สติคือหางเสือ ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง


วิชาเหมือนสินค้า

วิชาเหมือนสินค้า อันมีค่าอยู่เมืองไกล

ต้องยากลำบากไป                     จึงจะได้สินค้ามา
จงตั้งเอากายเจ้า                         เป็นสำเภาอันโสภา
ความเพียรเป็นโยธา                 แขนซ้ายขวาเป็นเสาใบ
นิ้วเป็นสายระยาง                     สองเท้าต่างสมอใหญ่
ปากเป็นนายงานไป                 อัชฌาศัยเป็นสเบียง
สติเป็นหางเสือ                         ถือท้ายเรือไว้ให้เที่ยง
ถือไว้อย่าให้เอียง                       ตัดแล่นเลี่ยงข้ามคงคา

ปัญญาเป็นกล้องแก้ว           ส่องดูแถวแนวหินผา
เจ้าจงเอาหูตา                     เป็นล่าต้าฟังดูลม
ขี้เกียจคือปลาร้าย                 จะทำลายให้เรือจม
เอาใจเป็นปืนคม                 ยิงระดมให้จมไป
จึงจะได้สินค้ามา                 คือวิชาอันพิสมัย
จงหมั่นมั่นหมายใจ               อย่าได้คร้านการวิชา

สุภาษิตศรีสวัสดิ์ แต่งโดยนายมี (สมัยรัชกาลที่ 5)

เมื่อกลางวันวันนี้ ครอบครัวกินข้าวกลางวัน คุณตาก็ดูเจ้าตัวเล็กกินข้าวอย่างเอ็นดู เจ้าป๊อกแปีกอายุ 6 ขวบ ใช้ตะเกียบคล่องแล้ว กำลัง enjoy เส้นหมี่อยู่ พอจะโซ้ยเข้าปาก คุณตาก็เตือน

"ร้อนนะลูก เป่าก่อนๆ เดี๋ยวลวกปาก" เจ้่าแป๊กก็เป่าให้เย็นตามคำสั่ง

พอสักประเดี๋ยวคุณยายเอากล่องมาวาง เปิดแง้มดูก็เห็นเป็นขนมครกกำลังร้อนมาเลย ป๊อกแป๊กเตรียมตัวอิ่มทันที (คืออิ่มเส้นหมี่ หันมาหิวหนมแทน) เลยถูกผู้ใหญ่บอกว่า "กินข้าวให้หมดก่อน"

"เส้นหมี่ตะหาก" เด็กย้อน

"นั่นแหละ" พลางก็ปิดฝากล่องขนม เจ้าแป๊กร้อง "แอ๊... ปิดทำไม"

"เดี๋ยวเย็นหมด ต้องกินร้อนๆ"

"อ้าว..ก็แล้วทำไมไม่ให้กินซะเดี๋ยวนี้" เด็กบ่นอุบอิบ "ตกลงมันต้องกินร้อนหรือกินเย็นกันแน่กันนี่" ว่าแล้วก็เดินไปเปิดตู้เย็น หยิบแก้ว หยิบนำ้แข็งมาใส่ เตรียมหาโค้กกิน เดินกลับมาที่โต๊ะกินข้าว สะบัดมือใหญ่เพราะหยิบน้ำแข็งมาเยอะ

"เป่ามือซะสิลูกจะได้หายเย็น"

"เป่ามันก็เย็นสิ คุณตา" เจ้าแป๊กงง

 


 

สนทนากับเด็กแบบนี้ก็น่าเอ็นดูดี

แต่ถ้าพูดกับผู้ใหญ่ แล้วยังสนทนาแบบนี้ อาจจะเกิดมีการตีกันได้ง่ายๆ เพราะหาว่ากวน

เราให้อภัยเด็ก เพราะเด็กจะมองเห็นสมการเป็นเชิงเดี่ยว แม่หน้ายังงี้แปลว่าโกรธ หัวเราะแปลว่าดีใจ ร้องไห้ก็เสียใจ เสียงดังแปลว่ามีอะไรผิดเกิดขึ้น ฯลฯ พอเราโตขึ้น เราจะทราบว่าเรื่องราวมันไม่ simple เรียบง่ายเสมอไป จะพูดเรื่องๆหนึ่ง อาจจะต้องพูดทั้งหมด พูดทุกมิติ

พูดเรื่องอริยสัจสี่ จะยกเว้นทุกข์ หรือสมุทัย หรือนิโรธ หรือมรรค ก็คงจะไม่ได้ เพราะไม่สมบูรณ์

ปัญหาบ้านเมืองยิ่งจะต้องมองให้รอบคอบ มีนักวิเคราะห์ นักคิด เริ่มต้นก็บอกว่า "วันนี้ไม่ขอพูดเรื่อง "เหตุ" แต่จะขอวิเคราะห์แต่ทุกข์ การแก้ และทางแก้" มันก็ทะแม่งๆ เพราะเริ่มต้นก็ตัดพื้นที่มองหาต้นเหตุไปซะแล้ว วิธีแก้มันจะเป็นการแก้แบบระยะสั้น

ที่จริงก็ไม่ได้เสียหายอะไรในบางบริบท ในสาขาจิตเวชศาสตร์ ที่คนไข้เป็นคนไข้โรคจิต การพูดคุยหาสาเหตุ อาจจะไม่นำไปสู่ที่ไหน เขาจึงพัฒนาการ interview อีกแบบ คือแทนที่จะเพิ่ม insight (การมองเห็นเหตุที่มาที่ไป) ซึ่งคนไข้ psychosis จะไม่มี หรือมียากมาก (ก็มันเล่นมีภาพหลอน หูแว่ว เสียงที่มาจาก nowhere มากระซิบ) ก็จะเป็นการสนทนาแบบหาทางออกแทน เรียกว่า solution-focus interview ว่าต่อไปจะทำยังไงต่อ สิ่งที่ทำจึงจะไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน และไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

ในการแก้ปัญหาระยะยาว และกับคนที่ไม่ใช่คนไข้โรคจิต ถ้าเราทำให้มีการสนทนาและเกิด insight คือ มีการสะท้อนให้เห็นทุกมุม ว่าอะไรทำให้เกิดอะไรในระยะสั้น กลาง ยาว insight ที่ว่านี้ก็จะเสริมกำลัง หรือ empower ให้คนที่อยู่ใจกลางปัญหา มองเห็นได้กว้าง ลึก และยาวที่สุด

การเรียนที่เปรียบเสมือนการเดินเรือนั้น อาจจะเป็นเพราะเราจะต้องตระเตรียมและมีทักษะมากมาย ไม่เพียงแค่เตรียมดู เตรียมฟัง เตรียมถาม เตรียมเขียน แต่เตรียมสติ เตรียมหล่อเลี้ยงปัญญา และ "มองไกล" ไปกว่าสมการข้างหน้า เป่าไม่ได้แปลว่าทำให้ร้อน หรือทำให้เย็นเท่านั้น ของกินไม่ต้องกินตอนร้อนหรือตอนเย็นเท่านั้น แต่มันมี "บริบท" ทุกสิ่งทุกอย่างมีบริบท ถ้าจะเริ่มวิเคราะห์ ก็ตัดบริบทไปหมด ที่เหลือก็จะเป็น pure emotion เป็นอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ

ไม่ใช่อารมณ์ความรู้สึกไม่สำคัญ ที่จริงสำคัญมากๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าถึง "ความทุกข์" ที่เป็นสัจจธรรม แต่เราเข้าถึงความทุกข์เพื่ออะไร? ถ้าไม่ใช่เพื่อให้เกิด "ปัญญา"?

ปัญญานั้นนำพาเชื่อมโยงสาเหตุต่างๆ บทต่างๆ สิ่งแวดล้อม มาทำให้เกิดมองเห็นที่มา และความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยง ตรงนี้ถ้าเรา hot head เอาแต่อารมณ์มาใช้ ที่สุดเราก็ลดศักยภาพลงไปสู่ระดับสัตว์เลื้อยคลาน คือตอบสนองแรงกระตุ้นเพื่อการอยู่รอดเป็นสำคัญที่สุด และการอยู่รอดของตัวเองจะสำคัญกว่าส่วนรวม

ไม่มี "สติ" ก็เสมือนการเดินทาง การเดินเรือของเราไม่มีหางเสือ มันไปตามแรงลม แรงน้ำ จากภายนอก ควบคุมอะไรไม่ได้ แม้ดูเหมือนเราจะยังมีพาย มีใบเรือ จะหลงทิศที่ตั้งใจไว้ไปง่ายๆ