เป็นสถานที่ที่พรหมลงมากินง้วนดิน จนร่างกาย หนักทึบ ไม่สามารถกลับพรหมโลกได้ และต่อมาได้กลายเป็นมนุษยโลกจนตราบเท่าทุกวันนี้
พญานาคเป็นสัตว์สวรรค์กึ่งเทพ อยู่ที่สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ที่เมืองบาดาล สามารถแปลงร่างเป็นมนุษย์ และใช้ชีวิตอยู่บนเมืองมนุษย์ได้ แต่ไม่เกินคราวละ 15 วัน ดังนั้นเมื่อครั้งที่พญาศรีสุทโธ ได้ปกครองคลองคำชะโนด จึงได้ขอแก่พระอินทร์ว่า ขอให้มีทางขึ้นลงระหว่างสวรรค์ และโลกมนุษย์ด้วย พระอินทร์จึงทรงโปรดให้ ที่ 3 แห่ง เป็นทางขึ้นลง ระหว่างเมืองมนุษย์ และเมืองบาดาลได้ คือ
1. ที่ธาตุหลวงนครเวียงจันทน์
2. ที่หนองคันแท
3. ที่พรหมประกายโลก (ที่คำชะโนด)
โดยเฉพาะที่คำชะโนดนี้ เป็นสถานที่สำคัญ ตามตำนาน พรหมสร้างโลก กล่าวคือเป็นสถานที่ที่พรหมลงมากินง้วนดิน จนร่างกาย หนักทึบ ไม่สามารถกลับพรหมโลกได้ และต่อมาได้กลายเป็นมนุษยโลกจนตราบเท่าทุกวันนี้
ขอเล่าเรื่องพรหมประกายโลก ตามที่ได้ศึกษาค้นคว้ามานะคะ
แต่เดิมเมื่อโลกอุบัติขึ้นในจักรวาล ยังไม่มีมนุษย์ แผ่นดินในสมัยนั้นบริสุทธิ์ บังเกิดง้วนดิน มีลักษณะเหมือนนมข้นที่เคี่ยวจนงวด ลอยอยู่เหนือพื้นน้ำ มีกลิ่นหอมหวาน รสประดุจดั่งน้ำผึ้ง พรหมซึ่งอยู่ในพรหมโลก มีร่างเป็นทิพย์ โปร่งใสสว่างในตัว เนื่องจากเป็นผู้ปฏิบัติธรรมระดับฌาณขึ้นไป ใช้ปิติ เป็นอาหาร แต่เมื่อได้กลิ่นง้วนดิน จึงลงมาสู่โลกมนุษย์ และกินง้วนดินนั้น เมื่อกินของที่หยาบกว่า ร่างกายก็ทึบแสง แสงสว่างก็หายไป สีผิวพรรณก็แตกต่างกันไป จึงเกิดการดูหมิ่น รังเกียจกัน ตั้งแต่บัดนั้นมาและพรหมเหล่านั้น ก็กลับพรหมโลกไม่ได้ ต่อมาอาหารที่ปราณีตอย่างง้วนดิน ก็เปลี่ยนไปเป็น กระบิดิน เครือดิน จนถึงข้าวสาลีไม่มีเปลือก ที่กินเท่าไหร่ ก็จะกลับปรากฏเท่าเดิม ไม่มีหมด ต่อมาความโลภเกิดขึ้น มีการกักตุนอาหาร และหวงแหน แย่งชิง อาหารก็เปลี่ยนแปลง หยาบลงเรื่อยอีก ยิ่งกินของหยาบ จิตใจก็หยาบขึ้นไปเรื่อยๆ มีกิเลสครอบงำเพิ่มขึ้น และจิตใจเสื่อมทรามไป บางพวกคิดได้ ก็หันกลับมาปฏิบัติธรรม ยกระดับจิตใจของตนใหม่ เช่นนี้
ที่จริงยังมีรายละเอียดอีกมาก แต่ผู้เขียนเล่าโดยย่อ เพื่อให้ทราบถึงที่มาของ ดินแดน"พรหมประกายโลก" หรือ คำชะโนดแห่งนี้ ว่าเป็นที่บังเกิดของง้วนดิน ที่ทำให้เกิดมนุษย์โลก จนถึงปัจจุบันนี้
โลกเราอุบัติขึ้นมา กาลนานแล้ว มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ให้เราได้ศึกษา เพื่อการพัฒนาต่อไป และเรื่องที่เกิดขึ้นในพระพุทธศานา ล้วนเป็นเรื่องที่เราสามารถศึกษาต่อเนื่อง จนเห็นความเป็นไป ถึงปัจจุบันได้ดี
คำชะโนดวันนี้ อาจเป็นแค่พื้นดินบนโลกมนุษย์ ที่มองด้วยตาเปล่า ก็จะเห็นเป็นเพียงป่าครึ้มๆ สักแห่งหนึ่ง มีต้นไม้แปลกๆเกิดขึ้น และผู้คนก็ไปตามจริตศรัทธา ในสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
....แต่....
ผู้เขียนอยากเชื้อเชิญทุกๆท่าน ลองไปคำชะโนดสักครั้ง ไปด้วยใจที่สบายๆ ไม่ได้คาดหวังอะไร ไปดูด้วยตาตนเอง ถึงความธรรมดาเหล่านั้น
...สำหรับสิ่งที่สัมผัสด้วยใจนั้น...ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ...
อยากรู้จัง ว่าถ้าสัมผัสด้วยใจจะรู้สึกอย่างไรนะ
สวัสดีค่ะคุณแก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เหมือนกับที่คุณ Andrew บอกไว้
การสัมผัสด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยกาย แป็นความรู้เฉพาะตน
เหมือนเรามองเห็นดอกไม้ด้วยตา เห็นสี แสงสวยงาม กลิ่นหอม
แต่ถ้าสัมผัสด้วยใจเราจะพบว่า ดอกไม้นี้ช่างงามละเอียดอ่อน
ตรึงตรา ตรึงใจ กลิ่นก็กำซาบ ชื่นใจ
พลอยให้เกิดความรู้สึกว่า เป็นสิ่งที่มีคุณค่า น่าทะนุถนอม สุขใจ
สบายอารมณ์ เป็นต้น
แต่มีอีกหลายเรื่องที่เป็นความรู้สึกสัมผัสทางใจ
เขียนเป็นคำบรรยายากจังเลยค่ะ
ลองไปเที่ยวคำชะโนดสักครั้ง แล้วจะได้รู้
สวัสดีค่ะคุณ Andrew
ยังเป็นกัลยาณมิตรที่ดีเสมอ
ขอบคุณที่มาช่วยอธิบาย
การสัมผัสด้วยใจ เหนือคำบรรยายนะคะ
และละเอียดอ่อนจนต้องเข้าใจด้วยตนเอง
ผู้ใดสัมผัส ผู้นั้นจะรู้เอง นะคะ
นำพรแก่ท่านและครอบครัว
ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง
เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ
บรรดาแม่น้ำในห้วยหนองคลองบึงบางต่างๆ
ย่อมไหลลงไปสู่มหาสมุทรสาครให้เต็มเปี่ยมฉันใด
ด้วยอำนาจกุศลผลสุจริตทาน ที่ท่านทั้งหลาย
ได้กระทำมาแล้วโดยชอบจงเข้าไปสำเร็จแก่เปรตชนทั้งหลาย
มีมารดาบิดา ปู่ย่า ตายาย ญาติ มิตรสหาย เป็นต้น
ที่ล่วงลับไปแล้ว ยังปรโลกฉันนั้นเถิด
อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ
สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา
มะณิ โชติระโส ยะถา
ความปรารถนาอันใด ที่ท่านทั้งหลายตั้งไว้แล้วโดยชอบ
จงเข้าไปสำเร็จสมดังความมุ่งมาดปรารถนาอย่าได้ช้า
อย่าได้นาน ความดำระในใจอันใด ที่ท่านทั้งหลาย
ดำริไว้แล้วโดยชอบ จงสมบูรณ์โดยชอบ
สมดั่งมโนรสทุกอย่างทุกประการ
อนึ่งเล่า พระจันทณ์อันมณฑลย่อมโสภณ
ในวันเพ็ญปุรณมีดิถีที่ ๑๕ ค่ำแล
มีฉันใด ขอความปรารถนาของท่านทั้งหลาย
จงเข้าไปเต็มเปี่ยมฉันนั้นเถิด
อนึ่งเล่าแก้วมณีอันมีนามว่าโชติรส
ย่อมยังความปรารถนาของพระเจ้าจักรพรริดราช
ให้สำเร็จได้ฉันใด ขอความปรารถนาของท่านทั้งหลาย
จงเข้าไปสำเร็จฉันนั้นเถิด
สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ
มา เต ภะวัตวันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ
เสนียดจัญไรทั้งหลาย จงเสื่อมสูญหาย
สรรพทุกข์ สรรพโศก สรรพโรค สรรพภัย
จงพินาศสูญไป
ขอสรรพอันตรายทั้งหลาย จงอย่าได้มา
พ้องพานในจิตสันดานของท่านทั้งหลาย
ขอท่านทั้งหลายจงมีความสุข มีอายุยืน
ทุกคืนวัน มิได้ขาด
อะภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน
จัตตาโร ธัมมา วัฑฒันติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง
อนึ่งเล่า วุฒิธรรม ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ
ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้เคารพนบนอบในวุฒิบุคคล
(คือ ชาติ วุฑโฒ ผู้เจริญโดยชาติ,
วยวุฑโฒ ผู้เจริญโดยวัย,
คุณวุฑโฒ ผู้เจริญโดยคุณ เป็นนิตย์
กิจเหล่านี้ เป็นอันว่าท่านทั้งหลาย
ได้บำเพ็ญมาแล้วโดยชอบ)
วุฒิธรรม ๔ ประการ คือ
อายุ ขอให้ท่านทั้งหลาย
จงมีอายุยืนยง คงทน ตลอดไปชั่วอายุขัย,
วรรณะ ขอให้ท่านทั้งหลาย
จงมีผิวพรรณผ่องใส สะอาดปราศจากมลทิน
เหมือนพระจันทร์อันโสภณในวันเพ็ญปุรณมี,
สุขะ ขอให้ท่านทั้งหลาย
จงมีความสุขกาย สบายจิตเป็นนิมิตเครื่องหมาย
ตลอดไปทุกอิริยาบถ,
พละ ขอให้ท่านทั้งหลาย จงปรากฎสมบูรณ์ด้วยกำลังกาย
และวาจา ทั้งกำลังปัญญาและกำลังทรัพย์
พร้อมทั้งลาภยศ (วัฑฒันตุ ขอให้พรทั้งหลาย
ที่บรรยายมานี้ จงปรากฎวัฒนาการให้ได้
ประสบความสำราญทุกเมื่อ)
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
๑) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลจงเกิดมี
๒) ขอทวยเทพเจ้าเหล่าอทิสสมานกาย
ซึ่งสถิตอยู่ในที่ทุกสถานวิมานมาศ
จงช่วยวางอำนาจปกครองป้องกันท่านทั้งหลาย
ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง
๓) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล
จงเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญ
กุศล มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น
ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไปสิ้นกาลนาน
สมดังปณิธานความปรารถนาจงทุกประการเทอญ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะธรรมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
๑) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลจงเกิดมี
๒) ขอทวยเทพเจ้าเหล่าอทิสสมานกาย
ซึ่งสถิตอยู่ในที่ทุกสถานวิมานมาศ
จงช่วยวางอำนาจปกครองป้องกันท่านทั้งหลาย
ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง
๓) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล
จงเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญ
กุศล มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น
ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไปสิ้นกาลนาน
สมดังปณิธานความปรารถนาจงทุกประการเทอญ
ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา
สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต
๑) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลจงเกิดมี
๒) ขอทวยเทพเจ้าเหล่าอทิสสมานกาย
ซึ่งสถิตอยู่ในที่ทุกสถานวิมานมาศ
จงช่วยวางอำนาจปกครองป้องกันท่านทั้งหลาย
ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งปวง
๓) ขอสรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล
จงเกิดมีแก่ท่านทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญ
กุศล มีทาน ศีล ภาวนา เป็นต้น
ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาสืบไปสิ้นกาลนาน
สมดังปณิธานความปรารถนาจงทุกประการเทอญ
กราบนมัสการพระคุณเจ้านาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เข้ามารับพรหลายรอบเลยเจ้าค่ะ
และโพสตอบแต่ไม่ขึ้นเว็บหลายรอบด้วย
เป็นบุญที่ได้มีโอกาสร่วมอนุโมทนาบุญการบวชครั้งนี้
และขอให้เจริญในธรรมะ ยิ่งๆขึ้นไปเจ้าค่ะ
สาธุ สาธุ สาธุ