การม้างฮีตทำให้ชาวบ้านสับสนในการใช้ชีวิตประจำวัน ทำลายล้างประเพณีที่ดีงามให้ผิดเพี้ยนจากความดีงามดั้งเดิม

คนล้านนาใช้วิถีชีวิต  ครรลองการประพฤติปฏิบัติที่ดีงามตามประเพณี  ฮีตกอง(จารีต)ตามที่บรรพบุรุษได้สรรค์สร้างไว้  ทำให้เป็นวิถีประเพณีที่ดีงาม  อยู่อย่างสุขสงบจนเป็นที่เลื่องลือว่า  ดินแดนแถบล้านนาคือ  ถิ่นไทยงาม  หมายถึง ดินแดนที่ผู้คนมีวิถีชีวิตอันดีงาม  ทั้งมารยาทดีงาม  ชีวิตที่สงบสุขงดงาม เพราะได้พึ่งพิงอาศัยวัฒนธรรม  ประเพณีที่ผ่านกาลเวลา  หล่อหลอมฝังในสายเลือดกลายเป็นแบบเบ้าสืบทอดสืบต่อกันมา   จนเป็นที่ยอมรับในสังคมของชาวล้านนาว่านี่คือ มรดกทางสังคมที่บรรพบุรุษได้วางและสร้างสรรค์ไว้ให้

ยกตัวอย่างประเพณีสงกรานต์หรือปี๋ใหม่เมืองล้านนา  แต่ก่อนเก่าจะถือเอาการเคลื่อนของดวงอาทิตย์เป็นเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่มีหลักการ  สามารถอ้างอิงได้อย่างมีเหตุผล  มีที่มาตามคติความเชื่อคือ  ถือเอาการเคลื่อนของพระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษ   ณ.  วันใด  วันนั้นคือวันพญาวัน  หรือวันเถลิงศกของคนภาคกลาง   แปลกันง่ายๆคือ  วันขึ้นปีใหม่แท้จริงนั่นเอง

โดยมีลำดับดังนี้  วันสังขานต์ล่อง   วันเนาว์   วันพญาวัน

ฮีตกองหรือจารีตประเพณีที่ดีงามเหล่านี้ชาวล้านนานับถือ เป็นวิถีที่ดีไม่มีข้อแปลกแยกโต้เถียงวุ่นวายกันในสังคม   จึงทำให้สังคมสงบสุขสืบกันมาตราบนานเท่านาน

แต่ปัจจุบัน  เมื่อทางการได้รับการนับเวลาแบบ ฝรั่งเป็นวันที่สากลมาใช้  ทางการกลับได้นำเอาวันที่  มากำหนดเวลาเป็นประเพณีสงกรานต์ซึ่งไร้เงื่อนไข  แปลกแยกจากประเพณีเหง้าเดิมอย่างสิ้นเชิง  ส่งผลให้เกิดการแปลกใจ  โต้เถียง  มีข้อคำถามอย่างงุนงง  สงสัย ทำให้การปฏิบัติไม่เป็นไปตามฮีตกองเดิม  คือ  วันสังขานต์ล่อง   วันเนาว์ และวันพญาวัน  จะเลื่อนไหลไปตามความจริงที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีอย่างแท้จริง

แต่ปัจจุบันทางการกลับประกาศใช้วันที่   13-14-15 เมษายน  เป็นวันสังขานต์ล่อง   วันเนาว์  และวันพญาวันตามลำดับ  กำหนดให้เวลาทั้งสามวันดังกล่าวเป็นวันปีใหม่สงกรานต์คงที่หรือกระด้างมั่นคงอยู่อย่างนี้ตามวันที่กำหนดไว้แล้ว       โดยเฉพาะปี  พ.ศ.  2533  นี้  ความจริงของเวลาสงกรานต์ตามปฏิทิน   วันสังขานต์ล่องคือวันที่  14  เมษายน  วันเนาว์คือวันที่  15  เมษายน    วันพญาวันหรือวันเถลิงศกคือวันที่  16   เมษายน   พ.ศ.2533  ซึ่งเป็นการกำหนดไว้ตามการเคลื่อนของดวงอาทิตย์  ดังแบบเบ้าดั้งเดิมที่มีการสืบทอดต่อๆกันมาจากบรรพบุรุษ

เมื่อมีการเปลี่ยนหรือเอาเวลาตามสากลฝรั่งมาครอบงำดังกล่าว   จึงเกิดความสับสนว่าวันใดกันแน่เป็นวันสังขานต์ล่อง   วันเนาว์ และหรือวันพญาวัน  จะถือตามแบบเบ้าดั้งเดิม  หรือจะต้องปฏิบัติตามทางการกำหนด  เพราะมีผลต่อการไปทำบุญที่วัดเพื่อทานตุง  ทานเจดีย์ทราย   สรงน้ำพระ  เป็นต้น  บ้างก็ถือเอาทางการประกาศคือเอาวันที่เป็นเกณฑ์    บ้างยังคงถือแบบเบ้าเดิมคือเอาวันที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศรีเมษอย่างแท้จริง   ส่งผลให้เกิดความสับสน  เกิดความไม่ตรงกันปันในทางปฏิบัติ

เหตุการณ์อย่างนี้  ผู้เป็นปราชญ์ล้านนาถือว่า   "ม้างฮีต"   คือการเอาสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา  สิ่งที่แปลกใหม่ต่างวัฒนธรรม  ต่างเงื่อนไขมาลบล้างประเพณีที่ดีงาม  ส่งผลให้ฮีตกองหรือจารีตเกิดความเสียหาย 

สิ่งที่ต้องแก้ไขคือการกลับมาเอาเกณฑ์หรือเงื่อนไขแบบดั้งเดิมที่ดีงามแล้วเหล่านั้นมาใช้  ให้วิถีคืนสู่สภาพที่เรียกกันว่าถิ่นไทยงาม

การเอาวัฒนธรรมต่างถิ่นมาครอบงำที่ดีงามพื้นบ้านย่อมเกิดความ  "ขึด"   ความขัดแย้งเป็นการสูญเสียเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างสิ้นเชิง

แล้วทางการจะรับผิดชอบหรือ