แสนจะอร่อย  สำหรับบางคน ยังอาจจะมีความหลังที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มเมื่อย้อนนึกถึงวันนั้น ฮ่าๆๆ

 

พอดีว่าแม่ต้อยรู้จักกับเพื่อนคนหนึ่ง เขายินดีให้พวกเราใช้บ้านพักรับรองของเขาได้ตามสะดวก ดังนั้นทีมเที่ยว ของเราจึงยกโขยงไป  พร้อมทั้งเครื่องใช้  อาหารหวานคาว เพียบ

แม่ต้อยไม่เคยเที่ยวสงกรานต์มาได้ประมาณ น่าจะสี่สิบปีได้ละมัง ( ลองคำนวณอายุ ดูสิ ฮ่าๆๆ) ที่หัวหินวันที่เราไปถึงนั้น รถติดมากๆ เคลื่อนแทบไม่ได้เลย ต้องวิ่งรถไปถนนสายอ้อมเมืองเพื่อเข้าสู่ที่พัก

เห็นคนสาวๆ หนุ่มๆ เล่นสาดน้ำสงกรานต์กัน ดูสนุกสนานดีแต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือ ส่วนใหญ่ เด็กวัยรุ่น ผู้ชายมักจะนิยมดื่มจำพวกเหล้า เบียร์ ไปด้วย บางแห่งมีการเปิดเครื่องเสียง ดนตรีเสียงดังคล้ายๆในผับ ร้องและเต้นกันข้างๆถนนนั่นเอง  ก็น่าสนุกดีเหมือนกัน

กว่าจะเข้าที่พักได้ก็บ่ายแก่ๆ  เกือบจะหมดวันแล้วละคะ  ที่พักของเราน่าสบาย มีสระว่ายน้ำเล็กส่วนตัว พร้อมจากุชชี่ กลางแจ้ง ให้พวกเราได้คลายร้อนกันเต็มที่

 

 

การที่ได้มาพักผ่อนกับเพื่อนๆในโอกาสหนึ่งโอกาสใด แม่ต้อยว่าเป็นสิ่งที่ดี  เพราะว่าได้มีโอกาสได้คุยกัน  แลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบ ถามไถ่กัน ได้รับทราบ ความเป็นไป และพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือกัน เป็นนิยามของคำว่าเพื่อนที่งดงาม จริงๆ

เราอาจจะมีความชอบที่แตกต่างกันออกไป มีความหลากหลายในวิชาชีพ และหน้าทีการงาน แต่เมื่อมาหล่อหลอมรวมกัน สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้เกิดความสมบูรณ์ และมีความหมายต่อชีวิตมากขึ้น

 

คุณหมอแต้ว  เป็นผู้หญิงที่เก่งและทันสมัย คนนี้ทำให้พวกเราได้รู้จักกับชีวิตที่แปลกไปจากความคุ้นเคยเดิมของพวกเรา เช่นสอนให้เรารู้จักการเล่น Wind serf  หรือการเล่น บริดส์  ที่พวกเราไม่เคยคิดแม้แต่จะรู้จัก (อิ อิ  ก็คนมันเชย นี่นา)

 

ส่วนเพื่อนอีกคนที่ทำงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม คนนี้ แม่ต้อยชอบสนทนาด้วย เพราะว่า ได้เรียนรู้หลักข้อกฎหมายบางอย่าง รวมทั้งวิธีคิดของนักกฏหมาย ที่แม่ต้อยมีน้อยมากๆ

 

เรานั่งคุยกันดึกๆดื่นๆ ทุกคืนราวกับยังเป็นสาวน้อยวัยรุ่นกลุ่มเดิมสมัยเมื่อสี่สิบปีโน้น 

 

เราแยกกันเที่ยวหรือทำกิจกรรมตามความชอบของตนเอง เช่น หมอแต้ว เธอใช้เวลาช่วงเช้าไปเล่น วินเซิรพ  อย่าง กล้าหาญ ชาญชัย แถมยังชวนแม่ต้อยลองเล่นอีกด้วย 

 หมอแต้ว เตรียมตัวเล่น วินเซิรพ

 

 

ส่วนพวกเราที่เหลือ( ที่ไม่ค่อยจะทันสมัย ) ได้ไปเที่ยวต่อทที่ เพลินวาน ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเท่ยว ที่เขาจัดให้ระลึกถึงความหลังสมัยยุค 60  อันนี้นับว่ามาถูกทางของพวกเรา มากๆ เพราะว่า เราทั้งหลงใหล  และหลงทาง ในร้านนี้หลายชั่วโมง  สิ่งของต่างๆที่วางในร้านนี้นั้น เป็นสิ่งที่แม่ต้อยและเพื่อนๆคุ้นตามาก เพราะว่าเราเคย ใช้ เคยเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นของเล่น  กล่องใส่ข้าวไปโรงเรียน กระเป๋า  หมวกกะโล่  โอ้โห เห็นแล้ว  แม่ต้อยอดรำพึงกับตัวเองไม่ได้ว่า “ ตัวเรานี่แน่แท้ คือเพลินวาน “

 

 

สิ่งที่พวกเราชอบมากๆ จนต้องกลับไปซื้ออีกคือ แผ่นเสียงของ IS  Song Hit ที่จัดโดย คุณเล็ก  วงค์สว่าง  เขานำมาทำเป็นแผ่นซีดี  มีเพลงเก่าๆมากมาย ที่เอามาจากภาพยนตร์ที่ฉายในช่วง พศ ๒๕๐๘ เป็นต้นมา  เช่น เพลง Tammy  Bernadine เป็นต้น

 

ที่น่าสนใจ คือเขาเอาเพลง โฆษณา สมันครั้งกระโน้นมาแทรกไว้ด้วย ไม่ทราบว่ามีใครเคยได้ยินไหมนะ?

เพลงโฆษณาของ “ ถ่านไฟฉายตรากบ”  ฟังแล้วคิดถึง คุณย่า คุณยายมากๆเลยละคะ

 

มาหัวหินนี่ ต้องแปลงกายเป็นผู้หญิงยุคโบราณ ใส่หมวก นุ่งกระโปรงบาน  รองเท้าส้นสูง เหมือน ปริศนา ที่กำลังจะไปงานเต้นรำให้ได้เชียวนะคะ

 

 โบราณ เข้ากับบรรยากาศหัวหิน

 

เราออกไปหาของอร่อยๆทานกันทุกวัน เพราะที่นี่ ร้านอาหารมีมากมาย ทั้งอาหารทะเล อาหารฝรั่ง อาหารจีน  ขนมต่างๆที่ขึ้นชื่อ

 

กลับจากสงกรานต์ คราวนี้ เราจึงน้ำหนักขึ้นเป็นแถวๆ แทบไม่น่าเชื่อ แต่เป็นไปแล้ว

ระหว่างการไปพักผ่อน เราก็มีเวทีการวิพากษ์การเมืองสลับฉากเป็นระยะๆ  ทั้งขาไปและขากลับ

“ บ้านเมืองใคร ๆ ก็รัก “ กันทั้งนั้น

 

แม่ต้อยขอเล่า “ ร้อนนี้ที่หัวหิน “ พอให้เห็นภาพเท่านี้ก่อนนะคะ

ว่าแต่ว่า  คนอ่านที่อายุไม่ถึง ๕๐ ปีนี่ จะพอจินตนาการ เรื่องราวที่ย้อนยุคมากขนาดนี้ได้ไหมน้า?.. ฮ่าๆๆ

 

แม่ต้อยขอสวัสดีปีใหม่ไทยกับทุกๆคนนะคะ

ขอให้มีความสุขคะ

สวัสดีคะ