วราพิมพ์
นางสาว วิพิมพ์ ทองล้วน

๗๑๔ ปี๋ สรีปี๋ใหม่เมือง


กลิ่นไอของสงกรานต์ล้านนา

ดิฉันรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง ที่สงกรานต์ปีนี้ ได้กลับไปอยู่บ้านที่ลำพูนกับครอบครัว แต่ไม่ถึงกับพร้อมหน้าพร้อมตานะคะ เพราะพี่ชายไม่ได้กลับบ้านค่ะ ด้วยเหตุผลของคุณแม่ที่ว่า เปลืองค่าเครื่องบิน แป่ว*~ และพี่ชายต้องเตรียมตัวสอบเพื่อเรียนต่อระดับปริญญาเอก คุณแม่เลยไม่อยากให้กลับบ้านเท่าไร เหตุที่ดีใจมากก็เพราะว่า ปีที่แล้วดิฉันทำงาน ซึ่งที่ทำงานจะไม่อนุญาตให้พนักงานหยุดช่วงเทศกาลสำคัญ(เพราะเป็นช่วงทำเวลาที่ทำเงินของบริษัท) แต่ปีนี้ไม่ได้ทำงานแล้ว ก็เลยดีใจค่ะ เพราะจะได้อยู่บ้านกับครอบครัวอย่างเต็มที่

เข้าเรื่องสงกรานต์กันต่อนะคะ ดิฉันจะชอบบรรยากาศในยามเช้าของช่วงเทศกาลสงกรานต์มากๆค่ะ เพราะอากาศยามเช้าจะเย็นๆ เสียงตามสายของหมู่บ้านก็จะมีเพลงคำเมืองเปิดคลอเบาๆทุกเช้า(ไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ใช่ไหมคะว่าหมู่บ้านของดิฉันชนบทแค่ไหน) มันทำให้ได้รู้สึกถึงกลิ่นไอของสงกรานต์ล้านนาได้เป็นอย่างดีค่ะ

สายๆของวันสังขารล่อง ดิฉันก็ได้ช่วยที่บ้านทำความสะอาดบ้าน ตามความเชื่อของทางล้านนา แต่ไม่ใช่ว่าจะทำแค่วันนี้วันเดียวนะคะ ปกติก็ทำความสะอาดบ้านทุกวันค่ะ พอเสร็จจากงานบ้าน คุณแม่ก็นำเอา เสื้อ และ ผ้าเช็ดตัว ที่ดิฉันซื้อมาจากในเมือง แพ็คถุง(ไม่ให้เปียกน้ำ+เปื้อนฝุ่น)เพื่อเตรียมไปใส่ในชุดดำหัวของญาติผู้ใหญ่ ในวันพญาวันค่ะ

วันที่ 14 ตอนเย็นๆ ชาวบ้าน ไม่ว่าจะวัยเด็ก วัยหนุ่มสาว หรือแม้แต่ผู้เฒ่าผู้แก่ ก็จะไปใช่กันขนทรายเข้าวัด ตามความเชื่อที่ว่า ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เวลาเราไปวัด เราได้เหยียบย่ำเอาทรายของวัดกลับบ้านไปด้วย ฉะนั้นจะต้องเอาทรายมาคืน เด็กๆสมัยนี้ไม่ค่อยจะรู้ความหมาย หรือ ที่มา ของการขนทรายเข้าวัด ก็ต้องอธิบายให้เข้าใจว่าเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ที่ทำให้พระสามารถนำทรายไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆให้กับทางวัดนั่นเอง

วันที่ 15 วันพญาวัน สายๆของวันนี้ ดิฉันขับรถพาคุณพ่อกับคุณแม่ไปรดน้ำดำหัวคุณย่า ที่อยู่อีกอำเภอหนึ่ง ซึ่งก็ไม่ไกลกันนัก ปกติคุณพ่อจะต้องเป็นคนขับรถ แต่พักหลังมานี้รู้สึกว่าท่านจะไว้วางใจให้ดิฉันขับรถให้แทน แล้วท่านก็ไปนั่งด้านหลัง สบายไปเลยค่ะ แต่ดิฉันก็เต็มใจนะคะ ที่ได้ขับรถให้คุณพ่อกับคุณแม่ได้นั่งสบายๆ พอไปถึงบ้านคุณย่า ก็รดน้ำดำหัวขอพร อยู่ที่บ้านคุณย่าสักพักก็ขอตัวกลับ แล้วก็มาดำหัวคุณยาย(แม่ของเพื่อนสนิทแม่)ที่อีกหมู่บ้านหนึ่งค่ะ ที่บ้านนี้จะเลี้ยงวัวนม ดิฉันจึงได้นมวัวกลับมาด้วย 2 ถุงใหญ่ๆ คุณป้าบอกว่าให้เอาไปต้มแจกญาติๆนะ รู้สึกดีจังเลยค่ะกับน้ำใจของคนในสังคมชนบท

พอกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นข้าวของที่ญาติๆ ได้นำมารดน้ำดำหัวคุณตาคุณยาย เยอะมากๆค่ะ แล้วคุณแม่ก็รีบเอานมวัวไปต้ม แบ่งใส่ถุงเป็นถุงๆ ใครที่มาดำหัวคุณตาคุณยาย แม่ก็จะแบ่งนมวัวให้ไปทานด้วย ช่วงบ่ายๆ คุณพ่อกับคุณแม่ก็ไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน พร้อมกับเอานมวัวไปแจก แต่ดิฉันไม่ได้ไปด้วยนะคะ เพราะต้องอยู่บ้านคอยต้อนรับญาติๆที่มาดำหัวคุณตาคุณยายค่ะ รู้สึกว่า 2-3 ปีมานี้ จะมีคนมาดำหัวคุณตากับคุณยายเยอะเป็นพิเศษ อาจเพราะท่านทั้งสองอายุมากขึ้น จากเดิมที่มีแค่ญาติๆมารดน้ำดำหัวขอพร ก็จะมีชาวบ้านที่ไม่ใช่ญาติ แต่เคารพนับถือคุณตาคุณยายเหมือนญาติผู้ใหญ่ มาร่วมรดน้ำดำหัวด้วยค่ะ รู้สึกดีนะคะที่ชาวบ้านไม่ละทิ้งประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน บ้างก็หอบลูกจูงหลานมาด้วย เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นให้ตั้งแต่ในวัยเด็ก

วันที่16 วันปากปี๋ เช้านี้แถวบ้านก็จะทำกับข้าวที่ทำด้วยขนุนเป็นหลัก ด้วยความเชื่อที่ว่าจะได้เกื้อหนุนไปทั้งปี แต่ที่บ้านดิฉันไม่ได้ทำกับข้าวที่มีขนุนเป็นส่วนประกอบนะคะ แต่ได้นำเอาขนุนจากต้นที่บ้าน ไปแจกจ่ายญาติๆแทน พอสายๆ หลานๆก็จะเอากับข้าวที่ทำมาจากขนุนมาให้ค่ะ และวันนี้ทางหมู่บ้านจัดงานสืบชะตาบ้าน และรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ซึ่งแน่นอนค่ะว่า คุณตาคุณยายได้รับเชิญให้ไปร่วมงานในครั้งนี้ด้วย แต่ดิฉันไม่ได้ไปร่วมงาน เพราะต้องรีบกลับบ้านในเมือง เนื่องจากวันรุ่งขึ้นมีเรียน ก่อนกลับ ดิฉันก็ได้ไปขอพรคุณตาคุณยาย คุณพ่อคุณแม่ ซึ่งท่านก็ได้ให้พร และบอกว่าให้ตั้งใจเรียนมากๆ พร้อมกับเตือนให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง(ดิฉันค่อนข้างจะขับรถเร็วค่ะ)

จริงๆแล้วประเพณีสงกรานต์ที่บ้านยังไม่หมดนะคะ ยังเหลือวันที่ 17 วันปากปี๋อีกหนึ่งวัน แต่ดิฉันมีเรียน ก็เลยไม่ได้อยู่ร่วมงานด้วย ซึ่งที่หมู่บ้านก็จะมีพิธีสรงน้ำพระ และรูปเหมือนอดีตเจ้าอาวาสวัด ตอนบ่ายก็จะมีประเพณีที่สืบทอดกันมาช้านาน คือ ประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ค่ะ ตามความเชื่อที่ว่าต้นโพธิ์เป็นต้นไม้ในพระพุทธศาสนา เหมือนกับเป็นการเอาไม้ไปค้ำจุนพระพุทธศาสนานั่นเองค่ะ

สงกรานต์ที่ผ่านมา มีหลายสิ่งที่น่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็น การอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมล้านนา แม้เราจะรับเอาวัฒนธรรมของชาวตะวันตกมาเยอะ แต่เราก็ไม่ละทิ้งขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของเรา การห่วงใย กตัญญูต่อผู้สูงอายุ จัดพิธีรดน้ำดำหัว ขอพรท่าน หลายครอบครัว ได้ทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ซึ่งโอกาสดีๆแบบนี้หาได้ไม่ง่ายนักสำหรับครอบครัวที่ลูกๆต้องไปทำงานต่างถิ่น เห็นแล้วก็พลอยมีความสุขไปด้วยค่ะ จนบางครั้งอดที่จะคิดไม่ได้ว่า อยากให้ถึงสงกรานต์อีกเร็วๆจัง แม้ว่ามันพึ่งจะผ่านไปได้ไม่กี่วันเองก็ตาม

หมายเลขบันทึก: 352457เขียนเมื่อ 18 เมษายน 2010 22:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 20 พฤษภาคม 2012 20:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี