ไม่ใช่ปิลาตคนเดียวที่ตัดสินประหารชีวิตพระองค์ แต่เป็นพวกเราทุกคน เพราะบาปของเราทุกคนพระองค์ถึงต้องรับทรมานเพื่อไถ่บาปของเรา ให้เราเตือนตัวเราเองเสมอทุกครั้งที่เราทำบาป ว่าบาปนั้นเป็นที่เคืองพระทัยของพระเป็นเจ้า เพื่อเราจะได้หันกลับมาหาพระองค์ ขอคืนดีกับพระองค์ ให้รักพระองค์มากกว่ารักตนเอง ถ้าเรามัวแต่หันหน้าเข้าหาบาปตลอดเวลา แล้วการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้าจะไร้ผลกับชีวิของเรา...

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 2 เมษายน มีโอกาสได้ไปร่วมงานของคริสต์ชนที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีงานรำลึกถึงวันสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ซึ่งในวันนี้ชาวคริสต์ชนหลั่งไหลมาร่วมพิธีมากมาย และที่น่าศรัทธาที่สุดคือบุคคลท่านหนึ่งได้รับบทเป็นพระเยซู ต้องโดนเฆี่ยนด้วยแส้ซึ่งทำมาจากหนังและใช้การเฆี่ยนจริงมี โดยมีที่รับบทเป็นพระเยซูมีเพียงเสื้อที่ทำจากผ้าดิบเพียงตัวเดียวเท่านั้น เสียงแส้กระทบเนื้อฟังแล้วเจ็บแทน หลายคนเดินตามแล้วร้องไห้ ความรู้สึกนี้เข้าใจดีเพราะเมื่อ 4 ปีที่แล้วมีโอกาสได้ไปครั้งแรก เดินร้องไห้ตามพระเยซูตั้งแต่เริ่มต้นจนพระองค์ถูกประหารชีวิตบนไม้กางเขน

พระเยซูทรงทราบว่าพระองค์จะถูกประหารชีวิต

 

พระเยซูถูกตัดสินประหารชีวิต

 

ประชาชนของพระองค์เดินตามพระองค์ ขณะถูกนำไปประหารชีวิต

 

เมื่อมีการกล่าว "เชิญคุกเข่า" ทุกคน ณ ที่นั้นพร้อมใจกันนั่งคุกเข่า

 

คุณป้าเล่าว่า ผู้ที่รับบทเป็นพระเยซู เป็นคนจังหวัดจันทบุรีและบ้านอยู่ใกล้กับโบถส์ที่จันทบุรี ท่านผู้นี้ได้ไปค้าขายที่ประเทศลาว และทุกปีท่านจะกลับมารับบทเป็นพระเยซู

 

ผู้มาช่วยพระเยซูแบกไม้กางเขน

 

แต่ละบ้านจะตั้งโต๊ะพระรูปของพระแม่มารีอา และพระเยซูประดับประดาด้วยเทียนอย่างสวยงาม

 

พระเยซูปลอบพระแม่มารีอา

 

พระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน