สมัยเป็นเด็ก ผู้เขียนจำได้ว่าคุณแม่ผู้เขียนชอบเคี้ยวหมาก และมักมีตะกร้าหมากวางไว้ใกล้ตัวเสมอ ขนาดไปงานเลี้ยงคุณแม่ใส่ผ้าถุงไหมอย่างสวยงามแต่มือหิ้วตะกร้าหมาก ไม่ยักกะหิ้วกระเป๋าแบรนด์เนมแพง ๆ 555++
ผู้เขียนไม่ค่อยชอบกลิ่นของตะกร้าหมากสักเท่าไหร่ แต่ชอบไปคุ้ยตะกร้าหมากเพื่อหาว่า "กลิ่นที่ไม่ชอบนั้น" มันคือกลิ่นอะไร จนได้พบต้นตอของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์คือ "ใบอ้ม" (ไม่รู้จริง ๆ ว่าคนภาคกลางเรียกว่าใบอะไร อิอิ) กลิ่นมันตุ ๆ ไงไม่รู้ คุณแม่ชอบใส่ไว้ใน "แอบนวด"
ในตะกร้าหมากนอกจากจะมี ใบอ้ม, แอบนวด แล้วยังมี หมาก ใบพลู ปูนขาวหรือปูนแดง (ไม่ใช่ตราเสือหรือตรานกอินทรีย์น่ะค่ะ คนละอย่างกัน) เสี้ยนที่เป็นเนื้อไม้จากต้นคูน ยาเส้น และมีดเสี่ยน
เวลาจะเคี้ยว คุณแม่จะนำ ใบพูลมารองแล้ววาง หมาก เสี่ยน ตามด้วยป้ายปูนขาวหรือปูนแดงแล้วห่อรวมกันนำมาเคี้ยว กรุมกรับอยู่สักพักจะได้น้ำหมาก คุณแม่ค่อยบ้วนทิ้ง ผู้เขียนเลยลองหัดเคี้ยวหมาก เมาแทบตายเกือบตก "ตาแข้" อิอิอิ
ผู้เขียนสังเกตเห็นฟันคุณแม่ค่อนข้างแข็งแรง ไม่เคยมีกลิ่นปากและไม่มีฟันผุสักซึก แต่แม่ชอบบ่อยว่า "เข่วแม๋บ่ดี"
ผู้เขียนสวนกลับว่า "อ้าว เข่วบ่ดี คือกินคูนเป็นต้น"
เมื่อบ้วนหมากทิ้ง คุณแม่จะเอายาเส้นมาสีรอบ ๆ ฟันและเหงือก จากนั้นค่อยหยิบ แอบนวด มาสีนวดรอบ ๆ ปาก เหมือนเราทาลิปสติก
ทีนี้เรามาดูกันน่ะค่ะว่า "มีดเสี่ยน" คุณแม่เอามาทำอะไร ท่านจะนำมาหั่นลูกหมากให้เป็นซีกเล็ก ๆ วิธีการหั่นคือ นำลูกหมากทั้งลูกยัดเข้าไประหว่างกลางของมีดเสี่ยนแล้วใช้มือข้างเดียวออกแรงบีบเพื่อผ่าให้ลูกหมากออกเป็นสองซีกแล้วแคะเอาเนื้อหมากข้างในมารวมในห่อใบพลูค่ะ ส่วนเปลือกหมาก คุณแม่จะผ่าครึ่งของซึกนั้น นำมาขัดฟันรอบ ๆ ให้ทั่ว นัยว่าป้องกันฟันดำจากการเคี้ยวหมาก (แล้วแม่จะเคี้ยวทำไมนี่ ...ไม่เข้าใจ) อิอิอิ
ความหมายภาษาอีสาน
เสี้ยน...................เศษของเนื้อไม้ที่ถูกผ่าเป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย เพื่อสะดวกในการนำมาเคี้ยว
มีดเสี่ยน...............มีดที่มีลักษณะ มีปลายจัดสองด้ามขนาดเหมาะมือ และด้านหนึ่งมีใบมีด (ให้นึกภาพมึดตัดหัวหมาที่ใช้ประหารคนชั่วในหนังเปาปุ้นจิ้น) แ่ต่มีด้ามจับ
ใบอ้ม..................ไม่รู้ว่าภาษากลางเรียกว่าอะไร อิอิ
แอบนวด.............ตลับที่บรรจุขึ้ผึ้ง
ตาแข้.................เก้าอี้ที่สามารถนั่งได้หลาย ๆ คน ทำจากไม้ไผ่ แถวอีสานมีเยอะโดยเฉพาะแถว ๆ บ้านนอก
เข่วแม๋บ่ดี............ฟันแม่ไม่ค่อยแข็งแรง
สีรอบ ๆ..............ถูรอบ ๆ
สวัสดีค่ะ
อ่านแล้วนึกถึงคุณแม่ค่ะ อายุ 82 ปี แต่ยังเคี้ยวหมากทั้งๆที่บอกว่าฟันไม่ดี ของชอบของท่านจริงๆ คงเหมือนเราติดกาแฟค่ะ
เรียน คุณถาวร
แล้วอย่าลืมกลับบ้านในวันสงกรานต์ เพื่อไปตำหมากให้คุณยายเคี้ยวน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
คุณย่าก็กินหมากเหมือนกันค่ะ
เรียน คุณอรนุช
แล้วอย่าลืมไปตำหมากให้คุณย่าเคี้ยวน่ะค่ะ ปะเดี๋ยวท่านจะบ่นว่า "เข่วแม่บ่ดี" อีก อิอิ
สวัสดีครับ
ผมกำลัง ทำโครงงานวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหมาก ผมสงสัยว่าทำไมถึงว่า เคี้ยวหมา ฟันดำ
ถามว่า คนเคี้ยวหมาก ฟันดำใช่ไหมครับ ฟันดำยังไง ดำเรียบสนิท หรือดำแต่ฟันหน้าที่ผิวแล้วตามร่องฟันกรามไม่ดำ แล้วริมฝีปาก เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม ดำรึเปล่า แล้วดำเท่ากับฟันรึเปล่า แล้วถ้าดำทำไมเขาถึงบอกกันแต่ว่าเคี้ยวหมากแล้วฟันดำเท่านั้น
คือผมลองเอาฟันที่ถอนแล้วมากแช่ในหมาก พลู ปูนแดง ยาเส้น พบว่า รากฟันมันดำกว่าที่ตัวฟัน...
ขอคำแนะนำ ข้อคิดเห็นด้วยนะครับ
ชอบคุณครับ
เรียน คุณวรพันธ์
เคี้ยวหมากเป็นเวลานานๆ จะทำให้ฟันดำได้ค่ะ คุณแม่ผู้เขียนเวลาท่านเคี้ยวหมากเสร็จท่านจะบ้วนและคายหมากทิ้ง แล้วให้เปลือกหมากมาหั่นทางขวาง แล้วนำมาขัดฟันบริเวณรอบ ๆ จะทำให้ฟันขาวเป็นแวววาว แต่ในส่วนที่ขัดไม่ถึง หมายถึงบริเวณซอกฟันน่ะค่ะ จะเป็นเป็นร่องน้ำตาลเข้มจากเนื้อหมากที่เคี้ยวค่ะ คนแก่สมัยโบราณ ไม่เป็นรำมะนาดและไม่ปวดฟันเหมือนคนสมัยนี้ และไม่มีกลิ่นปากด้วยค่ะ บริเวณรอบ ๆ ปาก ถ้าเช็ดไม่สะอาดก็จะมีคราบแดง ๆ ของหมากติดอยู่น่ะค่ะ โดยเฉพาะมุมปากทั้งสองข้าง ส่วนในบริเวณปากไม่ปรากฏเห็นว่าจะแดงหรือดำ แต่ผู้ชายสมัยโบราณบางคนเขาเึคี้ยวหมากตลอดเวลานั้น ฟันดำบี้หมดปากเลยค่ะ สมัยโน้นเขาถือว่า เท่และเซ็กซี่ค่ะ พอจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม ออกกฏหมายห้ามเคี้ยวหมากและคายหมากใส่พื้น ความนิยมในการเคี้ยวหมากก็คายลงเยอะค่ะ ผู้เขียนเล่าจากประสบการณ์จริงน่ะค่ะ ขออภัยด้วยที่ไม่สามารถหาข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์มายืนยันคุณวรพันธ์ได้ แต่คิดว่าท่านคงสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมตามห้องสมุดได้น่ะค่ะ
ขอบคุณครับ
ผมก็อยากได้ข้อมูลในหลายๆมุมด้วย