หลายคนใน กฟผ. ต่างก็มีความรู้ ความสามารถ เชี่ยวชาญในสายงานวิชาชีพที่ตนเองทำงานอยู่ บางคนมีความคิดสร้างสรรค์ อยากประดิษฐ์อุปกรณ์หรือ มีไอเดีย ปิ๊ง! ในกรรมวิธีที่ดีกว่าอยากจะนำมาปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น จะทำอย่างไรดี ? วันนี้เรามีแนวทางง่ายๆ ในการเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น เพื่อพัฒนาองค์กรมานำเสนอ เป็นขั้นตอนดังนี้
1. เห็นปัญหา
ขั้นแรกของการเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น ก็คือ มองปัญหาและหาทางแก้ไข เพื่อสิ่งที่ดีกว่า และต้องตอบคำถามให้ได้ว่า สิ่งที่ดีกว่าคืออะไร เช่น
สะดวก,ประหยัดเวลา,ประหยัดทรัพยากร, ประหยัดพลังงาน,มีความแม่นยำดีขึ้น, คงทนแข็งแรงดีขึ้น,ลดภาวะอันตราย,ป้องกันความเสี่ยง,เพิ่มความปลอดภัย, ราคาถูกลง,ขนส่งง่ายขึ้น,ซ่อมง่าย,เปลี่ยนง่าย,ปรับปรุงคุณภาพชีวิต,ทำได้หลายอย่างในสิ่งเดียว,เป็นของที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ฯลฯ
ถ้าสิ่งที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คือผลลัพธ์อาจจะเป็นอย่างเดียวหรือหลายอย่างประกอบกันก็ได้ ให้เราลอง ดูจาก Block Diagram ข้างล่างเฉพาะ ปัญหาและผลลัพธ์ของงานก่อน
INPUT PROCESS OUTPUT
ปัญหา ------- ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ------ ผลลัพธ์ของผลงาน
ตัวอย่างเช่น เรามีปัญหาเรื่อง สายเคเบิ้ลรถขุดไฟฟ้า มักจะถูกดึงขาด ทำให้รถขุดไฟฟ้าไม่สามารถขุดถ่านหิน ส่งโรงไฟฟ้าได้ ให้เราสมมุติก่อนว่า ถ้าเราสร้างหรือหาวิธีการอะไรขึ้นมาสักอย่าง
เราต้องการให้ ผลงานนั้นทำอะไรได้บ้าง แน่นอนล่ะจะต้องแก้ปัญหาหลักก็คือ ป้องกันสายเคเบิ้ลถูกดึงขาดให้ได้ก่อน เราให้ความสำคัญเป็นอันดับ ดังนี้ :-
ตารางจัดอันดับสิ่งที่ได้จากการประดิษฐ์
|
อันดับ |
รายการผลลัพธ์ที่ต้องการ |
สามารถทำได้ |
|
1. |
ป้องกันสายเคเบิ้ลขาด |
|
|
2. |
ลดภาวะอันตราย |
|
|
3. |
ขนส่งง่ายขึ้น |
|
|
4. |
ซ่อมง่าย |
|
|
5. |
เปลี่ยนง่าย |
|
จากนั้นให้เขียนปัญหาและสิ่งที่ได้จากการประดิษฐ์เป็นคุณสมบัติของผลงานที่เราจะประดิษฐ์คิดค้น เก็บไว้ก่อน
2. พิจารณาตน
เอากระดาษที่เขียนปัญหา และคุณสมบัติของสิ่งที่จะประดิษฐ์มาพิจารณา และถามตนเองว่า เรามีความสามารถทำได้หรือไม่ ถ้าได้ก็ขีดเครื่องหมาย R ในหัวข้อนั้นๆ ถ้าทำไม่ได้ ขีดเครื่องหมาย S แล้วพิจารณาว่าทีมงานเราทำได้หรือไม่ ถ้าทีมงานทำไม่ได้ แล้วใครทำได้ ถ้าเราจะทำงานนี้ให้สำเร็จจะต้องเชิญใครมาร่วมทีมบ้าง
3. บ่นให้นายฟัง
จากนั้นก็นำข้อมูล ใน 2 หัวข้อที่ผ่านมาไปนำเสนอพูดคุยให้ หัวหน้างานฟัง หรือถ้าเป็นหัวหน้าอยู่แล้วก็ดี เราอาจนำเสนอผู้บังคับบัญชา ระดับสูงขึ้นไป เพื่อให้ท่านได้รับทราบแนวความคิดของเรา จะได้ให้การสนับสนุน ส่งเสริมในเรื่องต่างๆที่เราขาด (ถ้านายเห็นด้วย) รวมถึงงบประมาณในการจัดทำ
4. รวมพลังสร้างสรรค์
เมื่อนายเห็นด้วยก็หมายความว่า เรามีความพร้อมในระดับหนึ่งแล้ว จากนั้นก็จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการประดิษฐ์คิดค้น นั้นก็คือ การคิดออกแบบ ตามที่ได้จัดทำไว้ในข้อ 1 เราอาจดำเนินการจัดทำคนเดียวหรือทำเป็นทีมก็แล้วแต่กรณี แต่ถ้าทำเป็นทีมก็จะเหนื่อยน้อยลง เพราะสามารถแบ่งงานกันทำตามความถนัดได้ ทั้งนี้จะต้องมีหัวหน้าทีมด้วย เพื่อความสะดวกในการติดตามงาน ในที่นี้ขอกล่าววิธีการ พอเป็นแนวคิด เพื่อจัดทำสิ่งประดิษฐ์ดังนี้
ขั้นตอนการประดิษฐ์ กรณีคิดปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ศึกษาระบบการทำงานของเครื่องจักรที่มีอยู่เดิม
2. รวบรวมเงื่อนไขต่างๆ ของระบบใหม่ที่จะเพิ่มเติมเข้าไป
3. ศึกษาความเป็นไปได้และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
4. ออกแบบ Block Diagram
5. ศึกษาหาข้อมูล
6. ออกแบบ
7. ผลิตเครื่องต้นแบบ
8. ปรับปรุงแก้ไข
9. ทดลองใช้งานจริง
10. ประเมินผลการทำงาน
5. แบ่งปันประสบการณ์
สิ่งประดิษฐ์ที่เราทำจะประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวังหรือไม่ก็ตามล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์เชิงเทคนิค ทั้งนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจดบันทึกเพื่ออ้างอิง และพัฒนาต่อยอด ต่อไป ถ้าผลงานสิ่งประดิษฐ์ของเราไม่ประสบผลสำเร็จหรือไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็อย่าหมดกำลังใจ แสดงว่าแนวทางการประดิษฐ์ของเราไม่ถูกต้อง เอกสารอ้างอิงของเราจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่คิดจะใช้วิธีการประดิษฐ์ เช่นเดียวกับเรา จะได้ไม่ทำผิดพลาดซ้ำซ้อน ขึ้นมาอีกเป็นต้น
แต่ถ้าผลงานของเราประสบความสำเร็จ เอกสารอ้างอิงก็จะมีประโยชน์ในการพัฒนาปรับปรุงใน เวอร์ชั่นต่อไป
นอกจากนี้ กฟผ. ยังมีเวทีในการจัดประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ เป็นประจำทุกปีอีกด้วย ผลงานสิ่งประดิษฐ์ ที่พนักงานจัดทำขึ้นสามารถนำเสนอเพื่อขอรับรางวัลตามข้อบังคับ กฟผ. ได้ สนใจขอรายละเอียดได้ที่ http://research.egat.co.th รวมถึง รางวัลผลงานทางวิชาการของ มูลนิธีกำธน สินธวานนท์ ก็ยังคอยนักประดิษฐ์ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อ กฟผ.อยู่ ขอเพียงวันนี้เราได้เริ่มต้นทำความฝันของเราให้เป็นรูปธรรมก่อนด้วยสโลแกนที่ว่า :-
|
เห็นปัญหา |
พิจารณาตัวตน |
บ่นให้นายฟัง |
รวมพลังสร้างสรรค์ |
แบ่งปันประสบการณ์ |