จงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่...อิ อิ อิ.

สวัสดีครับ  เพื่อน ๆ ยามค่ำคืนเข้ามาเยือนเราอีกแล้ว  ตามที่จริงมันเปลี่ยนมาหาเราทุก 24 ชั่วโมงวนเวียนอยู่อย่างนี้ละ  ขณะที่บรรดามวลญาติเดินทางไปเมืองหาดใหญ่ มีสายรายงานมาตลอดละว่าไปตรงไหนบ้าง  จะกลับมาทันกินข้าวไหม

  ผลคือหลังจากเข้าชมบ้านน้ำแข็งแล้วก็เข้าไปเที่ยวในตัวเมืองไปกิมหยง  ไปหาดสมิหลาหาข้าวค่ำกินกันแล้วข้ามเรือแพขนานยนต์เพื่อกลับบ้านที่ อ. หัวไทร จ. นครศรีธรรมราช 

 ยูมิเลยเข้าครัวหุงข้าว อุ่นแกงส้ม  แกงต่าง ๆ ทำแตงโม  มะม่วงสุก  จัดเตรียมอาหารค่ำสำหรับ ส. ว. ยังมีการคุยกันต่อเกี่ยวกับวิถีชีวิตย้อนไปช่วงเรียน...ไม่เหมือนเด้กวัยรุ่นตอนนี้คือ ช่วงโน้นจะเที่ยวไปแบบลูกคนรวย ๆ ไม่มี 

 ยามกินบางทีไปหาสอยเอามะละกอมาต้มกินแทนข้าว  เด็กวัยรุ่นสมัยนี้ขอเงินพ่อแม่เป็นหมื่นติดกระเป๋าไปเที่ยวได้สบาย...พ่อแม่หาเงินให้ลูกเที่ยว...

ตามที่จริงคนจะเที่ยวได้ต้องเรียนจบทำงานหาเงินได้แล้วจึงไปเที่ยว...อีกเรื่องคุยกันว่า...คนไม่พอใจในสิ่งที่ตนมี  คือเห็นของใหม่อยากได้อยากซื้อไปเรื่อย ๆ เหมือนหมาคาบเนื้อเดินข้ามสะพานมองลงไปในน้ำเห็นเงาตนเองเห็นเนื้อใหญ่กว่าเลยคายจะเอาของใหม่เป็นไง...  

ของอยู่เต็มบ้านดันไปซื้อมาอีกบางคนนะ...ข้อคิดคือ...จงพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่...อิ อิ อิ.