๑๗ เมษายน ๒๕๕๓

สวัสดีหลังสงกรานต์ค่ะครู

          เกือบ ๆ จะเจ็ดวันที่หนูไม่ได้ข้าสู่พ้นที่ของระบบอินเตอร์เน็ต แต่ชีวิตนี้และลมหายใจก็ยังดำเนนไปตามเหตุและปัจจัยองมัน ดูเหมือนว่ามีเรื่องเล่าหลายเรื่องที่หนูตั้งใจ จะบอกเล่า แต่ดูเหมือนว่าเวลาการใช้อินเตอร์เน็ตจะค่อนข้างจำกัด เพราะต้องมาใช้ที่ห้องของพี่สาว แอบกระซิบครูว่าพี่สาวกับพี่เขยไปสลนคร หนูเลยมีโอกาสได้มาใช้งาน เพราะท่านวานให้มาเฝ้าบ้าน

          ตั้งแต่กลับจากเมืองนนท์ หนูเดินทางจากคลองสี่ลำลูกกาถึงขอนแก่น โดยรถกะบะ ใช้เวลา 13 ชั่วโมง แต่เป็นกรเดินทางคนเดียว เป็นอะไรที่มหัศจรรย์มากเลยค่ะ เป็นการขับรถแบบเห็นใจตนเองชัดเจน ประเมินตนเอเป็นระยะ ๆ ความรู้สึกภายในก็เปลี่ยนเกิดการเรียนรู้ในตนเอง เป็นการเดินทางเพื่อการเดินทาง ไม่ใช่เพียงการเดินทางเพื่อให้ถึงเป้าหมายอย่างที่ผ่านมา หนูรู้สึกได้ถึงใจตนเองที่รับรู้ธรรมชาติที่เกิดขึ้น ณ ขณะนั้นได้อย่างมหัศจรรย์ เหมือนเป็นสิ่งที่เคยเห็นมาแล้วซ้ำ ๆ แต่ไม่รู้สึกอะไร แต่ระหว่างทางใจต่างไป เพาะแม้เพียงภาพของคนแก่ที่เดินจับมือเด็ก เดินไปร้าน 7-11 ในปั้มน้ำมัน ก็เกิดความงดงามในใจหนูได้ การนอนหลับในปั้มน้ำมันก็เป็นอะไรที่มีเสน่ห์ในตัวของมัน ฟ้าสาง ณ อำเภอพล ก็เป็นอะไรที่ให้รำลึกถึงพ่อ ไม่นานพ่อก็โทรข้ามา อาหารมื้อแรกที่ขอนแก่น ก็เป็นการร่วมทานกับพี่ข้างบ้าง พี่เภสัชที่ทำงานเก่าก็ให้นอนพักบ้านท่านแทนที่จะเป็นบ้านรับรอง เป็นความอบอุ่นลึกภายใน แต่ไม่ใช่ความถือดีเหมือนในอดีต ในทางกับกันค่ะครู หนูสัมผัสถึงความง่าย ๆ และความนอบน้อมในใจของตนเอง อย่างไม่ใช่การปรุงแต่ง ตอนนี้เห็นชัดว่าเมื่อก่อน หนูนอบน้อมแบบแห้ง ๆ เหมือนหวังอะไรบางอย่างเช่นหวังให้คนอื่นเห็นว่า “ฉันอ่อนน้อม” แต่ ณ ขณะนั้นหนูรู้ได้เลยว่า ความนอบน้อมที่ใจเป็นเช่นนี้” ตอนี่ครูโทรมาหนูพึ่งหลับไปได้นิดหน่อย  การได้คุยกับครูหนูรู้สึกถึงใจที่ปรารถนาเล่าเรื่องมากมายเกิดขึ้นในใจ  แต่แล้วก็บอกตนเองว่า “การเล่าที่ดีที่สุดคือ นั่งลงและเขียนออกมา” แต่พอจนแล้วจนรอด เมื่อมาถึงบ้านระหว่างขับรถกลับหนูก็ยังรู้สึกเพลีย ๆ ก็จอดนอนบาง ถึงบ้านจึงหลับสลบ นอนยาว แล้วก็มาคอยเฝ้าตลาดให้พ่อกับแม่ เตรียมของงานบุญใหญ่  อืม มีเมื่อสักวันที่ 14-16 หนูขออนุญาตพ่อและแม่ไปภาวนาที่วัด ได้ไปอยู่กุฏิตุ๊กแก เห็นใจตนเองชัดกับสิ่งที่ปรากฏ เมื่อวนศุกร์ พ่อขอให้กับมาช่วยงานที่บ้าน หนูขายของะส่งของช่วยที่บ้านตลอด ช่วงนี้ขายของดีมากค่ะ วันนี้ตอนเช้าหนูขายของที่ตลาดนัดคนเดียว พ่อแม่พาเพื่อนบ้านไปเก็บปลา เที่ยง ๆ เก็บของ บ่าย ๆ ขับรถส่งของ เย็น ๆ มีพ่อมาช่วยสงอีกคน ทั้งของมาลงใหม่และลูกค้าเต็มร้าน ใจหนูเย็นลงกับสิ่งรอบตัวที่ไม่ต่างจากเดิม ถ้าเป็นเมื่อก่อนหนูอาจจะทำแบบแกน ๆ หงุดหงิด ๆ หน้าหงิก แต่ตอนนี้ก็ทำเหมือนเดิม ทำเหมือนเป็นหน้าที่และทำอย่างเต็มใจ เหนื่อยก็ทำ ไม่เหนื่อยก็ทำ ไม่ใช่ว่าเหนื่อยแล้วจะงอแงค่ะ

          วิถีชีวิตที่ดำเนินอยู่ ณ ทุกวันนี้ ไม่ค่อยต่างจากเดิมค่ะครู เพาะทานช่วยพ่อแม่เหมือนเดิม แต่ใจนิ่งเย็นมากกว่าเดิม เข้าใจอะไร ๆ มากขึ้น หนูรักครูค่ะ ที่ใจเป็นช่นนี้เพราะหนูมีครู

ศีล

ข้อ ๑ หนูเห็นใจตนเองงอน ๆ อยู่บ้างเวลาที่รู้สึกโดนต่อว่าหรือเหน็บแนมแบไม่มีเหตุผล แต่มันสั้นลง หนูไม่ได้ห้ามมันเมื่อก่อนหน้านี้  ไม่หนีมันด้วย แต่ถ้ารู้สึกไม่ไหว หนูจะท่อง  พุทโธ ๆ แล้วดูใจตนเองไปเรื่อย ๆ

ข้อ ๒ ไม่ขโมยของใครค่ะการอยู่ที่บานอยากได้อะไรก็บอกก็คุยกันตรง ๆ สบาย ๆ

ข้อ ๓ งานวุ่น ชีวิตดำเนินไปตามปัจจัย เรื่องนี้จึงเบา ๆ ลงค่ะ

ข้อ ๔ ไม่โกหกค่ะ แต่ทุกย่างดำเนินไปตามกระแส ไม่มีกิจวัตรในตนเองชัดเจน แต่ก็รู้สึกถึงเสียงเตือนภายในว่าอย่าทิ้งของเดิมที่ครูให้ไว้นะ

ข้อ ๕ หนูไม่ดื่มเหล้า  เผลอสติไหมก็มีค่ะครู แต่ก็สั้นลง รู้สึกตัวได้ถี่ขึ้น

 

ไม่ว่ายังไงหนูก็รักครูนะคะ ขอก้มกราบงาม ๆ น้อมบูชาครูในวันปีใหม่ไทยค่ะ แต่ใจหนูเหมือนไม่ได้ให้ค่า แต่หนูก็ขอกราบบูชาครูทุกวันค่ะ