วันหยุดสงกรานต์ปีนี้ดิฉันหยุดยาวตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๑๐ เมษายน ขนงานที่ค้างอยู่กลับบ้านที่กรุงเทพฯ ด้วย ตั้งใจว่างานอะไรที่ค้างๆ อยู่จะเคลียร์ให้หมด แต่เหตุการณ์บ้านเมืองอย่างที่รู้ๆ กัน ทำให้ไม่มีจิตใจอยากจะทำอะไร
งานที่ได้ทำเป็นชิ้นเป็นอันหน่อยเห็นจะมีอยู่ไม่กี่เรื่อง วันที่ ๑๐ ดิฉันไปร่วมทำบุญงานครบรอบวันเสียชีวิตของ รศ.ดร.ยุวดี ฤาชา ที่สนิทกันที่วัดชลประทานฯ เป็นงานที่เรียบง่าย มีการถวายสังฆทานและอาหาร ฟังคำสอนจากพระ เสร็จแล้วครอบครัวและบรรดาเพื่อนๆ เกือบ ๒๐ คนก็ไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันที่ร้านไก่ย่างนิตยา ริมคลองประปา
วันถัดๆ มา ดิฉันอยู่แต่ในบ้าน ดูหนังซีรีส์ ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย หลับไปบ้าง ใช้เวลา ๒-๓ วันในการตรวจบทความวิจัยก่อนลงตีพิมพ์ในวารสาร ๒ เรื่อง อ่านรายงานการสังเคราะห์กรณีศึกษา ๑ เรื่อง ช่วงวันหยุดนี้ร้านค้าต่างๆ หยุดกันเยอะ หาของกินลำบาก ทำให้นึกถึงเวลาที่ไปเที่ยวต่างประเทศในช่วงวันหยุดอีสเตอร์ของเขาก็มีสภาพคล้ายแบบนี้
อากาศที่กรุงเทพฯ ร้อนมากๆ ต้องเปิดแอร์กันทั้งวัน ลูกชายคนเล็กใช้เวลาวันหยุดไปสวดมนต์ที่วัดแถบใกล้ๆ กรุงเทพฯ วันที่ ๑๔ ลูกสาวและลูกเขยมากินอาหารเย็นด้วย เรา (ความจริงคือสามี) ทำกับข้าวเอาใจคนตั้งท้อง ลูกสาวอยากกินคือมะระยัดใส้ ปีกไก่ย่าง ผัดผัก เวลาทำมะระยัดใส้เราจะทำเยอะๆ เพราะต้องเสียเวลาสับหมูเอง ลูกสาวเอาหม้อมาใส่เอากลับบ้านไปพร้อมกับหมูเค็มที่ทำเผื่อไว้ด้วย
วันที่ ๑๖ ไปเยี่ยมแม่ที่นครนายก แม่ทำบุญเลี้ยงเพลพระที่บ้าน ดิฉัน สามี และพี่สาว เตรียมของไปถวายพระทั้งวัดและซื้อข้าวเหนียวมะม่วงไปใส่บาตรด้วย อากาศเช้านี้มัวๆ ตอนออกจากกรุงเทพฯ มีฝนปรอยเล็กน้อย เราไม่เจอแดดหรือฝนเลยตลอดทาง ทิวทัศน์สองข้างทางเลียบคลองรังสิตเมื่อใกล้ถึงนครนายกสวยงามมาก ซ้ายมือมองเห็นทิวเขาสามชั้น เห็นดินดำๆ ตามทุ่งนาเพราะต้นข้าวยังไม่ขึ้นเขียว
ไปถึงที่บ้านประมาณ ๐๙ น. เกือบ ๑๐ น. มีฝนตกลงมาค่อนข้างหนัก แต่ไม่นานก็หยุด วันนี้มีพระมาฉันเพลที่บ้านได้ ๖ องค์ อีก ๔ องค์ไปปฏิบัติกิจที่อื่น พระที่มามีอยู่องค์หนึ่งที่มีอายุเกินกว่า ๙๐ ปี ท่านบอกว่าเป็นเก๊าท์อยู่ แต่ก็ดูยังแข็งแรง เป็นที่สังเกตว่าไม่มีเด็กวัดมาช่วยดูแลเลย พระบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีเด็กวัดหรอก เวลาเด็กมาที่วัดพ่อ-แม่ก็จะคอยตาม งานที่วัดทุกอย่างพระต้องช่วยกันทำเอง เมื่อพิธีทำบุญเสร็จเรียบร้อย เรารดน้ำขอพรจากแม่ หลังจากส่งพระกลับวัดแล้วญาติพี่น้องก็รับประทานอาหารกลางวันด้วยกัน
ช่วงบ่ายอากาศไม่ร้อนมาก ดิฉันและพี่สาวเดินไปดูต้นไม้ที่ปลูกไว้ ดูบริเวณบ้านของเราได้ที่นี่ (๑, ๒) น้องสาวบอกว่าเก็บมะม่วงหมดแล้ว เราเลยเดินไปมือเปล่า ดินหลังฝนเหนียวติดรองเท้าเป็นแผ่นหนาเตอะ เราเห็นมะม่วงน้ำดอกไม้ตนหนึ่งยังมีลูกอยู่ ต้องเดินกลับบ้านไปเอาตะกร้อมาสอยพร้อมถุงสำหรับใส่มะม่วง สามีตามมาสมทบ เราสอยมะม่วงกันได้เต็ม ๒ ถุงใหญ่ ทั้งลูกใหญ่ลูกเล็ก เป็นมะม่วงที่แก่จัดมาก บางลูกก็สุกเหลืองแล้ว ที่บนต้นมีที่นกกินจนเห็นเมล็ดเลย เราคุยกันว่าคงทำสวนเองไม่ไหวแล้ว แค่สอยมะม่วงต้นเดียว ๓ คนช่วยกันยังเหนื่อย เราสอยมะม่วงไม่เก่งบางลูกก็ตกจากตะกร้อลงดินบ้างลงน้ำไปบ้าง
ได้เวลาพอสมควร เราลาแม่กลับกรุงเทพฯ เราช่วยกันทำความสะอาดมะม่วงที่เก็บมา จัดเรียงลงตะกร้าเอาไว้รอให้สุก พบว่ามีมะม่วง ๕-๖ ลูกที่มีรอยแตก ดิฉันเชื่อว่าเป็นมะม่วงลูกที่ตกลงดิน (ตอนที่เก็บขึ้นมา ไม่เห็นว่ามีรอยแตก ตอนนั้นพี่สาวบอกว่าไม่ช้ำหรอกเพราะดินไม่แข็ง) เราเสียดายจึงปอกแล้วเฉาะเป็นชิ้นๆ ปรากฏว่ามะม่วงแก่จัด เนื้อมีสีเหลืองนวล รสชาติดีมาก หวานมันอมเปรี้ยวเล็กน้อย ดิฉันไม่เคยกินมะม่วงน้ำดอกไม้ที่แก่ๆ แบบนี้ เคยกินตำมะม่วง (มะม่วงน้ำดอกไม้ดิบ) ที่เปรี้ยวมากๆ กับที่สุกแล้วเท่านั้น
หน้าตามะม่วงน้ำดอกไม้ที่แก่จัด
ดิฉันนึกถึงลูกเขยที่ไม่กินมะม่วงสุกแต่ชอบมะม่วงดิบ เราจึงชวนกันว่ากินอาหารเย็นเสร็จจะเอามะม่วงไปให้ลูกสาวลูกเขยที่บ้านแถวบางแค เราไปบ้านลูกสาวทางถนนพระราม ๕ ถนนยังว่าง ไม่มีรถมาก มะม่วง ๑ กล่องที่ดิฉันเฉาะไปหมดอย่างรวดเร็วต้องปอกเพิ่มอีก ๓ ลูก วันนี้เรากินมะม่วงดิบไปเยอะจริงๆ
มะม่วงลูกโตๆ ที่เหลืออีกไม่กี่วันคงจะสุกหมด คิดถึงหลายคนที่เคยเอามะม่วงสุกไปให้ ปีนี้จังหวะไม่เหมาะไม่มีโอกาสเอาไปฝาก
หมดเวลาวันหยุด ได้พักเยอะ ได้งานน้อย
วัลลา ตันตโยทัย
กราบสวัสดีปีใหม่ไทยค่ะอาจารย์ อ่านบันทึกนี้แล้วอยากชิมมะม่วงน้ำดอกไม้แบบแก่จัดจนเหลืองแต่ยังไม่สุกแบบนี้บ้างจังค่ะ อ่านแล้วต้องกลืนน้ำลายไปด้วยเลยล่ะคะ
เป็นบรรยากาศและความรู้สึกแบบครอบครัวคนต่างจังหวัดซึ่งอาจต้องเติมคำว่าสมัยก่อนด้วยมังคะเพราะยากมากที่จะมีการอยู่กันพร้อมหน้า ทำพิธีทางศาสนาและทำพิธีตามประเพณีเช่นนี้ อบอุ่นมากนะคะ
ตอนนี้ไปเที่ยวกลับมาแล้ว หากอาจารย์จะให้เริ่มเรื่องเขียนหนังสือสามารถเริ่มคุยกันได้เลยค่ะว่าอาจารย์ตั้งโครงร่างหรือเรื่องราวคร่าวๆที่ต้องการไว้อย่างไรค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์นุช
เรื่องหนังสืออยากให้เป็นเรื่องของ KM และ Network แต่ยังไม่ได้คิดเค้าโครงเลยค่ะ วันหยุดสงกรานต์สมองว่างเปล่า งานไม่เดินเลย ยังดีที่ได้ไปเยี่ยมแม่และได้ทำบุญด้วย
คืนนี้ต้อง pack กระเป๋า จะกลับนครศรีธรรมราชพรุ่งนี้เช้าตรู่ เอามะม่วงและซื้อข้าวเหนียวไปฝากคนทางโน้นด้วย