ภูมิศาสตร์แห่งความสุข : The geography of bliss

              ผมอ่านหนังสือแปล  เรื่อง  The geography of bliss เขียนโดย Eric Weiner   แปลเป็นไทยว่า ภูมิศาสตร์แห่งความสุข  โดยคุณโตมร ศุขปรีชา

 

 

 

       

         จั่วหัวหน้าปกหนังสือที่แปลเป็นไทยมาแล้วว่า 

 

          ความสุข คือ อะไร

 

          ตามล่าหาความสุขที่แตกต่างของ 10  ประเทศ ทั่วโลก

 

         เนเธอร์แลนด์   สวิตเซอร์แลนด์   ภูฏาน    กาตาร์    ไอซ์แลนด์

     มอลโตวา     สหราชอาณาจักร    อินเดีย    อเมริกา   และ   ประเทศไทย 

  

        ผมขอนำแต่คำนิยามความสุขสั้นๆ ของแต่ละประเทศที่ผู้เขียนสรุปไว้มาเผยแพร่ครับ  รายละเอียดที่มาที่ไป จะไม่ขอนำมาลง   แต่จะขอเจาะลึกเฉพาะกรณีความสุขประเทศไทย  เพราะน่าสนใจดีครับ

 

         ผู้เขียนบอกว่า

 

         เนเธอร์แลนด์    :   ความสุข คือ  ตัวเลข

 

        สวิตเซอร์แลนด์  :  ความสุข  คือ  ความน่าเบื่อ

 

        ภูฏาน  :  ความสุข  คือ   นโยบาย

 

        กาตาร์ :   ความสุข  คือ   การถูกหวย

 

        ไอซ์แลนด์   :  ความสุข    คือ    ความล้มเหลว

 

        มอลโตวา :   ความสุข คือ   ที่แห่งอื่น

 

        สหราชอาณาจักร   :  ความสุข คือ  งานที่คืบหน้า

 

        อินเดีย    :    ความสุข คือ ความขัดแย้ง

 

        อเมริกา  :    ความสุข   คือ  บ้าน

 

        และ   ท้ายที่สุด ประเทศไทย  ที่สรุปแล้ว  ทำเอาผมอึ้งไปเลยครับ   ผู้เขียนบอกว่า

 

        ไทย   :   ความสุข คือ  การไม่คิด

 

 

       คงต้องบอกว่าเป็นมุมมองเพียงส่วนหนึ่งของผู้เขียนนะครับ  ความเป็นจริงอาจไม่ใช่อย่างที่ผู้เขียนเขียนมาก็ได้   แต่เป็นมุมมองที่น่าสนใจ  จึงขอนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันครับ

 

 

        เท่าที่ผมอ่านดูทั้งหมด  ผมก็รู้สึกคล้อยตามนะครับว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ  เนื่องจากภูมิศาสตร์ของแต่ละประเทศ  จะเป็นตัวกำหนดความสุขของคน  โดยเฉพาะสังคมไทย  ถ้าวิเคราะห์กันตามสภาพภูมิศาสตร์ทำเลที่ตั้งแล้ว   สภาพดังกล่าว   จึงต้องทำให้ความสุขของคนไทยอยู่ที่การไม่คิดครับ จึงจะอยู่รอด 

 

       ในกรณีประเทศไทย   ผู้เขียนบอกว่า  คนไทยขี้ระแวงความคิด และ  ไม่ไว้วางใจการคิด   ก็จึงไม่คิด   เนื่องจากเกรงว่าความคิดจะไปกระทบความสัมพันธ์กับผู้อื่น  และ นิยามชีวิตของประเทศไทยมาจากคำพูดที่ว่า "เธอจริงจังเกินไปนะ"  "อย่าคิดให้มากนัก"   เวลามีปัญหาก็มักใช้วิธีไม่เป็นไร  ประเภทที่ปล่อยให้มันผ่านไปแล้วมีชีวิตอยู่ต่อ

 

      ครับ  ผมคิว่าที่ผู้เขียนเขียนมาก็มีส่วนเป็นจริงอยู่บ้างครับ ที่ว่าความสุขของคนไทย อยู่ที่การไม่คิด  เมื่อพิจารณาจากสภาพภูมิศาสตร์ของทำเลที่ตั้ง

 

      ผลของการมีความสุขของคนไทย อยู่ที่การไม่คิด   ผมว่าก็มีทั้งจุดแข็ง และ จุดอ่อนนะครับ

 

       จุดแข็งของการไม่คิดในสังคมไทย   มาจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมในสังคมไทยที่สั่งสมมายาวนาน   ทำให้ประเทศไทยมีความสงบสุขอยู่ได้จากการใช้อำนาจ    โดยไม่ปล่อยให้คนคิดกันมาก   คิดเฉพาะผู้มีอำนาจ   แล้วให้คนในสังคมปฏิบัติตาม โดยไม่ต้องคิด   ขณะที่ประเทศฝั่งตะวันตกที่เป็นประเทศให้ส่งเสริมการคิด  กลับเป็นประเทศที่ไม่มีความสงบร่มเย็น  มีอาชญากรรม   มีคดีต่างๆมากมาย   เพราะปล่อยให้คนคิดอย่างเสรี   

 

      ขณะเดียวกันต้องยอมรับ การไม่คิด  ของคนในประเทศไทย  ก็มีจุดอ่อนอยู่มากมายเช่นกัน   เนื่องจากสภาพสังคมโลกเปลี่ยนแปลงไปมาก   มีความเจริญต่างๆ ของกระแสบริโภคนิยมที่ต้องรู้เท่าทัน  การไม่คิดจะตกเป็นเหยื่อของผู้มีอำนาจ

 

      ทีนี้  เมื่อ  "การไม่คิด" ของคนไทย  เป็นทั้ง จุดแข็ง และ จุดอ่อน  อยู่ในตัว   ดังนั้น   "การคิด"  จึงต้องผสมผสานความพอดีให้ลงตัว   ระหว่างจุดแข็งและจุดอ่อน

 

       นั่นคือ   อย่าคิด   ให้ไปกระทบอำนาจ    แต่ ควรคิดให้สอดคล้องกับระบบอำนาจ  หรือ  คิดเท่าที่ระบบอำนาจจะยอมรับได้   จึงจะเป็นมรรคเป็นผล

 

      การคิด  ในสังคมไทย  จึงต้องอาศัย ทั้ง "ศาสตร์" และ "ศิลป์"  ควบคู่กันไปครับ   เพื่อให้การคิดเป็นจริงได้โดยไม่เป็นพิษเป็นภัย  และ  ไม่กระทบต่อความสัมพันธ์