รัก...คือการให้อภัย

การให้อภัย

            ชีวิตของฉันเองในตอนนี้ใคร ๆ อาจคิดว่าเป็นชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบมาตลอด แต่ไม่เลย พวกเขาไม่รู้หรอกว่าที่ผ่านมาฉันต้องเป็นเด็กที่นับว่าผ่านมรสุมชีวิตมาไม่น้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่มันทำให้ฉันเข้มแข็ง และภาคภูมิใจในตัวเองมาถึงทุกวันนี้

           

            ในสมัยฉันเรียนชั้น ป.2  ตอนนั้นแม่คลอดน้องสาวออกมา ฉันมีหน้าที่ซักผ้าอ้อมและทำงานบ้านช่วยพ่อแม่ เพราะแม่พึ่งผ่าตัดคลอดออกมา แต่ฉันก็ทำด้วยความเต็มใจเพราะฉันเห่อน้องเอามากๆ น้องน่ารักมาก  ช่วงเปิดเรียนฉันจะปั่นจักรยานไปโรงเรียนและขายขนมหรือของกินเล่นที่แม่ทำขึ้น  เช่น มะม่วงดอง ถั่วคั่ว หวานเย็น ฉันขายถุงละ 1 บาท เงินที่ได้ในแต่ละวันแม่ฉันจะให้ฝากออมทรัพย์ที่โรงเรียน  ส่วนเงินมาโรงเรียนแม่จะให้ฉันหยิบจากกระป๋องเองโดยไม่ต้องบอกแม่ เพราะแม่ไว้ใจฉันแต่ฉันก็จะบอกแม่ทุกครั้งที่เอาไป เพราะรู้สึกสบายใจดี  มีวันหนึ่งรุ่นพี่ที่โรงเรียนบอกให้ฉันเอาเงินมาให้เขายืม 10 บาท พี่เขาขู่ฉันก็กลัว เลยไปหยิบเงินในกระป๋องมา 10 บาท โดยคราวนี้ไม่ได้บอกแม่เพราะกลัวแม่ดุ แต่ฉันไม่ได้ขโมยนะ เพราะพอพี่เขาเอามาคืนให้ฉันก็เอากลับมาใส่กระป๋องตามเดิม  แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ฉันรู้สึกผิดมาก รู้สึกไม่สบายใจเลยและสัญญากับตัวเองว่าต่อไปถ้าจะเอาเงินไปทำอะไรจะบอกแม่ตลอด

 

            ตอนวันเกิดครบอายุ 11 ปีของฉัน เป็นความรู้สึกที่ฉันจดจำฝังใจ    คือ แม่ตีฉันต่อหน้าผู้คนในตลาดในวันเกิดของฉัน ข้อหาคือเถียงแม่ แต่ฉันก็บอกว่าไม่ได้เถียง ฉันแค่บอกว่าน้องเล่นน้ำเอง ฉันไม่ได้พาเล่น แม่ก็ไม่ฟังคงเพราะห่วงน้องมาก ที่น้องสาวฉันลงเล่นน้ำในคลอง  และฉันเองมีหน้าที่ดูแลน้องแต่กลับไม่สามารถบอกให้น้องเลิกเล่นได้ ตอนนั้นน้องอายุ 4 ขวบ ฉันร้องไห้เดินกลับบ้านด้วยน้ำตา เย็นวันนั้นฉันโกรธแม่และอับอายที่ถูกตีต่อหน้าผู้คนในวันเกิด แม่จำวันเกิดฉันไม่ได้และยังตีฉันอีก ฉันคิดพรางเดินกลับทางลัดที่รกมาก เพราะคิดว่าหากฉันถูกงูกัดตายแม่คงจะเสียใจที่ทำกับฉันแบบนี้  ซึ่งมาทบทวนในตอนนี้มันเป็นความคิดที่โง่มากเพราะถ้าฉันตายจริงๆ แม่คงเสียใจและไม่ให้อภัยตัวเองตลอดชีวิต

           

            ในช่วงปิดภาคเรียนตอนที่ฉันเรียนชั้นประถม  ฉันจะไปรับจ้างแกะกระเทียมกิโลกรัมละ 50 สตางค์ ทุกวันฉันจะห่อข้าวกับปลาแห้งทอดกรอบ บางวันก็ไข่ดาว แต่ส่วนมากเป็นเมนูปลาแห้ง จนเพื่อนๆล้อว่า ฉันชื่อ“อีก้าง” แต่ฉันไม่โกรธเพราะปลาแห้งมันอร่อยดี และฉันก็ตัวอ้วนไม่ได้ผอมเหมือนก้างปลาสักหน่อย พอเลิกจากแกะกระเทียมฉันก็จะกลับบ้านทันที แต่มาวันหนึ่งฉันแอบไปเที่ยวกับรุ่นพี่รุ่นน้องที่เป็นผู้ชาย โดยไปปั่นจักรยานเล่น ปีนต้นไม้ และลงเล่นน้ำในอ่างเก็บน้ำ ฉันยืนในน้ำซึ่งสูงพอดีคอฉันเลย พอกลับบ้านก็ถูกพ่อแม่ตียกใหญ่ ฉันร้องไห้แต่ไม่โกรธท่านทั้งสองเพราะพวกท่านบอกเหตุผลที่ตี เพราะกลัวฉันจมน้ำตาย จากนั้นมาฉันก็เลิกเล่นน้ำ จนโตก็ไม่เล่น ว่ายน้ำก็ไม่เป็น และไม่อยากจะเล่นด้วย เพราะกลัวพ่อแม่จะเป็นห่วง

 

            มาถึงจุด climax ที่ฉันต้องเผชิญกับมรสุมชีวิต  ตอนนั้นฉันน่าจะอยู่ ม.1 พ่อไปมีเมียน้อยทำให้แม่เสียใจอย่างมาก เพราะผู้หญิงคนนั้นคือคนบ้านใกล้ๆกัน ที่พ่อมักพาน้องสาวฉันไปเล่นกับลูกของผู้หญิงคนนั้น จนใกล้ชิดเกินเลยกันตอนนั้นฉันก็เป็นกำลังใจให้แม่ ช่วยแม่ตลอดไม่ว่าแม่จะทำอะไร เช่น ทำอาหารให้ทาน ส่งไปที่ต่างๆที่แม่อยากไป

 

            ครั้งต่อมาเป็นช่วงที่ฉันอยู่ชั้น ม.6 หลังจากที่พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน พ่อกลับมามีเมียน้อยอีก ครั้งนั้นฉันโตพอที่จะรู้อะไรมากมาย ฉันเกลียดและโกรธพ่อมาก ฉันไม่เรียกพ่ออีกเลย ช่วงที่พ่อมีเมียน้อยแม่เสียใจมาก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพราะแค้นมาก ฉันก็แค้นมากเป็นทวีคูณ ฉันคิดว่าไม่มีพ่อก็ได้ แต่จะทำหน้าที่ทุกออย่างเหมือนผู้ชาย และปกป้องแม่ จากนั้นมาฉันเริ่มเหมารวมและเกลียดผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายที่เข้ามาจีบฉันและจะมองในแง่ร้ายเสมอ ฉันคิดว่าจะไม่มีแฟนในความคิดวนเวียนกับการเอาชนะ ทุกวิชาที่เรียนฉันต้องได้คะแนนเยอะกว่าผู้ชาย ซึ่งฉันก็ทำได้จริงๆ และฮึกเหิมไปทุกวัน ฉันยังคิดเลยว่าตนเองจะเป็นโรคจิตหรือไม่

           

           ช่วงไม่กี่ปีต่อมา พ่อกับแม่กลับมาอยู่ด้วยกันอีก ตอนนี้พ่อกลับตัวแล้วฉันก็ให้อภัยท่าน และยอมเรียกว่า “พ่อ” แต่ความแค้นผู้ชายยังฝังลึก ฉันไม่ยอมรับใครเป็นแฟน ไม่ยอมเปิดใจ  จนกระทั่งมาเรียน มช. ฉันมาเจอผู้ชายคนหนึ่งที่เคยเป็นเพื่อนเล่นตั้งแต่ ป.5 ตอนนี้เขาโตเป็นหนุ่มแล้ว และได้มาเรียน ป.โทด้วยกัน ฉันกับเขาค่อยๆผูกพันแบบเพื่อน ต่างช่วยเหลือกันจนทำวิทยานิพนธ์จนจบ  เราเริ่มจากเพื่อนและเขาก็เป็นคนดี จนสนิทสนมกันจนกลายเป็นคนรู้ใจ และลงเอยด้วยการเป็นคนรัก มาวันนี้เขาเป็นชายคนแรกที่ได้รับเกียรติมาเป็นพ่อของลูกของฉัน ฉันเองรู้สึกขอบคุณเขามากที่เป็นผู้เบิกทางให้ฉันออกจากความโกรธแค้นที่ทำให้ฉันมืดมิดมาตลอด เขาเป็นตัวแทนของผู้ชายหลายๆคนที่ฉันให้อภัย และตัดความโกรธแค้นต่อผู้ชายออกไป ...นี่แหละที่เขาเรียกกันว่า “รัก..คือการให้อภัย

                   เพราะแม่ให้อภัยพ่อ...........เราจึงกลับมามีครอบครัวที่อบอุ่น

 

                   เพราะฉันให้อภัยพ่อ............ฉันจึงมีโอกาสเจอผู้ชายดีๆในโลกใบนี้

 

                   เพราะฉันให้อภัยตัวเอง...........ฉันจึงมีวันนี้ วันที่มีความสุข

 

                   และฉันจะให้อภัยทุกคน...........ฉันจะได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน นวัตกรรมฯความเป็นครู



ความเห็น (11)

  • ขอบคุณมากค่ะ กับบันทึกที่ดีมีประโยชน์  และนำไปใช้ กับการให้อภัย
  • ครูอ้อย เห็นหลายคน ระดับปรมาจารย์  เขียนบันทึก....ไม่มีเมตตา
  • อิอิ  ทำตัวเป็นตำรวจโลก  สำรวจ และ ก็กล่าวหาว่า..คนโน้น นี้ นั้น เสมอ
  • มาอ่านบันทึกนี้ ดี น่าประทับใจ  ครูอ้อย ให้ ดาว 5 ดวงเลยค่ะ

สวัสดีปีใหม่ไทย53

เขียนเมื่อ 
  • ตามคุณครูอ้อยมาอ่านค่ะ
  • ชื่นชมมาก  อ่านแล้วมองเห็นภาพรอยพิมพ์ใจในอดีตซึ่งถูกลบเลือน
    ด้วยความเมตตา 
  • "ของกำนัลที่มีค่ามากที่สุดคือการให้อภัย"

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ขอขอบคุณ คุณครูอ้อย แซ่เฮ

มากนะคะ ที่เป็นกำลังใจให้ ดิฉันเองจะพยายามพัฒนาการเขียนต่อไปค่ะ

สวัสดีปีใหม่เมืองเจ้า.....

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณธรรมทิพย์

รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกค่ะ ที่มีผู้สนใจตามเข้ามาอ่านด้วย ถ้าดิฉันมีเวลามากพอเมื่อไหร่ จะเข้าไปเยี่ยมชมนะคะ ขอบคุณมากนะคะ

เขียนเมื่อ 

อภัย คือธรรมคํ้าจุนโลก.......

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณ คุณศิลป์"สติ"

ที่เข้ามาแวะเวียนนะคะ เอ๊ะ คุ้นๆ เราอยู่ section เดียวกันรึเปล่า

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกค่ะ

ขอบคุณสำหรับบันทึกนี้นะคะ

เขียนเมื่อ 

ถูกต้องครับ ไม่รู้นะเนี่ย ว่าเป็นคุณแม่แล้วเหรอครับ...เดี๋ยวจะลองตามไปอ่านนะครับ ขอบคุณมากๆครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะคุณต้นเฟิร์น

ดีใจจังเลยค่ะที่มีคนแวะมาอ่านด้วย ขอบคุณมากนะคะ ไว้คราวหลังจะเข้าไปอ่านของคุณบ้าง

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ ต้นเฟิร์น

ยินดีต้อนรับทุกเมื่อนะคะ ไว้วันหลังจะเข้ามาเขียนใหม่ ขอบคุณนะคะที่เข้ามาติดตาม

เขียนเมื่อ 

ตัวเลขผู้เข้ามาอ่าน ขึ้นถึง 200 แล้วนะ ;)

หมายเลขบันทึก

351618

เขียน

14 Apr 2010 @ 18:08
()

แก้ไข

12 Feb 2012 @ 13:40
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-อนุญาตแบบเดียวกัน
ความเห็น: 11, อ่าน: คลิก