ตอนที่แล้วพูดถึงสำนักความคิดเกี่ยวกับการสร้างกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน 4 สำนักความคิด ซึ่งแต่ละสำนักความคิดก็มีจุดแข็งและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ลองมาดูทีละสำนักความคิดว่าเขามีแนวความคิดกันอย่างไรนะครับ
1. สำนักความคิดด้านทรัพยากร (The Resources School)
สำนักความคิดนี้มี Professor C. K. Prahalad แห่ง The University of Michigan School of Business เป็นผู้นำ โดยศาสตราจารย์ท่านนี้ได้แสดงแนวคิดดังกล่าวไว้ในหนังสือที่ท่านเขียนร่วมกับ Gary Hamel ชื่อว่า “Competing for the Future” ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ได้เสนอแนวความคิดว่าบริษัทแต่ละบริษัทที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีทรัพยากรที่แตกต่างหรือโดดเด่นที่บริษัทคู่แข่งขันไม่มีหรือถ้ามีก็สู้ไม่ได้ โดยทรัพยากรดังกล่าวเรียกว่า “Core Competency” ซึ่งถือเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ (Key Success Factor) ของบริษัทเลยทีเดียว บริษัทที่จะประสบความสำเร็จได้จะต้องหา Core Competency ของตนเองให้เจอ โดยต้องตอบคำถามให้ได้ว่าบริษัทนั้นๆเก่งที่สุดในเรื่องอะไร (What are we best at?) เมื่อค้นพบแล้วว่าตัวเองเก่งที่สุดในเรื่องอะไร ก็จะต้องสื่อสารให้ทุกคนในองค์การหรือบริษัทได้รับทราบทั่วกันเพื่อที่จะได้ร่วมกันพัฒนาและรักษา Core Competency นั้นไว้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีความได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Competitive Advantage) เหนือกว่าคู่แข่งขันและจะสามารถทิ้งห่างจนคู่แข่งขันตามไม่ทัน ตัวอย่างของบริษัทที่มีชื่อเสียงระดับโลกกับ Core Competency ที่ทำให้บริษัทเหล่านี้ประสบความสำเร็จ มีดังนี้ครับ
บริษัท Core Competency
Samsung Miniaturization
(ความสามารถในการสร้างสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็ก)
Toyota Product Quality (คุณภาพผลิตภัณฑ์)
Avon Direct Selling (การขายตรง)
Wal-Mart Supply Chain Management
(การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน)
จุดแข็ง แนวความคิดของสำนักความคิดนี้เชื่อในพลังของความร่วมแรงร่วมใจกันของทั้งบริษัทที่จะผลักดันจุดแข็งของตนเองให้เป็นข้อได้เปรียบเชิงแข่งขัน (Competitive Advantage) อย่างไรก็ตาม แนวความคิดนี้จะบรรลุผลเลิศก็ต่อเมื่อ Core Competency ของบริษัทสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งก็หมายถึงตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายด้วยนั่นเอง
ข้อจำกัด หลายคนมองว่าสำนักความคิดนี้มีวิธีคิดที่คิดจากข้างในออกไปสู่ข้างนอก (Inside-out Thinking) มากกว่าที่จะคิดจากข้างนอกเข้ามาสู่ข้างใน (Outside-in Thinking) คือมองที่ตัวเอง (What are we best at?) มากกว่าที่จะมองไปที่ความต้องการของลูกค้าหรือปฏิกิริยาของคู่แข่งขัน (What do our customers need? หรือ What are our competitors offering?) จุดอันตรายของการมีมุมมองแบบนี้ก็คือ มุ่งอยู่แต่กับตัวเอง ไม่สนใจโลกภายนอก กลยุทธ์ของบริษัทก็อาจจะล้าสมัยหรือตกยุคไปโดยไม่รู้ตัว ถ้าถึงเวลานั้นก็ต้องบอกว่า “ช้าไปแล้วต๋อย”
ไม่อยากให้อ่านแล้วเครียดมากนะครับ ก็เลยต้องขอถือโอกาสยกยอดของสำนักความคิดที่เหลือค่อยๆทยอยลงในตอนต่อไปครับ (น้ำเน่าอีกแล้ว!!!)
ได้ลองอ่านแนวคิดแรก ก็นั่งมองย้อนองค์กรที่ตนเองเคยร่วมงานและกำลังร่วมงานอยู่ อ่านไปได้วิเคราะห์ไปบ้าง เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับการประเมินองค์กรและเตรียมพร้อมในการวางวิสัยทัศน์ที่จะเติบโตต่อไปได้ แต่คงต้องมองหาเคสตัวอย่างมาประกอบเพิ่มเติม .... ขอบคุณมากๆ ค่ะ :)
....สำนักนี้เน้นหาจุดเก่ง หรือ ความสามารถหลักของตนเอง ที่คนอื่นไม่มี ให้เจอ สำนักความคิดด้านทรัพยากร (The Resources School) เริ่มต้นที่มองตนออกว่า ตนเก่งอย่างไร หรือถนัดอย่างไรน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกทาง รอศึกษาสำนักต่อไปครับท่าน...