เพลงพื้นบ้าน

     เพลงพื้นบ้านเป็นสมบัติของชาวบ้าน….ที่กำเนิดมาจากการร้องเล่นในวิถีชีวิตประจำวันของบรรพชนไทยมาตั้งแต่เกิดจนตาย  บทร้องและท่วงทำนองที่ประกอบเครื่องคนตรีง่ายๆ  สื่อถึงอารมณ์  ความรู้สึกและความคิด  ผ่านเข้ามาในบทเพลงกล่อมเด็ก  เพลงประกอบการละเล่น  เพลงปฏิพากย์ประจำท้องถิ่น เช่น เพลงพวงมาลัย เพลงฉ่อย  เพลงเหย่ย  เพลงเกี่ยวข้าว เพลงเรือ  ลำตัด และเพลงประกอบพิธีกรรมต่างๆ 

 

    เพลงพื้นบ้านอาศัยการจดจำต่อๆกันมา  ไม่มีลายลักษณ์อักษรบันทึกไว้เพื่อเป็นการเป็นหลักฐานอ้างอิงแหล่งที่มาได้  คนไทยในอดีตจึงใช้เพียงทักษะการฟัง การจดจำ  และปฏิภาณภูมิปัญญาในการถ่ายทอดเพลงเท่านั้น   และเมื่อมีการเผยแพร่สืบทอดจากท้องถิ่นหนึ่งไปยังอีกท้องถิ่นหนึ่งตามวิถีประชา ทำให้เพลงพื้นบ้านมีท่วงทำนองและถ้อยคำภาษาเป็นของเฉพาะท้องถิ่นแตกต่างกันไป 

 

       การส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้และฝึกฝนเพลงพื้นบ้านในกิจกรรมการเรียนการสอนและกิจกรรมวันสำคัญต่างๆที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมไทย   เป็นการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งให้เยาวชนปัจจุบัน ได้ศึกษาถึงภูมิปัญญาทางภาษาที่สอดแทรกวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของบรรพชนไว้ในเพลงพื้นบ้าน   หากเยาวชนได้เรียนรู้และเข้าใจถึงความสำคัญ  ได้มีโอกาสฝึกทักษะการร้องเล่นจากบทเพลงพื้นบ้านแล้วสามารถนำไปเปลี่ยนแปลงประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตไทยในปัจจุบันได้  ก็จะเป็นการช่วยสะท้อนภาพสังคมสืบต่อกันตามยุคสมัย  จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์แห่งกาลเวลาสืบต่อกันไปได้อีก  

  

            จากการเขียนบันทึกที่แล้วเรื่องเพลงขอทาน  ทำให้ผู้เขียนเกิดความคิดในการรวบรวมผลงานของกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  โรงเรียนจ่านกร้อง  เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมเพื่อฝึกฝนให้นักเรียนร้องเล่นเพลงพื้นบ้านที่สะท้อนภาพวิถีชีวิตของคนไทยสมัยก่อน   มาบันทึกไว้เพื่อให้เป็นแบบอย่างและสร้างแรงบันดาลใจในการช่วยอนุรักษ์ด้วยการการจัดกิจกรรมให้เยาวชนได้มีเวทีแห่งการแสดงเพื่อฝึกฝนเยาวชนให้รักเพลงพื้นบ้านตำนานวิถีชีวิตไทย

 

      การละเล่นเพลงพื้นบ้าน ในกิจกรรมวันสำคัญต่างๆของนักเรียนโรงเรียนจ่านกร้อง ซึ่งมีความคาดหวังให้เยาวชนมีการสั่งสมส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและใช้สอยเพลงพื้นบ้าน (ความบันเทิงย้อนยุค) นำมาปรับเปลี่ยนบทร้องให้มีความหมายและเกิดความสนุกสนานด้วยการแทรกถ้อยคำภาษายุคปัจจุบันให้ลงตัวไปกับท่วงทำนองและลีลาการละเล่นในอดีต

 

 ภาพการแสดงเพื่อคงคุณค่าแห่งการศึกษาและการอนุรักษ์เพลงพื้นบ้าน

ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมตลอดไป

************

 ตัวอย่าง เพลงพวงมาลัย ( บทเกี้ยวกัน)

                         (ช) ลอยล่อง                    พี่จะขอร้องเป็นเพลงพวงมาลัย

                        น้องจะเล่นก็เล่น                    จะให้วงพี่เย็นทำไม

                       น้องจะรำก็รำ                         คนสวยอย่าร่ำพิไร

                       ช่อมะม่วงพวงมาลัย                รำได้รำไปเถิดเอย

                          (ญ) ลอยมา                          ลอยมาจะขอฟัง                  

                    พี่มายืนเป็นแถว                           พี่มีเมียแล้วหรือยัง

                       ผมกระจายลายกระจัง                  บอกน้องบ้างเถิดเอย

--------                                -------

        (ช) ลอยมา                          ได้ฟังน้องว่าก็เสียใจ

            ไอ้เรื่องสู่ขอมันก็จะช้า            เรามาพากันไป

                    พวงเอ๋ยพวงมาลัย                  ฟังคำพี่ชายเถิดเอย

(ญ) ลอยมา                         ลอยมาก็ลอยไป 

                   พ่อแม่เลี้ยงมายาก                 จะกินขันหมากให้ได้

                   ไม่ได้กินขนมต้มอมน้ำตาล      น้องไม่รับประทานของใคร           

                พวงเอ๋ยพวงมาลัย                  ถอยกลับไปเถิดเอย

-------                                     -------       

                                                    ( จากหนังสือเรียนภาษาไทย ม.3 สำนักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ) 

 

      แม้เพลงพื้นบ้านจะไม่สามารถดำรงอยู่ในสังคมสมัยใหม่ได้เหมือนเดิม ก็ขอให้หน่วยงานทุกระดับช่วยกัน สำรวจ  ศึกษา ถ่ายทอด  เผยแพร่ และส่งเสริมสร้างค่านิยมการอนุรักษ์  เพื่อให้เพลงพื้นบ้านคงอยู่ได้บ้างในบางส่วนก็ยังดี.