เครื่องมือแต่ละชนิด ก็เหมาะกับการทำงานแต่ละประเภท ซึ่งเราต้องเลือกหยิบใช้ให้ถูก

 

สวัสดีค่ะ ท่านผู้รักในงานพัฒนาคุณภาพทุกท่าน ก่อนนอนคืนนี้ขอมาพูดเรื่องคุณภาพแบบเรียบง่ายเสียหน่อยค่ะ เดี๋ยวจะนอนไม่หลับ อิอิ เพราะว่ามีเสียงลือเสียงเล่าอ้างกันมาน๊าน นาน ว่าทำไมคุณภาพ มันยากเย็นเสียนี่กระไร เหนื่อยกับการทำเอกสาร วันๆ เอาแต่ประชุม และฯลฯ อิอิ ..พอลล่าขอเรียนให้ทราบไว้สักนิดนึงค่ะ ว่าคุณภาพอย่างเรียบง่ายและไม่เป็นภาระก็มี ถ้าเราคิดว่าคุณภาพเป็นงานประจำที่เราต้องพัฒนางานประจำของเราให้ดีขึ้นทุกวัน ทุกวัน ทบทวนและปรับปรุงงานอยู่เสมอ บางแห่ง ถนัดการพัฒนาแบบบนลงล่าง(สั่งการ)บางแห่งก็พัฒนาจากล่างขึ้นบน(จากการปฏิบัติงาน) ทั้งนี้แล้วแต่ความชอบ ความถนัดค่ะ ประเด็นอยู่ที่ว่าเราเข้าใจและมองปัญหาที่จะมาพัฒนานั้นได้ตรงประเด็นหรือไม่ หรือรู้จักเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยนั้นเพียงพอหรือยิ่งทำให้เป็นภาระ เช่น จะจับปลาแต่ไปเอา M 79 มาใช้ อุ๊ย...เกี่ยวรัยกันเนี่ย..แต่ก็ขอยกตัวอย่างให้ชัดเจนไปเลยค่ะ ว่าเครื่องมือแต่ละชนิด ก็เหมาะกับการทำงานแต่ละประเภท ซึ่งเราต้องเลือกหยิบใช้ให้ถูก

ทางสรพ.ได้คิดค้นเครื่องมือหลากหลาย ตั้งแต่ง่ายๆ จนถึงซับซ้อน มีทั้ง check list จนถึงเปิดกว้าง บอกแนวทาง บอกวิธีการประเมิน บอกคะแนนด้วย ว่าทำอย่างนี้แล้วจะได้คะแนนเท่าไหร่ค่ะ แต่ก็อีกนั่นแหละค่ะ ด้วยความไม่เข้าใจและยังคิดว่าเป็นภาระ จึงยังมองหนทางออกสู่อุโมงค์ไม่เจอ ขอบอกความลับค่ะ ว่าบางครั้งเราทำมาก่อนแล้ว แต่เอามาเรียกใหม่ให้เป็นประเด็นที่เน้นให้เห็นความสำคัญมากขึ้น เช่นHumanized healthcare การดูแลด้วยหัวใจที่เราก็ทำกันมาน๊าน นานแล้ว แนวคิด LEAN การขจัดความสูญเปล่า ก็ทำมาแล้วแต่เราอาจจะเรียกว่าเป็นการลดระยะเวลารอคอย 5 ส. หรือแม้กระทั่งการนำแนวคิดเศราษฐกิจพอเพียงมาใช้ก็เข้ากับแนวคิดนี้ได้ ดังนั้นการไม่ยึดติดเครื่องมือ แต่ใช้เครื่องมือด้วยความเข้าใจเป็นประเด็นหนึ่งที่สำคัญมากในการพัฒนาคุณภาพ

มีเครื่องมือหนึ่งที่ติดตัวเรามานานแสน นาน ตั้งแต่เราเกิด คือตัวเรา มือเรา เสมองเรา หัวใจของเรา หากเราทำงานคุณภาพด้วยตัว สมอง มือและหัวใจของเราแล้ว จะเป็นคุณภาพที่งดงามเพราะมาจากหัวใจของเราที่จัทำเพื่อคนไข้และได้พัฒนางานของเราเองด้วยค่ะ การที่เราจะคิดและพัฒนาได้อย่างนี้ อาจจะต้องมีการฝึกฝนโดยเฉพาะการมองเชิงบวก การมีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์ หากเราทำตามมาตรฐานวิชาชีพผสมกับมาตรฐานหัวใจแล้ว รับรองคนไข้ย่อมได้รับการรักษา การดูแลที่ดีตามมาอย่างแน่นอน

พูดมายืดยาวแล้ว ขอยกตัวอย่างการพัฒนาของรพแห่งหนึ่งที่พัฒนาตามมาตรฐานมามากกว่า 10 ปี ภาระงานมากมายเนื่องจากขยายการบริการเพื่อรองรับผู้รับบริการที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการมีผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผู้มารับบริการวันละ ไม่ต่ำกว่า 1000 ราย มีแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขา ท่านผอ.เป็นศัลยแพทย์ มีอยู่ท่านเดียว การผ่าตัดบางครั้งเป็นแพทย์ GP อายุรแพทย์ 2 กุมารแพทย์ 3 ท่าน สูติแพทย์ 2 พยาบาลและเภสัชกรเพียงพอ

การพัฒนาที่โดดเด่นคือการมมีคลินิกเฉพาะทางโรคหอบหืดเด็กที่มีผลการรักษาดีขึ่น คนไข้มารับการรักษาน้อยลง ซึ่งน่าจะเป็นตัวอย่างให้ทีมได้เรียนรู้การป้องกันตนเองเพื่อลดการมารักษาในรพ.ในโรคนี้

 

การมองปัญหาที่ผ่านมาเพื่อนำมาออกแบบระบบป้องกันการเกิดซ้ำ เป็นหนทางหนึ่งที่จะทำให้ลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการดูแลรักษาได้ ทางหนึ่ง สรพ.จึงได้มีเครื่องมือ”กิจกรรมการทบทวนคุณภาพ” เพื่อให้รพ.ได่เรียนรู้จากความผิดพลาด ที่เป็นประสบการณ์ของทีมเพื่อที่จะพัฒนาระบบงานให้ผู้ป่วยปลอดภัยมากขึ้น เช่นพบปัญหาแม่เสียชีวิตจากมดลูกแตก 1 ราย ทารกเสียชีวิต 2 ราย ทีมควรมีการทบทวนสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด เพื่อนำมาปรับปรุงระบบงานตรงที่เป็นจุดอ่อนของการบริการให้ตรงประเด็นมากขึ้น จึงจะป้องกันได้ ตรงนี้รพ.ควรร่วมกันทบทวนแบบสหสาขาวิชาชีพเพื่อให้ได้มุมมองที่ครอบคลุมและสามารถป้องกันการเกิดซ้ำได้ในอนาคต

เครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งที่สรพ. แนะนำให้รพ.ใช้ ที่เกิดจากการรวบรวมความรู้ทางวิชาการจากหลายๆ ที่เช่น WHO CDC โดยกำหนดเป็นแนวทางในการมุ่งเน้นที่ผู้ป่วยปลอดภัย (Patient safety Goals) หากรพ.เข้าใจประเด็นสำคัญในการพัฒนามาพัฒนาร่วมกับการใช้อารมณ์เชิงบวกกับข้อมูลที่ได้รับ อารมณ์เชิงบวกจะทำให้สามารถมองเห็นประโยชน์จากข้อมูล จากเครื่องมือที่สรพ.ได้มีไว้ให้ใช้และนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับบริบทรพ.มากที่สุด เช่นรพ.นี้ควรเลือกประเด็นใดของเรื่องนี้มาพัฒนา คือดูปัญหาที่รพ.ประสบอยู่นั่นเอง รพ.สามารถวิเคราะห์ปัญหาของตนเองในแต่ละสาขาได้อย่างชัดเจน เช่นการวินิจฉัยล่าช้า ผิดพลาดในโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โรคไข้เลือดออก การเกิดไส้ติ่งแตก โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นต้น

 

ยกตัวอย่างประเด็นที่รพ.แห่งนี้หยิบยกมาเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา ดังนี้

การผ่าตัดปลอดภัย การป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด

รพ.นี้การผ่าตัดส่วนใหญ่เป็นผ่าตัดคลอด ทีมงานได้ตามรอยการผ่าตัดมาเพื่อแสดงให้เห็นการปรับปรุงที่เกิดจากการตามรอย ที่ยังเป็นช่องว่างของวิชาการกับสิ่งที่ปฏิบัติจริง

 

Recommendation

ข้อมูลวิชาการที่เสนอแนะ

Actual Practice

การปฏิบัติจริงของรพ. 

Desired Practice

การปฏิบัติที่สามารถปรับปรุงได้

Action Plan

แผนปฏิบัติการสู่การปรับปรุง

1. สำหรับผู้ป่วย elective surgery ให้ค้นหาและรักษาการติดเชื้อทุกอย่างที่เกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งที่จะผ่าตัด และเลื่อนการผ่าตัดไปจนกว่าการติดเชื้อจะหมดไป

    ประเด็นอยู่ที่การค้นหาและรักษาการติดเชื้อ ถ้ามีให้เลื่อนผ่าตัด  

วรตอบว่ามีการค้นหาและรักษาหรือไม่อย่างไร  

ถ้าไม่มีให้ตอบว่ายังไม่มีแนวทางในการค้นหาการติดเชื้อก่อนผ่าตัด 

 

มีการค้นหาและรักษาการติดเชื้อก่อนผ่าตัดทุกราย

แพทย์ประเมินการติดเชื้อก่อนผ่าตัด โดยมีการสั่งตรวจ ....และ....ในกรณีโรค...... กำหนดเป็นแนวทางการประเมินก่อนผ่าตัดที่ชัดเจน

2. ไม่กำจัดขนก่อนผ่าตัด ยกเว้นว่าขนที่บริเวณผ่าตัดจะรบกวนต่อการทำผ่าตัด  ถ้าต้องกำจัดขน ให้ทำทันทีก่อนผ่าตัด และควรใช้ electric clipper

การส่งผ่าตัดทำการโกนขนที่หอผู้ป่วย

 

การกำจัดขนทันทีก่อนผ่าตัด

สื่อสาร กำหนดเป็นแนวทางสู่ทีมที่เกี่ยวข้อง

 

ประเด็นที่เป็นสีแดง คือประเด็นสำคัญที่รพ.ควรมองเชิงบวกเพื่อนำไปปรับปรุง การมองเชิงลบและตอบแบบเลียบๆ เคียงๆ จะทำให้ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควรค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ เห็นไหม คุณภาพเรื่องง่ายๆ ถ้าเข้าใจประเด็น

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะคะ