คัมภีร์ผู้นำ : เทคนิคการเป็นผู้นำที่ชนะใจคนทั้งโลก

       ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา  ได้ไปเดินร้านหนังสือ   ไปเจอหนังสือที่ถูกใจมา ๑ เล่ม   ของชาวโกทูโนว์เรานี่แหละครับ

 

 

      ชื่อหนังสือ "คัมภึร์ผู้นำ : เทคนิคการเป็นผู้นำที่ชนะใจคนทั้งโลก  โดย ดร.วรภัทร  ภู่เจริญ    ผมอ่านรวดเดียวจบครับ    อ่านแล้วจึงสังเคราะห์นำสาระประเด็นดีๆ มาฝากกันด้วยสำนวนภาษของผมเองครับ

 

      ผู้นำ  ในที่นี้   ไม่ใช่หมายถึงผู้บริหารอย่างเดียวนะครับ   ใครๆก็เป็นผู้นำได้  และ ทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง   ก็น่าที่จะสร้าง "ภาวะผู้นำ"  ให้เกิดขึ้นกับตนเอง

 

      ภาวะผู้นำ สร้างได้ด้วย "ปัญญาสามฐาน"  ครับ   คือ  ฐานกาย  ฐานใจ  และ  ฐานคิด

 

     ที่ผ่านมา  ผมพบว่าคนเป็นผู้บริหาร มักจะมุ่งเน้นไปที่  "ฐานคิด"  อย่างเดียวครับ   คือ  คิดเก่ง   ชอบคิด และ  เร่งคิด   เพื่อพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าทันสมัย   ผลจากการคิดดังกล่าว  ทำให้เกิดสภาพ  "งานเสร็จ  คนไม่สุข"

 

     คุณครูบางท่านก็สอนหนังสือโดนเน้นไปที่ฐานคิด   รีบเร่งให้เด็กคิดให้มาก เพื่อจะได้สอนทันตามเนื้อหา  ผลคือ  เด็กคิดตามได้   แต่ไม่มีความสุขในการเรียน

 

    Facilitator บางท่าน  ก็มองไม่เห็นความสำคัญของ ฐานกาย   ฐานใจ   รีบเร่งเร็วไวตรงไปที่ฐานคิด  แล้วก็มาบ่นว่าผู้เข้าร่วมเวทีไม่ให้ความร่วมมือ

 

     ประเด็นหลักของการใช้ ฐานคิด  อยู่ที่คำสอนของหลวงปู่ดุลย์  ที่ว่าคิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงรู้ แต่ก็ต้องอาศัยความคิด

 

     นั่นคือ ให้ "หยุดคิด"  จึงรู้   การหยุดคิด  คือ  หยุดคิดด้วยความคิดที่เจือปนด้วยกิเลสตัณหา  ถ้ายังมีกิเลสตัณหา   คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ครับ

 

       ดังนั้น  ก่อนที่จะไป ฐานคิด  คงต้องกลับมา "ดูกาย  ดูใจ"  ของตัวเองก่อนครับ  ว่าเป็นอย่างไร มีความเป็นปกติใหม   ยังมีความขุ่นมัว หรือ มีอคติ เจือปนอยู่มากน้อยเพียงใด   โดยให้กลับมาดูที่ปัญญา ฐานกาย  ฐานใจ ของตัวเองก่อน

 

       ถ้าฐานกาย  ฐานใจ  ยังไม่พร้อม   อย่าเพิ่งคิดครับ ให้หยุดคิดเอาไว้ก่อน  เพราะคิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้

 

       หลายๆคน ที่มีความรู้สูง ตำแหน่งสูง อายุสูง ก็มักจะคิดว่าตัวเองเก่ง มีความรู้มาก ประสบการณ์สูง  จึงคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้อง จึงชอบผูกขาดความคิด  มุ่งไปที่ฐานคิด   โดยขาดความรอบคอบในการดูฐานกาย ฐานใจ ของตัวเอง   จึงเป็นความคิดที่มีอคติ  เจือปนไปด้วยความขุ่นมัวจากกิเลส  เป็นความคิดที่เป็นอันตรายครับ

 

     ขณะเดียวกัน การที่จะพัฒนาคนอื่น  ก็คงต้องใช้ปัญญาสามฐานเหมือนกันครับ  คือ  เริ่มจากฐานกาย   ฐานใจ  ก่อนที่จะไป ฐานคิด  นั่นคือ  ต้องพัฒนาด้วยปัญญาทั้งสามฐานอย่างสมดุลย์

 

        ครับ  เรามาเป็น ผู้นำรุ่นใหม่ ที่ดูกาย ดูใจ  ก่อนไปคิด กันดีกว่านะครับ

 

        ทั้งดูกาย ดุใจ  ตัวเอง  และ ดูกาย ดูใจ  ผู้ที่เราจะเข้าไปพัฒนา  เพื่อนำไปสู่ "ฐานปัญญา"  อย่างสมบูรณ์และยั่งยืน