สถาบันศูนย์การแพทย์โรคหัวใจ (Intermountain Medical Center Heart Institute in Utah) ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างคนไข้ 9,400 ราย ซึ่งมีระดับวิตามิน D3 ต่ำ (48.3 nmol/L; ปกติเกิน 75) [ drmirkin ]
หลังจากนั้นสุ่มให้ครึ่งหนึ่งกินวิตามินเป็น เม็ด (pills) จนมีระดับวิตามิน D เพิ่มขึ้นจนเป็นปกติ
...
เมื่อติดตามไปพบว่า กลุ่มที่ได้รับวิตามิน D เสริมมีอัตราการเป็นโรคหัวใจ (หลอดเลือดหัวใจตีับตัน) กำเริบลดลง 33%, หัวใจวายลดลง 20%, โอกาสเสียชีวิตลดลง 30%
การศึกษาอีกรายงานหนึ่ง ติดตามกลุ่มตัวอย่างคนไข้ 41,000 รายพบว่า คนที่มีระดับวิตามิน D ต่ำมากเพิ่มเสี่ยงโรคหัวใจและสโตรค (stroke = กลุ่มอาการหลอดเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาต)
...
ตรงกันข้ามกลุ่มตัวอย่างที่กินวิตามิน D และมีระดับวิตามินในเลือดสูงกว่า 107 nmol/L มีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและสโตรคลดลง
การศึกษานี้เป็นการศึกษาแรกเริ่ม แต่ก็บอกเป็นนัยว่า การกินวิตามิน D ให้พอ โดยการกินปลาทะเล ผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะชนิดเสริมวิตามิน D หรือการกินวิตามินรวมที่มีวิตามิน D (ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ขอให้มีวิตามิน D) มีแนวโน้มจะดีกับสุขภาพ
...
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...
ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์เรา
คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว
ย้ำเสียงหนัก (accent) ที่พยางค์แต้มสี กรณีมีตำแหน่งย้ำเสียง 2 ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ย้ำเสียงหนักกว่า คือ พยางค์ที่ใช้ตัวอักษรตัวหนา
...
@ [ pill ] > [ พิ่ล - L ] > http://www.thefreedictionary.com/pill > noun = ยาเม็ด
@ [ tablet ] > [ แท้บ - เบล็ท - t ] > http://www.thefreedictionary.com/tablet > noun = ยาเม็ดแบนๆ, แท่งสบู่แบนๆ, แผ่นจารึก
...
คำ 'tablet' มีรากศัพท์มาจากฝรั่งเศสเก่า ตรงกับคำว่า 'table' = โต๊ะ
ขอให้สังเกตว่า โต๊ะเป็นของใช้ที่มีลักษณะแบนๆ เพราะฉะันั้นยาเม็ดที่ใช้คำว่า 'tablet' หรือ 'tab.' มักจะเป็นยาเม็ดรูปแบนๆ
...
ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]
ที่มา
-
Thank drmirkin > Source: American College of Cardiology's 59th annual scientific session (March 15, 2010). //
-
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 18 เมษายน 2553.
-
ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.